โรงพยาบาล หมอจินดา, หมอมนู, หมอสง

คนเก่าๆ ของเมืองเชียงใหม่ มักคุ้นเคยกับโรงพยาบาลสามแห่ง คือ โรงพยาบาลหมอจินดา
โรงพยาบาลหมอสง และโรงพยาบาลหมอมนู

เนื่องจากต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลโรคภัยไข้เจ็บอยู่เสมออีกทั้งหมอทั้งสามคนที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลก็ได้ทำประโยชน์ให้สังคมได้ร่วมกิจกรรมของสังคมเมืองเชียงใหม่จึงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี

หากเทียบรุ่นด้านอาวุโสทางอายุกันแล้ว หมอจินดา สิงหเนตร น่าจะเป็นยุคก่อน คือ เกิด พ.ศ.๒๔๔๕ ต่อมาคือหมอสง เสียมภักดี เกิดปีพ.ศ.๒๕๕๔ และหมอมนู แมนมนตรี เกิดปี พ.ศ.๒๔๖๖ แต่แน่นอนว่าทั้งสามคนมีชีวิตอยู่ร่วมสมัยกัน

ความเหมือนกันอีกประการหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็นแพทย์ คือทั้งสามคนเล่นการเมืองท้องถิ่น สมัครรับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ และได้เข้าเป็นผู้บริหารของเทศบาลนครเชียงใหม่เหมือนๆ กัน ส่วนความแตกต่าง คือ ความเป็นมาหรือ ภูมิลำเนาเดิมหมอจินดาเป็นคนเมืองเชียงใหม่ อยู่ย่านโบสถ์คริสต์ ถนนเชียงใหม่-ลำพูน หมอสงก็เป็นชาวเชียงใหม่ เกิดย่านถนนราชวงศ์ ส่วนหมอมนู เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรี

จึงน่าสนใจไม่ใช่น้อย แม้จะมีเสียงคนรุ่นเก่าของเมืองเชียงใหม่บ่นเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างแพงก็ตาม ดังคำที่พูดกันคิดปากแบบคล้องจองว่า “หมอ ส….ขายนา หมอ จ….ขายไร่”

หมอจินดา หรือนายแพทย์จินดา สิงหเนตร เป็น “คนเมือง”เกิดปี พ.ศ.๒๕๔๕ บิดามารดา ชื่อ นายดวงชื่น และนางบัวจันทร์ สิงหเนตร นายดวงชื่น เป็นบุตรของเจ้าน้อยสิงคะ แห่งเมืองลำปาง ซึ่งต่อมาอพยพมาอยู่เมืองเชียงใหม่ และได้พบกับพ่อครูแมคกิลวารี ได้เข้านับถือศาสนาคริสต์ นายแพทย์จินดา ได้รับการอุปการะจากคณะมิชชันนารีตั้งแต่เด็กเรียนที่โรงเรียนของคริสจักร คือ โรงเรียนเฟรนเนอร์ ต่อมาเข้าเรียนโรงเรียนวังสิงห์คำ และย้ายตามโรงเรียนวังสิงห์คำไปเรียนที่โรงเรียนปรินซ์ฯ จนจบการศึกษาเบื้องต้น หลังจากนั้นได้รับการอุปการะจากหมอคอร์ท (ดร.เอ็ดวินชาลส์ คอร์ท) ซึ่งเป็นแพทย์ของโรงพยาบาลแมคคอร์มิคและเป็นผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนปรินซ์ฯ รับนายแพทย์จินดาเข้าทำงานที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคและให้ฝึกวิชาแพทย์ ต่อมาเมื่อหมอคอร์ทตั้งโรงเรียนแพทย์ขึ้นที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค นายแพทย์จินดาได้เข้าเรียนเป็นแพทย์รุ่นแรกและสอบเทียบวุฒิได้รับประกาศนียบัตรแพทย์และร่วมทำงานที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิคเรื่อยมา

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ นายแพทย์จินดา ถูกส่งไปเรียนวิชาแพทย์ต่อที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน รวม ๒ ปี ขณะกำลังเสนอวิทยานิพนธ์ทำปริญญาเอกก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขึ้น นายแพทย์จินดา ถูกจับกุมกักตัวไว้ จนมีการแลกเปลี่ยนเชลยจึงมีโอกาสกลับเมืองเชียงใหม่ และเข้าทำงานที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ซึ่งช่วงสงครามทางรัฐบาลเข้ายึดและเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลเสรีเริงฤทธิ์ แต่เนื่องจากถูกกดดันให้เปลี่ยนศาสนาเป็นพุทธ จึงลาออก และเปิดคลินิคส่วนตัว ต่อมาจึงตั้งเป็นโรงพยาบาลจินดา สิงหเนตร ชาวบ้าน เรียกกันติดปากว่า “โรงพยาบาลหมอจินดา”ปี พ.ศ.๒๔๕๕ เริ่มสร้างเป็นโรงพยาบาลจินดา สิงหเนตร ในที่ดิน รวม ๓ ไร่ เจ้าของที่ดิน คือคุณสาด สร้างเป็นโรงพยาบาลขนาด ๗๐ เตียงภายหลังดำเนินกิจการต่อโดย นายแพทย์บุญเริ่ม สิงหเนตร ซึ่งเป็นบุตรชาย ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๔๒ หยุดกิจการ (นพ.บุญเริ่ม สิงหเนตร, สัมภาษณ์)

นายแพทย์จินดา สิงหเนตร มีพี่น้องทั้งสิ้นรวม ๙ คน คือ นายอินทร สิงหเนตร, นางสาวศิวิไล สิงหเนตร, นายแพทย์จินดา สิงหเนตร, ร้อยโทราศรี สิงหเนตร, นายอดุลย์ สิงหเนตร, นายเลื่อน สิงหเนตร และนายเทอดศักดิ์ สิงหเนตร ต่อมาสมรสกับนางบุญปั่น ปัญจไชยา มีบุตรและบุตรบุญธรรมรวม ๕ คน คือ นายแพทย์บุญเริ่ม สิงหเนตร, นายบุญเติม สิงหเนตร, นางมัทนา แสงสวางวัฒนะ, นายอุดม สิ่งเหนตรและนางรัมภา สุวรรณเนตร นายแพทย์จินดา เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ เมื่อกลางปีพ.ศ.๒๕๒๘
(จากหนังสืออนุสรณ์งานศพ, ๒๕๒๘)

โรงพยาบาลหมอมนู ของ นายแพทย์มนู แมนมนตรี อยู่บริเวณเยื้องกับหน้าวัดเกตการาม หมอมนู มีชื่อจีนว่า “ตั้งฮั่งเอี๊ยง” เป็นที่นิยมของคนในตลาดวโรรสและตลาดต้นลำใย ไม่ว่าจะเป็นชาวจีนหรือคนเมืองรวมทั้งชาวอินเดียที่อาศัยในเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากตลาดเดินข้าม “ขัวแตะ” ในสมัยก่อนลัดเข้าวัดเกตไปก็ถึงแล้ว หมอมนู หรือ นายแพทย์มนู แมนมนตรี เป็นชาวเพชรบุรีเชื้อสายจีนทางพ่อ นับถือศาสนาคริสเตียน เรียนที่ ร.ร.อรุณประดิษฐ์ ที่จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาเข้าเรียนที่กรุงเทพฯ ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน สอบเข้าเรียนแพทย์ ที่ศิริราช จบแล้วเลือกมาทำงานที่ รพ.แมคคอร์มิค ได้พบและคุ้นเคยกับนายแพทย์จินดา สิงหเนตร จนเคยกล่าวว่านายแพทย์จินดา เหมือนคุณพ่อคนที่สอง ต่อมาได้ภรรยาซึ่งเรียนจบพยาบาลที่แมคคอร์มิค ชื่อว่าคุณสุขพิศ มีบุตรรวม ๔ คน ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๕๓ หมอมนู ออกจากรพ.แมคคอมิค มาตั้งสถานพยาบาลบริเวณที่ดินที่ชื้อไว้ถนนสายหน้าวัดเกตชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า “โรงพยาบาลหมอมนู” ว่ากันว่าหมอมนู พูดไม่ไพเราะมากนัก แต่เหตุผลที่มีคนไข้มารักษาที่ โรงพยาบาลหมอมนูมาก ประการหนึ่งเนื่องจากหมอมนู มีเชื้อสายจีนสามารถพูดได้ทั้งจินแต้จิ๋วและจีนกลาง คนจีนในตลาดและจีนฮ่อจากบนดอยมาเป็นลูกค้ามาก รวมทั้งการวิเคราะห์โรคของหมอมนูค่อนข้างตรงและฉีดยาจ่ายยาตรง ทำให้คนไข้หายป่วยและพูดต่อกันไปปากต่อปาก ทำให้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เหตุผลที่สำคัญประการหนึ่ง คือ ไม่แพง ค่ารักษาประมาณ ๕๐ บาทสำหรับโรคทั่วไปที่ไม่ชับซ้อน หมอมนู แมนมนตรี เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐ ขณะอายุ ๗๔ ปีและ ๖ เดือนต่อมา คุณสุขภิศ ภรรยาก็เสียชีวิต
(คุณอานันท์ แมนมนตรี, สัมภาษณ์)

หมอมนู เมื่อเล่นการเมืองท้องถิ่น เคยเป็นเทศมนตรี ระหว่างปีพ.ศ.๒๕๑๗-๒๕๑๙ มีนายเรือง นิมมานเหมินทร์ เป็นนายกเทศมนตรีและ ระหว่าง พ.ศ.๒๕๒๓-๒๕๒๖ มี ร.อ.กนก รัตนัย เป็นนายกเทศมนตรีหมอมนู สมรสกับนางสุขพิศ มีบุตรรวม ๔ คน คือ
๑. นายอานันต์ แมนมนตรี ประกอบธุรกิจร้านอาหาร เจ.เจ. เบเกอรี่ มี ๒ สาขา คือ สาขาถนนท่าแพและสาขาห้างริมปิง นวรัฐ สมรสกับ นางโสภาพร มีบุตร๓ คน
๒. นายอาณา แมนมนตรี สมรสกับนางศรีเพ็ญ มีธิดา ๒ คน
๓. นายแพทย์อานนท์ แมนมนตรี รับราชการที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ สมรสกับนางจำรัส มีธิดา ๓ คน
๔. นายอาณัติ แมนมนตรี ทำธุรกิจโรงแรมมนตรี หลังประตูท่าแพ สมรสกับนางสุชาดา บุตรธิดา ๒ คน

ต่อมาโรงพยาบาลหมอมนู ให้เอกชนเช่าทำธุรกิจสถานบันเทิงในชื่อ”วอร์มอัพ” (ขณะนี้ไม่ได้ทำแล้ว)
โรงพยาบาลเสียมภักดี ของหมอสง เสียมภักดี อยู่ข้างร้านหนังสือสุริวงศ์บุ๊คเซ็นเตอร์ ถ.ศรีดอนไชย ซึ่งเดิมบริเวณนี้เป็นบ้านของชุนเจริญจรรยา(สุจริต เสียมภักดี) ต่อมารุ่นลูก คือ หมอสง เสียมภักดี ลงทุนทำเป็น โรงพยาบาลนายแพทย์สง เสียมภักดี เป็นบุตรของ ขุนเจริญจรรยา ชื่อเดิมคือนายกิมเส็ง แซ่หว่อง ต่อมาเปลี่ยนเป็น สุจริต เสียมภักดี ขุนเจริญจรรยามีเชื้อสายจีน บ้านเดิมอยู่ถนนราชวงศ์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ รับราชการครูเคยเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และเกษียณในตำแหน่งธรรมการแม่ฮ่องสอน
(ศึกษาธิการจังหวัดแม่ฮ่องสอน) ส่วนนางเจริญจรรยา เป็นชาวย่านตลาดวโรรสครอบครัวมีอาชีพค้าทอง นายแพทย์สง มีพี่น้องรวม ๔ คน ศึกษาตอนต้นจาก โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ และไปเข้าโรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัยจบมัธยมปลาย สอบเข้าเรียนแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จบปี พ.ศ. ๒๔๗๗

เข้ารับราชการเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลจังหวัดแพร่ ระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๘๔ได้มาปฏิบัติราชการที่ โรงพยาบาล แมคคอร์มิค ซึ่งขณะนั้นถูกควบคุมโดยรัฐบาล และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลเสรีเริงฤทธิ์ และต่อมารับตำแหน่งผู้อำนวยการ
โรงพยาบาลแมคเคน (โรคเรื้อน) ปี พ.ศ.๒๔๘๘ ย้ายไปรับราชการที่ใรงพยาบาลนคร เชียงใหม่ (สวนดอก) จนถึงปี พ.ศ.๒๔๙๕ ลาออกจากราชการขณะดำรงตำแหน่งเป็นรอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาล นครเชียงใหม่ออกมา ประกอบอาชีพส่วนตัว เดิมมีบ้านอยู่ที่ถนนลอยเคราะห์ และเปิดเป็นคลีนิค ต่อมาเมื่อคนไข้มากขึ้นจึงขออนุญาตขุนเจริญจรรยา สร้างโรงพยาบาลที่บ้านสวน ถนนศรีดอนไชย ซึ่งมีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ โดยร่วมหุ้นกับพี่น้องเปิดดำเนินการในปี พ.ศ.๒๕๕๕ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ต้องหยุดกิจการเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ(พ.ญ.วรรณจันทร์ พิมพิไล, สัมภาษณ์)

นายแพทย์สง เสียมภักดี สมรสกับนางฟองจันทร์ โค้วจีนเฮง มีบุตรธิดารวม ๗ คน คือ พ.ญ.วรรณจันทร์ พิมพ์พิไล (สมรสกับนพ.จรัส พิมพ์พิไล), นายกุลทัต เสียมภักดี (สมรสกับนางขันทอง เดชะ), นางรัชนีวรรณ วัฒนชัย (สมรสกับ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี), นางจันทร์นิภา ระมิงค์วงศ์ (สมรสกับนายชัยศิลป์ ระมิงค์วงศ์), นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี
(ปลัดจังหวัดลำพูน สมรสกับนางเพ็ญพรรณ ริการทัพ), นางสุทธรธิปน์ บุญชูดวง (สมรสกับนายพงษ์ศักดิ์ เสียมภักดี (สมรสกับนางกรรณิการ์ จันเจือมาศ) ต่อมาสมรสกับนางเสงี่ยม หาญใจ บุตรธิดา ๒ คน คือ นายอิทธิศักดิ์

เสียมภักดี (สมรสกับ พ.ญ.ศิริยุพา บุญลือศักดิ์) และนางพรรณพิศิฎฐจันเตยูร (สมรสกับ นายไพศาล จันเตยร)นายแพทย์สง เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครบุญชูดวง) และนายบุญประกฤษฎ์เสียงใหม่ (ส.ท.) ประเภทที่สอง ในปี พ.ศ.๒๔๙๘
และเป็นต่อมาอีกหลายสมัยภายหลังสมัครเข้ารับการเลือกตั้งและได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้เป็นเทศมนตรี สมัยนายสุชาติ สุจริตกุล เป็นนายกเทศมนตรี ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๙๙-๒๕๐๐ และสมัยนายทิม โชตนา เป็นนายกเทศมนตรี ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๐๘ – ๒๕๑๐ นายแพทย์สูง เสียชีวิตเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๗ รวมอายุ ๖๒ ปีเศษ (จากหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ, ๒๕๑๗)

ปัจจุบันโรงพยาบาลหมอจินดา ซึ่งเคยให้โรงพยาบาลนครพิงค์เช่าเป็นสาขา เปลี่ยนเป็นทำธุรกิจด้านโรงแรม, โรงพยาบาลหมอมนูเปิดเป็นร้านอาหาร ชื่อ วอร์มอัพ ขณะนี้ไม่ดำเนินการแล้ว และโรงพยาบาลเสียมภักดี ปล่อยทิ้งไว้รอดำเนินกิจการอื่น ทั้งสามหมอ อาจถือเป็นหมอรุ่นสอง หมอรุ่นแรกของเมืองเชียงใหม่ต้องย้อนไปถึงหมอคอร์ท, หมอพระพิจิตรโอสถ รวมทั้งขุนสมานเวชกิจรุ่นนั้นเก่าจริง

Cr.สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม ๕ พ.ต.อ.อนุ เนินหาด/ข้อมูล

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here