สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุว่า ตลอดปี 2562 สมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้ผนึกกำลังกับห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และภาคีเครือข่ายสมาคมผู้ค้าปลีกไทยกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ด้วยการลงนามข้อตกลงความร่วมมืองดให้บริการถุงพลาสติกทุกวันที่ 4 ของเดือน กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อร่วมกันลดปริมาณขยะถุงพลาสติกที่เป็นปัญหาสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนและสิ่งมีชีวิตทั่วโลก

จากการรณรงค์แคมเปญ “ลดให้ลดรับ” เบื้องต้นสมาคมผู้ค้าปลีกไทย พบว่าสามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้กว่า 2,000 ล้านใบ หรือประมาณ 4.6%เท่านั้นสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เห็นว่าหากนำแคมเปญ “งดให้ งดรับ” ถุงพลาสติกหูหิ้วทุกวันมาใช้ในปี 2563

อย่างจริงจังกับห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าในเครือข่ายสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ทางสมาคม คาดว่าจะสามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้มากถึง 9,000 ล้านใบต่อปี หรือคิดเป็น 20% ของขยะถุงพลาสติกทั้งหมด

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยจึงได้เชิญห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าในภาคีเครือข่ายสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เข้าหารือ โดยมีฉันทามติอย่างเป็นเอกฉันท์สนับสนุนแคมเปญ “EverydaySay No to Plastic Bags” งดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

และได้ขยายความร่วมมือโดยประสานงานกับร้านค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศ จากจำนวนร้านค้าภาคีในเครือข่ายสมาคม 42 ร้านค้า เพิ่มเป็น 75 ร้านค้า เพื่อให้เกิดพลังในการผลักดัน แคมเปญ “EverydaySay No to Plastic Bags” ให้สัมฤทธิผลตามที่คาดหมาย

พร้อมกันนี้สมาคมข้อเสนอแนะต่อภาครัฐคือ ภาครัฐต้องเร่งประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนรับทราบและร่วมด้วยช่วยกันงดรับถุงพลาสติกหูหิ้วอย่างทั่วถึง ภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอและชัดเจน ในการทำโครงการรณรงค์ ลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว และกำหนดโลโก้ งดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วเป็นสากลและมาตรฐาน

เพื่อที่ร้านค้าต่างๆ จะได้นำไปเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ภาครัฐควรจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมการ ลดใช้งดใช้ถุงพลาสติกเป็นกาลเฉพาะ เพื่อให้ห้างร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ นำเงินที่ผู้บริโภคบริจาคจากการต้องใช้ถุงพลาสติกในกรณีจำเป็น

ทั้งนี้การลดขยะถุงพลาสติกหูหิ้ว ไม่ควรเป็นเรื่องของความสมัครใจ แต่ควรเป็นเรื่องการใช้กฎระเบียบบังคับ ภาครัฐต้องออกเป็นประกาศ กฎกระทรวง ออกมาให้มีผลบังคับใช้กับผู้บริโภคทุกคนทั่วทั้งประเทศ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here