ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ระบุว่าตามพระฤกษ์ของการสร้างเมืองเชียงใหม่ อาจเป็นการลงจอบแรกในการขุดคูเมือง หรือการลงเสาเอกในการสร้างราชมณเฑียร ตรงกับวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 1839

ภาพโดยบุญเสริม สาตราภัย

คูเมืองเชียงใหม่ที่มีความกว้าง 9 วา (ราว 18 เมตร ปัจจุบันเหลือประมาณ 13 เมตร) ถูกสร้างขึ้นโดยกำลังคนเมื่อเจ็ดร้อยกว่าปีก่อนทั้งสิ้นเ เช่นเดียวกับกำแพงและประตูเมือง กระนั้นในขณะที่คูเมืองเชียงใหม่เป็นของเดิม ทั้งกำแพงและประตูเมืองที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นโบราณสถานคู่เมืองมาแต่โบราณ ล้วนถูกสร้างใหม่ทั้งหมด

ภาพโดยบุญเสริม สาตราภัย

โดยกำแพงเมืองที่เป็นโบราณสถานที่ยังคงหลงเหลือให้เห็น (จาก ‘แจ่งเมือง’ หรือหัวมุมทั้ง 4 ของคูเมือง) ล้วนเป็นสิ่งปลูกสร้างในยุคสมัยที่พระเจ้ากาวิละกลับมารื้อฟื้นเมือง (ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง พ.ศ.2325-2339) หลังจากที่เชียงใหม่ร้างไร้ผู้คนไปกว่าสองร้อยปีจากการปกครองของพม่า เป็นกำแพงเมืองก่ออิฐ มีป้อมปราการ และประตูเมืองชั้นใน 5 ประตู

การก่อสร้างประตูท่าแพและข่วงประตูท่าแพเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2528 ที่น่าสนใจก็คือประตูเมืองนี้หาได้ใช้งบประมาณของรัฐเลยทั้งสิ้น แต่เป็นการระดมเงินจากภาคประชาชนและเอกชนในเชียงใหม่ และแม้จะได้รับเสียงคัดค้านในระยะแรก แต่เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ กระแสต่อต้านก็ค่อยๆ ลาลงไป เพราะทำออกมาได้อย่างสวยงาม และข่วงประตูก็สามารถเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ได้จริง ซึ่งจนปัจจุบันประตูท่าแพก็กลายเป็นแลนด์มาร์คทางการท่องเที่ยวของเมือง เช่นเดียวกับที่ข่วงประตูกลายมาเป็นจุดนัดหมายของนักท่องเที่ยวไปโดยปริยาย

ในรัชสมัยของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ (เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่ 7 พ.ศ.2413-2440) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เชียงใหม่มีการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ชาวตะวันตกเข้ามาทำการค้า มีการตัดทางรถไฟขึ้นมา พร้อมกับความศิวิไลซ์จากรถราที่ชาวเมืองเริ่มนำเข้ามาขับ ในช่วงดังกล่าว เจ้าพระยาสุรสีห์วิศิษฐศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร) ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลพายัพ ได้หารือกับเจ้าอินทวิชยานนท์ เนื่องด้วยกำแพงเมืองเชียงใหม่ทรุดโทรมเกินกว่าจะบูรณะแล้ว จึงทำการรื้อกำแพงเมืองออก และนำอิฐที่ถูกรื้อถอนไปประมูลขาย โดยเหลือไว้เพียงแจ่งเมืองทั้งสี่มุม การรื้อแนวกำแพงเมืองออกก็เพื่อได้ขยายถนนให้รถราวิ่งได้สะดวก ดังที่เห็นในปัจจุบัน

แจ่งหัวลิน
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของคูเมือง ตั้งอยู่บริเวณ แยกถนนห้วยแก้ว อยู่ใกล้กับห้างกาดสวนแก้ว และอยู่เยื้องๆ กับโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม

แจ่งกู่เฮือง
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันเฉียงใต้ของคูเมือง ที่มาของชื่อเนื่องจากเป็นที่เก็บอัฐิของ อ้ายเฮือง ที่ได้เป็นผู้คุมของพญาคำฟู ซึ่งได้ถูกนำมาคุมขังที่นี้ภายหลังถูกจับกุม เนื่องจากก่อนหน้าได้ชิงราชสมบัติจากพญาแสนภู ซึ่งพญาไชยสงคราม พระบรมเชษฐาของพญาแสนภูปกครองเชียงรายอยู่รับสั่งให้มาปราบ แจ่งกูเฮืองด้านในเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะสวนบวกหาด

แจ่งศรีภูมิ
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของคูเมือง เดิมชื่อว่า แจ่งสะหลีภูมิ ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดชัยศรีภูมิ แจ่งนี้เป็นศรีแห่งนครพิงค์ เพราะถูกสร้างเป็นแจ่งแรกของคูเมือง

แจ่งก๊ะต๊ำ
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคูเมืองหรือชื่อว่า แจ่งขะต๊ำ ซึ่งหมายถึงกับดัก แจ่งนี้เชื่อมต่อไปยังประตูเชียงใหม่ ที่ตั้งของถนนคนเดินวันเสาร์ หรือถนนคนวัวลาย

DCIM\100GOPRO\G0059356.

Cr.(ภาพโดยบุญเสริม สาตราภัย) / (ข้อมูลเชียงใหม่มรดกโลก)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here