เมื่อวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ได้เดินทางมาถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่เพื่อเป็นผู้แทนในฝ่ายมูลนิธิโครงการหลวง ลงนามความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับ DashoRinzinDorjiปลัดกระทรวงเกษตรและป่าไม้ ผู้แทนฝ่ายกระทรวงเกษตรและป่าไม้ ราชอาณาจักรภูฏาน
นับเป็นเวลากว่า 17ปี ที่มูลนิธิโครงการหลวงให้ความร่วมมือทางวิชาการกับกระทรวงเกษตรและป่าไม้ ราชอาณาจักรภูฏานโดยในครั้งแรกเมื่อปี 2545 โครงการหลวงได้ส่งนักวิชาการไปช่วยจัดทำแปลงวิจัยทดลองปลูกไม้ผลจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ กีวีฟรุต พีช เสาวรส และสตรอว์เบอร์รีที่สถานีวิจัยยูสิปัง(Yusipang)ต่อมาได้ขยายความร่วมมือไปสู่สาขาวิชาการอื่น ได้แก่ พืชผัก ไม้ดอก ประมง การพัฒนาที่ดิน และการปรับภูมิทัศน์ และจัดตั้งขึ้นเป็นโครงการหลวงของราชอาณาจักรภูฏาน

ในปี2558 ได้มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการร่วมกันเป็นครั้งแรกในการดำเนินที่ผ่านมาโครงการหลวงได้ช่วยจัดทำแปลงสาธิตในพื้นที่โครงการหลวงภูฏาน 2 แห่ง คือ เดเชนโชริง (Dechencholing)เมืองทิมพู และ ชิมิปัง (Chimipang)เมืองพูนาคา และขยายไปยังสถานีวิจัยยูสิปัง(Yusipang)และสถาบันประมง National Research Center for Riverine & Lake Fisheries เมืองฮาร์(Haa)พร้อมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของภูฏานตามแนวทางของโครงการหลวง ทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิต การบริหารจัดการ การพัฒนาที่ดิน การปรับภูมิทัศน์ และการขยายพันธุ์ผักไม้ดอก ไม้ผลและประมง โดยส่งนักวิชาการเดินทางไปให้คำปรึกษาแนะนำที่ราชอาณาจักรภูฏาน และจัดฝึกอบรมดูงานให้แก่เจ้าหน้าที่ภูฏานในพื้นที่โครงการหลวง

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภูฏานสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรในอนาคตได้อีกทั้งยังร่วมพัฒนาพื้นที่โครงการหลวงภูฏานให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร และเป็นแหล่งพักผ่อนเชิงเกษตรแก่ประชาชนชาวภูฏาน ผลผลิตที่ได้จากแปลงสาธิตในพื้นที่โครงการหลวงภูฏานสามารถจำหน่ายภายในประเทศ ลดการนำเข้าได้บางส่วนอีกด้วยจากผลสำเร็จภายใต้ความร่วมมือในระยะแรก โดยความร่วมมือของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และ กระทรวงเกษตรและป่าไม้ภูฏานจึงทำให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการร่วมกันอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้
หลังจากนั้น องคมนตรีได้ติดตามและตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวงตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งจะก่อสร้างในพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวงในตำบลแม่เหียะอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่เนื่องด้วยโครงการหลวงจำเป็นต้องมีห้องปฏิบัติการศึกษาวิจัยเก็บพันธุ์พืชและเชื้อพันธุกรรมที่เหมาะสมปัจจุบันห้องปฏิบัติการเหล่านี้กระจายอยู่ตามพื้นที่ของหน่วยงานอื่น

ดังนั้นการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมการปฏิบัติงานด้านการวิจัยพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรของโครงการหลวงอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินการนั้นได้มีคณะกรรมการร่วมออกแบบและดำเนินการก่อสร้างให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเกิดประสิทธิภาพต้องตามพระราชประสงค์อาทิมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์กองทัพภาคที่ 3 กรมโยธาธิการและผังเมือง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในบริเวณพื้นที่ประกอบไปด้วยอาคารศูนย์เรียนรู้และนิทรรศการกลุ่มอาคารห้องปฏิบัติการ 3 หลังและอาคารสำนักงานมูลนิธิโครงการหลวงซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here