ร.10พระราชทานโกศ ชั้น ‘สมเด็จ’
ประชาชน-ศิษย์เรือนแสนแห่กราบ

สิ้นหลวงปู่ทอง “หลวงปู่ทอง สิริมังคโล” พระมหาเถระอายุพรรษาสูงสุดของภาคเหนือ ละสังขารด้วยวัย 96 ปี ด้วยโรคชราหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน คณะศิษยานุศิษย์ ศรัทธาประชาชนเรือนแสนแห่กราบสรีระร่างไม่ขาดสาย ในหลวง ร.10 โปรดเกล้าฯ เลื่อนชั้นเกียรติยศศพ พระราชทานโกศไม้สิบสองเสมอด้วยสมเด็จพระราชาคณะ พร้อมพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมในพระบรมราชานุเคราะห์ กำหนด 7 คืน

ข่าวเศร้าในวงการพระพุทธศาสนาเกิดอีกครั้ง เมื่อค่ำวันที่ 12 ธันวาคม 2562 มีการเผยแพร่ข่าวการอาพาธหนักของหลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล (สิริมังคโล) หรือพระพรหมมงคล วิ. พระมหาเถระอายุพรรษาสูงสุดของภาคเหนือ ตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และประธานขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล 5 ของภาคเหนือ ด้วยวัย 96 ปีเศษ ได้เกิดอาพาธขึ้นกะทันหันภายในกุฏิหทัยนเรศวร ทั้งๆ ที่ในตอนสายวันเดียวกันหลวงปู่ยังเดินออกมาจากกุฏิเพื่อต้อนรับคณะอุบาสกอุบาสิกา (โยคี) ที่มาปฏิบัติธรรมในช่วงนี้ โดยเดินได้เร็วกว่าวันอื่นๆ และนำทำวัตรสวดมนต์ ให้ข้อคิดข้อธรรมต่างๆ แต่การอาพาธครั้งนี้ค่อนข้างหนัก พระศรีศิลปาจารย์ เลขานุการหลวงปู่ และผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ จึงเรียกรถพยาบาล โรงพยาบาลจอมทองมารับทันที

ต่อมาเมื่อหลวงปู่ทอง สิริมังคโล ถึงโรงพยาบาลจอมทอง แพทย์พยาบาลได้นำเข้าห้องไอซียู. ทันที ท่ามกลางศิษยานุศิษย์ทั้งพระสงฆ์-ฆราวาส และผู้มาปฏิบัติธรรมจำนวนมากติดตามไปยังโรงพยาบาล ต่างเฝ้ารอจนถึงค่ำก็ยังไม่มีข่าวดีว่าอาการของหลวงปู่จะกลับมาปกติ ขณะที่ข่าวนี้แพร่สะพัดในโซเซียลมีเดีย ถึงกับระบุว่าหลวงปู่ทองถึงแก่มรณภาพแล้ว ซึ่งคณะศิษย์ที่ใกล้ชิดได้ออกมายืนยันว่าท่านยังอยู่ๆ ขออย่าแชร์ข่าวผิดๆ จากนั้นคณะสงฆ์ได้ขอให้อุบาสกอุบาสิกาไปรวมกันที่ศาลาหทัยนเรศว์ร เพื่อร่วมกันสวดมนต์บทโภชชงค์ เพื่อภาวนาให้หลวงปู่หายจากอาพาธโดยเร็ว จนกระทั่งถึงดึกก่อนเที่ยงคืน คณะแพทย์โรงพยาบาลจอมทอง และพระสงฆ์ได้นิมนต์หลวงปู่ทองกลับมายังกุฏิหทัยนเรศว์ร และเวลา 00.25 น.ของวันใหม่ที่ 13 ธันวาคม 2562 ท่านก็ละสังขารลงโดยอาการอันสงบ ซึ่งเมื่อพระศรีศิลปาจารย์ พระสุวรรณเมธร พระอมรเวที สามเจ้าคุณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองฯ ได้แจ้งแก่ศิษยานุศิษย์ว่าหลวงปู่ได้ละสังขารลงแน่นอนแล้ว จึงพากันร้องไห้ด้วยความเสียใจอาลัยอย่างสุดซึ้ง

ข่าวการมรณภาพของพระมหาเถระ ได้ถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว และต่างก็ถวายความอาลัย ในขณะที่บางคนไม่เข้าใจภาษาบาลี พากันกดไลค์กดแชร์ และเขียนว่า “สาธุ” (ซึ่งแปลว่าดีแล้ว) ได้ถูกผู้รู้ตำหนิว่าไม่สมควร ที่ถูกต้องๆ เขียนว่า ขอน้อมถวายความอาลัยแด่หลวงปู่สู่พระนิพพาน อย่างไรก็ตาม ในตอนเช้าตรู่วันที่ 13 ธันวาคม พระธรรมเสนาบดี รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ร่วมกับพระเทพสิงหวราจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ พระครูปลัดสุวัฒนเมตตาคุณ เลขานุการคณะสงฆ์ธรรมยุตเชียงใหม่ ได้เดินทางไปกราบสักการะสรีระของหลวงปู่เป็นคณะแรก ต่อมาเมื่อเคลื่อนสรีระหลวงปู่ออกมายังโถงศาลาทหัยนเรศว์ร จึงได้จัดสถานที่เตรียมการ พร้อมกันนั้นคณะสงฆ์ ศรัทธาศิษยานุศิษย์ได้ทยอยเข้ากราบสักการะตลอดทั้งวันโดยทางพระศรีศิลปาจารย์ ได้แจ้งว่าทุกคนสามารถเข้ากราบหลวงปู่ได้ แต่ของดการถวายพวงหรีด

ต่อมา มีการแถลงการณ์ของโรงพยาบาลจอมทองเรื่อง การอาพาธของพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) ข้อความดังนี้ ด้วยวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.48 น. โรงพยาบาลจอมทองได้รับแจ้งจากวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ว่าพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง.คโล) มีอาการหายใจเหนื่อยหอบ

เวลา 14.53 น. ทีมแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลจอมทอง ได้เข้าประเมินอาการพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง.คโล) พบว่ามีอาการหายใจเหนื่อย เสียงปอดผิดปกติ ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ จึงได้ถวายการพ่นยาขยายหลอดลม และให้ออกซิเจนพร้อมกับประสานทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลจอมทองเพื่อส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน

เวลา 15.11 น. รถพยาบาลได้นำพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง.คโล) เข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลจอมทอง ทีมแพทย์ประเมินอาการซ้ำพบว่า พระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง.คโล) มีระดับความรู้สึกตัวลดลงร่วมกับระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ มีภาวะการหายใจล้มเหลวและภาวะหัวใจหยุดเต้น จึงได้ใส่ท่อช่วยหายใจ และได้ให้การช่วยฟื้นคืนชีพโดยการกดนวดหัวใจ (CPR) และให้ยาช่วยฟื้นคืนชีพร่วมด้วย

ทีมแพทย์ได้โทรศัพท์ประสานคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและให้การรักษารวมทั้งเตรียมรับการส่งต่อ คณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ให้ความเห็นในการวินิจฉัยอาการของพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง.คโล) ว่าเข้าได้กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งทีมแพทย์ผู้รักษาของโรงพยาบาลจอมทองได้ให้การช่วยฟื้นคืนชีพอย่างเต็มความสามารถ รวมระยะเวลาทั้งหมด 68 นาที

เวลา 16.26 น.ทีมแพทย์ผู้ให้การรักษาร่วมกับคณะพระเถรานุเถระในอำเภอจอมทองได้ลงความเห็นร่วมกันในการยุติการช่วยฟื้นคืนชีพแด่พระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง.คโล) และได้เคลื่อนย้ายพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง.คโล) เข้ารับการดูแล สังเกตอาการ ที่ห้อง ICU ชั้น 5 อาคารสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลจอมทอง จากนั้น เวลา 23.00 น. ได้เคลื่อนย้ายพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง.คโล) ไปที่วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ เข้ากราบนมัสการ

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562 พระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง.คโล) ได้ถึงแก่มรณภาพ ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เวลา 00.25 น.

ทางด้าน ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งกำหนดการ พระราชทานน้ำหลวงสรงศพ พระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล)ว่า ด้วยพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง คโล) ได้ถึงแก่มรณภาพ ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน จากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เมื่อเวลา 00.25 น. วันที่ 13 ธันวาคม 2562 ยังความเศร้าโศกเสียใจแก่ศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก โดยโรงพยาบาลจอมทองได้ออกแถลงการณ์ว่า พระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง คโล) ได้เข้ารับการรักษาตัวจากอาการหายใจเหนื่อยหอบ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 14.48 น. และทีมแพทย์ได้ทำการรักษาและประเมินอาการอย่างใกล้ชิด และได้ประสานคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อช่วยในการวินิจฉัย และให้การรักษา ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้แจ้งว่าอาการอาพาธของ พระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง คโล) เป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งทีมแพทย์ผู้รักษาของโรงพยาบาลจอมทอง ได้ให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถ จนเมื่อเวลา 16.26 น. ทีมแพทย์ผู้ให้การรักษาร่วมกับคณะพระเถรานุเถระในอำเภอจอมทอง ได้ลงความเห็นร่วมกันในการยุติการช่วยฟื้นคืนชีพ และได้เคลื่อนย้ายพระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง คโล) เข้าสังเกตอาการที่ห้อง ICU โรงพยาบาลจอมทอง จนกระทั่งเวลา 00.25 น. ของวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 พระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง คโล) ได้ถึงแก่มรณภาพ ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน จากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

โดยวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร ได้มีประกาศแจ้งกำหนดการพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ มีการเคลื่อนสรีระสังขาร พระเดชพระคุณพระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมง คโล) สู่มหาศาลาหทัยนเรศวร ในวันที่13 ธ.ค.62 เวลา 14.00 น. และมีการสวดพระพุทธมนต์และปฏิบัติธรรมถวายเป็นอาจริยบูชา ในเวลา 19.00 น. และในวันที่14 ธ.ค.62 เปิดให้พระภิกษุ สามเณร คณะศิษยานุศิษย์ถวายน้ำสรง ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป และในเวลา 17.00 น. มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ ณ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร

ต่อมา คณะสงฆ์วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารแจ้งว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง เมื่อได้รับแจ้งจากสำนักพระราชวังว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานโกศไม้สิบทอง ฉัตรเครื่อง ตั้งประดับเป็นเกียรติยศ (เสมอด้วยสมเด็จพระราชาคณะ) พร้อมพระราชทานพวงมาลาทุกพระองค์ และพระราชทานพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมในพระบรมราชานุเคราะห์ กำหนด 7 คืน พระราชทานศพ พระพรหมมงคล วิ. (หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล) โดยพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2562 เวลา 17.00 น. กับพระราชทาน ปี่ไฉน แตรงอน แตรฝรั่ง กลองชนะ เจ้าพนักงานประโคมขณะพระราชทานน้ำหลวงสรงศพด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังข่าวการมรณภาพลงของหลวงปู่ทอง สิริมังคโล ตั้งแต่เช้าวันที่ 13 ธันวาคม มีพุทธบริษัททั้งพระภิกษุสงฆ์-สามเณร พระภิกษุณี-สามเณรี (ซึ่งเป็นภิกษุณีคณะเดียวในภาคเหนือ สังกัดสำนักนิโครธาราม อ.จอมทอง) อุบาสก-อุบาสิกา จำนวนมากไปรออยู่ที่ศาลาหทัยนเรศว์ร ซึ่งทางคณะสงฆ์ได้แจ้งกำหนดการเวลา 16.00 น.มีพิธีเคลื่อนสรีระสังขารหลวงปู่ทองออกจากกุฏิเข้าสู่ศาลาหทัยนเรศวร เพื่อประกอบพิธีถวายสักการะสรีระสังขาร ซึ่งต่อมามีพระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 วัดปทุมคงคา กทม.เดินทางมาเป็นประธาน ส่วนคณะสงฆ์เชียงใหม่ประกอบด้วยพระธรรมเสนาบดี รองเจ้าคณะภาค 7 พระเทพโกศล ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 พระเทพปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรองเจ้าคณะจังหวัด และเจ้าคณะอำเภอต่างๆจำนวนมาก ส่วนเจ้าภาพคอยอำนวยความสะดวกประกอบด้วยเจ้าคุณ 4 รูปที่เป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ คือ พระศรีศิลปาจารย์ พระสุวรรณเมณี พระอมรเวที และพระภาวนาธรรมาภิรัช วิ. หลังเสร็จพิธรแล้วได้มีการสวดพระพุทธมนต์โดยพระพิธีธรรม และปฏิบัติธรรมถวายเป็นอาจริยบูชา ในเวลา 19.00 น.

ต่อมา ตั้งแต่เช้าวันที่ 14 ธันวาคม 2562 มีพุทธบริษัท 4 ครบถ้วนทั้งพระภิกษุสงฆ์, ภิกษุณี, อุบาสก และอุบาสิกา มาพร้อมกันอีกครั้ง โดยต่างทยอยเข้ากราบสรีระสังขารหลวงปู่ทอง สิริมังคโล ด้วยความศรัทธาอาลัย โดยทางวัดพระธาตุศรีจอมทองฯ ได้อำนวยความสะดวกให้ได้เข้าทุกคน พร้อมกับแจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมเป็นต้นไปจะเป็นพิธีหลวง อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ถ้วน 7 วัน จึงขอให้ร่วมกันมาถวายความอาลัยหลวงปู่ทองด้วยการแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ (ส่วนใหญ่นิยมแต่งกายชุดสีขาว) สำรวม และเป็นไปอย่างพร้อมเพรียงกันด้วย

สำหรับประวัติหลวงปู่ทอง หรือพระพรหมมงคล นามเดิม ทอง พรหมเสน ฉายา สิริมงฺคโล มรณภาพลงสิริอายุ 96 ปี 2 เดือน 21 วัน พรรษา 76 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองฝ่ายวิปัสสนาธุระ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 อดีตเจ้าอาวาสวัดเมืองมาง อดีตเจ้าอาวาสวัดตโปทาราม (ร่ำเปิง) และอดีตเจ้าคณะอำเภอฮอด ท่านเกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2466 ตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ณ บ้านนาแก่ง ต.บ้านแอ่น(ปัจจุบันขึ้นกับอ.ดอยเต่า) อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ บิดาชื่อ นายทา นามสกุล พรหมเสน มารดาชื่อ นางแต้ม นามสกุล พรหมเสน มีพี่น้องด้วยกัน 6 คน บรรพชา วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2477 ตรงกันวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ ณ วัดนาแก่ง ต.บ้านแอ่น อ.ฮอด มีพระครูบาชัยวงศ์ (หลวงปู่ครูบาแก้ว ชยวํโส) เจ้าอาวาสวัดนาแก่ง เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทวันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2487 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 3 ปีวอก ณ วัดบ้านแอ่น อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โดยมีพระครูคัมภีรธรรม (ครูบาอินตา พรหฺมปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดชัยพระเกียรติ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการญาณรังสี เจ้าอาวาสวัดห้วยทราย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาจันทร์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายานามว่า “สิริมงฺคโล”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here