หากถามเด็กรุ่นใหม่ๆของเมืองเชียงใหม่ว่า “บูรณศักดิ์ บูรณศิลป์” คืออะไร เด็กรุ่นใหม่ คงอาจตอบว่า เป็นคณะละครหรือลิเกใช่หรือไม่ หรืออาจตอบว่าเป็นร้านค้าหรือเปล่า

คนรุ่นเก่าของเมืองเชียงใหม่รู้จักว่า “บูรณศักดิ์ บูรณศิลป์” คือ โรงเรียนราษฎร์ยุคเก่าของเมืองเชียงใหม่ ที่นักเรียนที่เคยเรียนโรงเรียนที่งสองแห่งต่างเติบโตมีหน้าที่การงานกัน บ้างเป็นนักธุรกิจ บ้างเป็นข้าราชการ ไม่ด้อยกว่าศิษย์เก่าของโรงเรียนอื่นในเมืองเชียงใหม่

และปัจจุบันศิษย์เก่าของโรงเรียนทั้งสอง ยังรวมตัวกันเป็นชมรมศิษย์เก่า บูรณศักดิ์ บูรณศิลป์ มีการนัดพบปะและสร้างประโยชน์ให้สังคมเมืองเชียงใหม่อยู่

“บูรณศักดิ์” มีชื่อเต็มว่า โรงเรียนบูรณศักดิ์วิทยา เป็นโรงเรียนชาย ตั้งอยู่ที่ริมคูเมืองด้านนอกทางทิศตะวันออกของตัวเมือง บริเวณที่ตั้งของร้านหนังสือดวงกมลในปัจจุบัน เปิดสอน ป.1- ม.6 ต่อมาเปิดเพิ่ม ม.7-ม.8 มีอาคารไม้สองชั้น รวม 3 อาคาร

ส่วน“บูรณศิลป์” คือ โรงเรียนบูรณศิลป์ เป็นโรงเรียนหญิง ตั้งอยู่ที่บริเวณมูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีด้านหลังศูนย์การค้าพาวิลเลี่ยน ถนนช้างคลานที่อยู่ตรงข้ามกับโรงแรมสุริวงศ์ เปิดสอน ป.1 – ม.6 มีอาคารไม้สองชั้น รวม 3 อาคาร

ทั้งสองโรงเรียนเหมือนกันคือ เจ้าของคนเดียวกัน ชื่อ นายสมบูรณ์ จันทรปัญญา

นายสมบูรณ์ จันทรปัญญา

นายสมบูรณ์ จันทรปัญญา ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจด้านโรงเรียนเอกชนในเมืองเชียงใหม่ยุคแรกๆ ต่อมาเล่นการเมืองท้องถิ่นได้เป็นเทศมนตรีหลายสมัย ภรรยา คือ นางจันทร จันทรปัญญา ช่วยบริหารโรงเรียนทั้งสองแห่ง นอกจากทำธุรกิจโรงเรียนบูรณศักดิ์ บูรณศิลป์ ในเมืองเชียงใหม่แล้ว ยังมีธุรกิจโรงเรียนเอกชนต่างอำเภอ คือ โรงเรียนบูรณศักดิ์ ที่อำเภอสันกำแพง โรงเรียนมัธยมสารภีที่อำเภอสารภี โรงเรียนพร้าววิทยาที่อำเภอพร้าว โรงเรียนตรีมิตรวิทยาที่อำเภอดอยสะเก็ด และโรงเรียนบูรณศิลป์ที่อำเภอสันป่าตอง

คำว่า “บูรณศักดิ์” เริ่มต้นจากการสร้างโรงเรียนแห่งแรก คือ โรงเรียนบูรณศักดิ์ที่อำเภอสันกำแพง เป็นการลงทุนร่วมกัน ระหว่างนายสมบูรณ์ จันทรปัญญาและนายศักดิ์ อุตตโม อดีตครูโรงเรียนยุพราช จึงใช้ชื่อร่วมกันระหว่าง สมบูรณ์กับศักดิ์ ว่า “บูรณศักดิ์”

นายศักดิ์ อุตตโม นี้หลังจากเป็นครูแล้ว เรียนจบนิติศาสตร์ จึงเปลี่ยนอาชีพมาเป็นทนายความ ต่อมาสอบเป็นผู้พิพากษาได้ รับราชการเป็นผู้พิพากษาตำแหน่งสุดท้าย คือหัวหน้าศาลแพ่งธนบุรี(นายเจริญ เชาว์ประยูร,สัมภาษณ์)

ต่อมาจึงเลิกกิจการโรงเรียนที่สันกำแพงและมาทำธุรกิจโรงเรียนบูรณศิลป์โดยเช่าที่ของมูลนิธิเชียงใหม่สามัคคี และทำธุรกิจโรงเรียนบูรณศักดิ์วิทยาในเวลาต่อมาที่บริเวณที่ดินของนายสมบูรณ์ จันทรปัญญาเอง

ที่โรงเรียนบูรณศักดิ์วิทยาในยุคแรกๆนี้ นายสมบูรณ์ จันทรปัญญา รับหน้าที่เป็นผู้จัดการ ส่วนนายศักดิ์ อุตตโม รับหน้าที่เป็นอาจารย์ใหญ่ ต่อมาเมื่อนายศักดิ์ เปลี่ยนไปรับราชการเป็นผู้พิพากษา ผู้ที่รับตำแหน่งอาจารย์ใหญ่แทน คือ นายเจริญ เชาว์ประยูร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 เรื่อยมา ก่อนที่นายเจริญ จะไปรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่(ส.ส.)ในระยะต่อมา

โรงเรียนบูรณศักดิ์วิทยา เปิดรับนักเรียนตั้งแต่ชั้น ประถมปีที่ 1 ถึงชั้น มัธยมต้น ต่อมาปี พ.ศ.2501 เป็นต้นมารับนักเรียนชั้นมัธยมปลาย คือ ม.7-ม.8 ซึ่งต่อมาเปลี่ยนคำเรียกเป็น ม.ศ.4-ม.ศ.5 รับทั้งชายและหญิง

โรงเรียนบูรณศักดิ์ วิทยา

คณะครูอาจารย์ยุคแรกๆ เช่นในปี พ.ศ.2507 ประกอบด้วย อาจารย์เจริญ เชาว์ประยูรเป็นอาจารย์ใหญ่ , อาจารย์เทพ สมบัตินันทน์ เป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ คณาอาจารย์ประกอบด้วย ถวิล ดารากร ณ อยุธยา , พันธุ์ รัติกนก , สุรินทร์ แดนสุวรรณ , ธารทิพย์ วิจิตรศิลป์ , เจริญ เชยอิทร์ , เทียบ ประเสริฐสาย , มิสซิสเลตตี้ , สุวิทย์ จันทร์ทิพย์ , วิทยา กระแสชัย , อินทรีย์ ทิพย์สรรณ , บัวชุม วรรณเสวต , บุญทรง อินล้อกฟอง , ดำเกิง กัญชนะ , สมศักดิ์ กาฬรัตน์ , สุวรพันธ์ ขันทสีมา , ประยูร สุวรรณรัตน์ , สุราษฎร์ พรหมสุวรรณ , สุมนทัศน์ ปาณัษเฐียร , บุญศรี สะอาดวุธ , อภัย อุลย์ส่วนโอ , อารีจิต เอ.เจ.มานวรา , ประสิทธิ์ สะอาดวุธ , ยงยุทธ จันทรปัญญา(หนังสืออนุสรณ์บูรณศักดิ์,รุ่น 2507)

เครื่องแต่งกายของนักเรียนโรงเรียนบูรณศักดิ์ ชั้นมัธยมต้นกางเกงขาสั้นน้ำตาล มัธยมปลายกางเกงขาสั้นสีดำ

โรงเรียนบูรณศักดิ์ มักขึ้นชื่อในเรื่องของนักเรียนที่ชอบทะเลาะวิวาทในระดับต้นๆ ของเมืองเชียงใหม่

ทั้งวิวาทในโรงเรียนเองและต่างโรงเรียน ในโรงเรียนเองนั้นเด็กมัธยมต้นบางคนที่ตกซ้ำชั้นก็ไม่กลัวชั้นมัธยมปลายจึกมักมีการนัดชกต่อยกันตัวต่อตวกันเป็นประจำที่วัดทรายมูลพม่า ก่อนถึงบ้านพักคนชรา

นอกเหนือจากต่อยกันในโรงเรียนแล้ว ระหว่างโรงเรียนก็ขึ้นชื่อ สมัยนั้นแต่ละโรงเรียนแบ่งแยกกันตามสีของกางเกง คือ นักเรียนบูรณศักดิ์ นักเรียนโรงเรียนอนุสารสุนทรวิทยา นักเรียนโรงเรียนวรเชษฐ์ นักเรียนโรงเรียนสิริมังคลานุสรณ์ ซึ่งใช้กางเกงน้ำตาล มักเป็นพวกเดียวกัน ส่วนโรงเรียนปรินซ์ฯ , โรงเรียนมงฟอร์ต ใช้กางเกงน้ำเงิน หากพบกันก็มักพูดแซวกันและมีเรื่องชกต่อยกัน รวมทั้งในการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนก็มักหาเรื่องชกกัน โดยเฉพาะหากแข่งขันระหว่างโรงเรียนมงฟอร์ตกับโรงเรียนบูรณศักดิ์ ศิษย์เก่ายืนยันว่าต้องมีการตีกันค่อนข้างแน่นอน อย่างคราวหนึ่ง ในปี พ.ศ.2508 แข่งบาสเก็ตบอลที่สนามกีฬาเทศบาลมีอาจารย์เยา กันยราช เป็นกรรมการ เกมการแข่งขันสูสีกันมาก สุดท้ายผลปรากฎว่ากรรมการตัดสินค้านสายตาผู้ชม ตัดสินให้ทีมโรงเรียนบูรณศักดิ์แพ้ทีมโรงเรียนมงฟอร์ตแค่ “ครึ่งลูก” พลันเมื่อสิ้นดสียงนกหวีดสิ้นสุดการแข่งขันกองเชียร์ของโรงเรียนบูรณศักดิ์ต่างเฮโลเข้ามาทำร้ายกรรมการจนบาดเจ็บสะบักสะบอม ชื่อเสียงในทางไม่ค่อยดีของบูรณศักดิ์ส่งผลไปถึงการเข้าศึกษาต่อ นักเรียนของโรงเรียนบูรณศักดิ์จึงมีหลากหลายทั้งนักเรียนคุณภาพดีจนถึงเกเรสุดๆ ศิษย์เก่าส่วนใหญ่จะยึดอาชีพเป็นทหารตำรวจกันมากกว่าที่อื่น (ด.ต.อุทัย พัธวงค์ , สัมภาษณ์)

เหตุผลส่วนหนึ่งที่นักเรียนบูรณสักดิ์ชอบก่อเหตุทะเลาะวิวาท เนื่องจากนักเรียนมีหลากหลายที่งที่เรียบร้อยและเกเร นายสมบูรณ์ จันทรปัญญา ผู้จัดการโรงเรียน ซึ่งยอมรับกันทั่วไปว่ามีจิตใจดีงาม มักให้โอกาสนักเรียนที่ยากจนและไม่มีที่เรียนเข้ามาเรียนที่โรงเรียนบูรณศักดิ์ ศิษย์เก่าหลายคนวิเคราะห์ กันว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องจากการรับเด็กนักเรียนที่ส่วนหนึ่งเกเรมาก่อน และส่วนใหญ่ไม่สามารถสอบเข้าเรียนที่อื่นได้ จึงมาเรียนที่โรงเรียนบูรณศักดิ์ และประเด็นสำคัญคือ มักมาจากครอบครัวที่พื้นฐานยากจนไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแล เด็กเหล่านี้เมื่อมาเรียนจึงยากในการควบคุมดูแลเรื่องความประพฤติ มักมีเรื่องชกต่อยวิวาทกับนักเรียนโรงเรียนอื่นแทบทุกวัน อาจารย์ใหญ่สมัยนั้น คือ อาจารย์เจริญ เชาว์ประยูร ต้องขึ้นลงโรงพักเป็นว่าเล่นเพื่อแก้ไขปัญหา มักบ่นอย่างระอาว่ายากที่จะควบคุมได้(นายจำรูญ เร่งถนอมทรัพย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหางดง , สัมภาษณ์)

อาจารย์เจริญ เชาว์ประยูร อดีตอาจารย์ใหญ่ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนบูรณศักดิ์วิทยาในขณะทำหน้าที่บริหารอยู่ว่า

“ความจริงโรงเรียนที่นักเรียนส่วนหนึ่งมีปัญหาด้านทะเลาะวิวาทไม่เฉพาะที่บูรณศักดิ์เท่านั้น โรงเรียนอื่นเช่น โรงเรียนผดุงศิลป์ อยู่แถวสนามกอล์ฟยิมคานาก็ขึ้นชื่ออยู่เหมือนกัน เจ้าของ คือ อาจารย์สุนทร ศรีวิลัย เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนปรินซ์ฯ เคยเป็นเทศมนตรีเชียงใหม่ อีกโรงเรียนหนึ่ง คือ โรงเรียนอนุสารบำรุงวิทยาอยู่ถนนลอยเคราะห์เยื้องๆกับวัดลอยเคราะห์ สร้างโดยหลวงอนุสารสุนทร เดิมชาวบ้านเรียกว่า โรงเรียนครูโดย ตามชื่อครูใหญ่ ระยะหลังผู้บริหาร คือ อาจารย์ประสาท จินตศิริ เป็นครูสอนวาดเขียน หลังจากเลิกโรงเรียนอนุสารบำรุงวิทยาแล้ว อาจารย์ประสาทมาเปิดโรงเรียนสอนศิลปะและวาดเขียน ชื่อ โรงเรียนสิริกรศิลป์ อยู่ด้านหลังโรงเรียนพณิชการเชียงใหม่ในปัจจุบัน แต่ไมานานก็เลิกกิจการนอกจากนี้แล้วโรงเรียนอื่นๆ ก็มีนักเรียนที่ชอบก่อเหตุทะเลาะวิวาทไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนยุพราช โรงเรียนปรินซ์ฯ โรงเรียนมงฟอร์ต

“เหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักเรียนโรงเรียนบูรณศักดิ์ชอบทะเลาะวิวาท เนื่องจากเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่เข้ามาโรงเรียนบูรณศักดิ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนมักสอบที่โรงเรียนยุพราช ที่ปรินซ์และที่มงฟอร์ตไม่ได้ ก็มาเข้าบูรณศักดิ์ รวมทั้งที่ย้ายตามผู้ปกครองมาก็มาเข้าบูรณศักดิ์ อีกส่วนหนึ่ง คือ นักเรียนจากต่างอำเภอ ซึ่งสมัยนั้นโรงเรียนต่างอำเภอไม่มีสอนระดับมัธยม จึงมาเรียนในเมืองเชียงใหม่กันสอบที่อื่นไม่ได้ก็มาเข้าบูรณศักดิ์ ไม่รวมถึงเด็กต่างจังหวัดทั้งลำปาง ลำพูน เชียงราย แม่ฮ่องสอนที่มาเรียนบูรณศักดิ์ ซึ่งมักขาดความเอาใจใส่จากผู้ปกครอง

อาจารย์เจริญ เชาว์ประยูร

“นโยบายของอาจารย์สมบูรณ์ จันทรปัญญา ผู้อำนวยการ คือ ต้องการให้รับนักเรียนพวกนี้ไว้เพราะเห็นว่าหากไม่รับไว้เด็กจะไม่มีที่เรียน ให้ทำหน้าที่สั่งสอนไปให้สุดความสามารถให้เป็นคนดีของสังคม บูรณศักดิ์แทบไม่มีสิทธิเลือกเด็ก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กส่วนหนึ่งเกเร การเกเรหลักๆ คือ ยกพวกไปตีโรงเรียนอื่น โดยเฉพาะในการแข่งขันกีฬานักเรียนประจำปีที่แข่งขันกันที่สนามกีฬาเทศบาล มักมีเหตุทะเลาะวิวาทกัน บางครั้งมีการปาระเบิดบูรณศักดิ์มักยกพวกไปราวีถึงโรงเรียนอื่น รุ่งเช้าศึกษาธิการจังหวัดมักเรียกตัวผลไปสอบถามหาทางแก้ปัญหา บางคราวต้องไปรับรองความประพฤติที่โรงพักอีกส่วนหนึ่ง คือ หนีโรงเรียนไปเที่ยว และไปดูหนัง เนื่องจากโรงเรียนอยู่ใกล้โรงหนังสุริวงศ์ สุริยงและสุริยา ซึ่งสมัยนั้นอยู่ที่หน้าลานประตูท่าแพ ผมจะแก้โดยให้เด็กซื้อตั๋วเข้าไปดูก่อน ขณะหนังตัวอย่างฉาย ก็ถือไฟฉายเข้าไปคอยจับ พวกหนีเที่ยวจะแตกกระจายวิ่งหนีออกจากโรงหนัง ก็แก้ไขได้บางส่วน ช่วงนั้นเครียดเกี่ยวกับเด็กอยู่เหมือนกันเพราะหน่วยราชการมักเพ่งเล็งมาที่โรงเรียนบูรณศักดิ์หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวอยู่เสมอ เห็นปัญหาแต่แก้ไขได้ยาก

“ปัญหาอีกส่วนหนึ่งคือ ปัญหาครู ครูส่วนหนึ่งมักทำงานไม่ถาวร เนื่องจากค่าตอบแทนไม่สูงและขาดสวัสดิการเมื่อเทียบกับโรงเรียนรัฐบาล ทำให้บางส่วนพยายามหนีไปสอบบรรจุเป็นครูโรงเรียนรัฐบาล ดังนั้นการทุ่มเทเอาใจใส่กับนักเรียนจึงลดน้อยลง ครูบางคนก็กลัวเด็กไม่กล้าไปตอแยด้วย

“ศิลย์เก่าของโรงเรียนบูรณศักดิ์ที่จำได้มีหลายคนที่เจริญก้าวหน้าเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน เช่น ผู้ว่าฯสวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ , พ.ต.อ.ประเสริฐ จันทราพิพัฒน์ และภรรยาก็เป็นศิษย์เก่าบูรณศักดิ์ , นายสุวิทย์ ศรีสง่า นายอำเภอปง , นายรักเกียรติ วานิชพิพัฒน์ นายอำเภอบ้านธิ , พ.ต.อ.รณรงค์ ภักดี ผู้กำกับตระเวนชายแดนภาค 1 เป็นต้น แม้ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ก็เคยเรียนบูรณศักดิ์ สรุปแล้วผมสอนอยู่ที่บูรณศักดิ์ ถึง 24 ปี”

ข่าวคราวเรื่องปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนโรงเรียนบูรณศักดิ์คราวหนึ่งที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ มีการลงข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับวันที่ 9 สิงหาคม 2518 พาดหัวว่า

“นักเรียนบูรณศักดิ์ เหยียบ 100 คน ยกพวกตีนักเรียนธีรศาสตร์จำนวนไล่เลี่ยกัน ที่ตลาดวโรรส ปาระเบิดใส่กันมีนักเรียนเจ็บทั้งสองฝ่าย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2518 มีนักเรียนบูรณศักดิ์ถูกแทงบาดเจ็บ แต่ไม่แจ้งความ

“และแม้แต่ในบูรณศักดิ์เองก็วิวาทกันเอง โดยมีการชุมนุมกันในโรงเรียนตั้งแต่เช้าและได้มีมือมืดขว้างระเบิดขวดเข้าไปในกลุ่มที่ชุมนุมกันอยู่ จึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุนกันขึ้น มีผู้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.ธานี วีรเดชะ ผกก.เชียงใหม่ พร้อมด้วย ร.ต.ท.สุบิน อินทะปั๋น หัวหน้าศูนย์รถวิทยุ นำกำลังตำรวจ นปพ.มาระงับเหตุประมาณ 50 คน ล้อมโดยรอบโรงเรียน ในที่เกิดเหตึมีคนถูกสะเก็ดระเบิด 5 คน บาดเจ็บสาหัส 2 คน ถูกนำตัวส่ง รพ.สวนดอก และตำรวจได้จับกุมนายประชัน กันยานะวงศ์ นักเรียนบูรณศักดิ์คนหนึ่งพร้อมระเบิดขวด นำตัวดำเนินคดี (ไทยนิวส์ , 9 ส.ค. 2518)

ข่าวดังกล่าวบ่งบอกถึงความรุนแรงในเรื่องการทะเลาะวิวาทของนักเรียนโรงเรียนบูรณศักดิ์ในขณะนั้นได้ รวมถึงสถานการณ์การทะเลาะวิวาทของนักเรียนโรงเรียนต่างๆในสมัยนั้น ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งของผู้บริหารโรงเรียนบูรณศักดิ์

ระยะต่อมาโรงเรียนบูรณศักดิ์วิทยา และบูรณศิลป์ ประสบปัญหาด้านจำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนลดน้อยลง ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับโรงเรียนเอกชนอื่นๆ เนื่องจากโรงเรียนต่างอำเภออื่นๆ เริ่มเปิดรับนักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายกัน และต่อมาประมาณ ปี พ.ศ.2525 โรงเรียนทั้งสองจึงเลิกกิจการ นายสมบูรณ์ จันทรปัญญา เปลี่ยนแนวมาเปิดโรงเรียนสายอาชีพ คือ โรงเรียนพณิชการเชียงใหม่ มอบหมายให้นางมรกต จันทรปัญญา ดำเนินกิจการแทน (อาจารย์เจริญ เชาว์ประยูร , สัมภาษณ์)

อาจารย์เจริญ เชาว์ประยูร ประวัติเป็นชาวเชียงใหม่ บ้านอยู่ย่านวัดพญามังราย ด้านหลัง สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ บุตรของ ร.ต.ท.จันทร์ เชาว์ประยูรและนางบุญศรี จบการศึกษามัธยมปีที่ 8 จากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ต่อมาศึกษาต่อได้รับประกาศนียบัตรครูมัธยม เริ่มเป็นครูโรงเรียนบูรณศักดิ์ เมื่อปี พ.ศ.2498 ขณะอายุ 20 ปี และรับหน้าที่อาจารย์ใหญ่เมื่ออายุ 27 ปีเรื่อยมา ต่อมาสมัครและได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาจังหวัดเชียงใหม่(ส.จ.)เขตอำเภอแม่ริม ต่อมาจึงลาออกจากอาชีพครูและสมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(ส.ส.) ได้รับเลือกถึง 6 สมัย เคยได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีพลเอกชาติชาย ชุณหวัณ

ด้านนายสมบูรณ์ จันทรปัญญานั้นเป็นบุตรของขุนพัศดุภารภักดี(คำฟู จันทรปัญญา) และแม่บัวเกี๋ยง เป็นชาวบ้านฮ่อม อำเภอเมืองเชียงใหม่ ขุนพัศดุฯทำงานรับราชการที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ สร้างฐานะซื้อที่ดินในเขตเมืองเชียงใหม่ไว้ไม่น้อย มีบุตรธิดารวม 8 คน

ด้านครอบครัวสมรสกับนางจันทร สกุลเดิมพันธุรัตน์ มีบุตรธิดารวม 3 คน คือ นางมรกต สุวรรณชิน , นางสดโฉม ธรรมาภรณ์พิลาศ และ ดร.พนมพร จันทรปัญญา

นางจันทร จันทรปัญญา

ส่วนผู้จัดการโรงเรียนบูรณศักดิ์ คือ นางจันทร จันทรปัญญา ภรรยาของนายสมบูรณ์ จันทรปัญญา เป็นธิดาของนายจู นางคำเผือ พันธุรัตน์ เกิดปี พ.ศ.2460 ที่ใกล้สี่แยกประตูท่าแพ มีพี่น้องรวม 9 คน เริ่มต้นการศึกษาจากโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ และสอบได้วิชาครูประถมศึกษา เริ่มรับราชการเป็นครูที่โรงเรียนสตรีคำเที่ยงอนุสรณ์ระยะหนึ่ง ต่อมาจึงลาออกมาร่วมกับนายสมบูรณ์ จันทรปัญญาทำธุรกิจโรงเรียนเอกชน นางจันทร จันทรปัญญา ได้ชื่อว่าทำประโยชน์ให้สังคมโดยเป็นกรรมการก่อตั้งชุดแรกของมูลนิธิเด็กกำพร้าบ้านกิ่งแก้วและเป็นกรรมการสมาคมสตรีศรีลานนา นางจันทร จันทรปัญญา เสียชีวิตในปี พ.ศ.2534

ปัจจุบันรุ่นลูกของนายสมบูรณ์ และนางจันทร จันทรปัญญา ดำเนินการด้านการศึกษาต่อจากรุ่นพ่อแม่ โดยดำเนินกิจการโรงเรียนพณิชการเชียงใหม่เริ่มปี พ.ศ.2509 , โรงเรียนเมโทรเทคโนโลยี่ เริ่มปี พ.ศ.2543 และวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น ที่สีแยกสนามบิน เริ่มในปี พ.ศ.2542 ส่วนธุรกิจอีกส่วนหนึ่ง คือ สนามไดรฟ์กอล์ฟที่แยกสนามบิน

“บูรณศักดิ์ บูรณศิลป์” เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนเอกชนที่นายสมบูรณ์ นางจันทร จันทรปัญญา ได้ก่อตั้งและเปิดสอนเด็ก เยาวชนของเมืองเชียงใหม่จนหลายคนประสบความสำเร็จในชีวิตในปัจจุบัน

พบคำบันทึกของนายสมบูรณ์ จันทรปัญญา เจ้าของและผู้จัดการโรงเรียนบูรณศักดิ์วิทยา ที่แสดงความจริงใจต่อนักเรียนที่ใกล้จบการศึกษาในหนังสืออนุสรณ์บูรณศักดิ์ รุ่น 2502 ว่า

ลูกบูรณศักดิ์ ลูกบานเย็น-เหลือง ที่รักทั้งหลาย

ฉันรู้สึกสงสารพวกเธอมาก ความสงสารของฉันมาจับใจ เมื่อพวกเธออย่างเหยียบเทอมที่ 3 เทอมปลาย ฉันมารู้สึกว้าเหว่ใจชอบกลเพราะพวก ม.6 จะต้องจากไป แยกกันไปคนละที่ คนละแห่ง ตามยถากรรม เคยเห็นหน้าพวกเธอ เคยดุด่าว่ากล่าวตักเตือนสั่งสอนกัน ต่อแต่นี้ไปพวกเธอก็ต้องจากไป ไปเป็นผู้ใหญ่ ออกไปสังคมกับโลกภายนอกอย่างกว้างขวาง โอ! สติปัญญา , พลานามัย , การสังคม , อารรมณ์ของพวกเธอเท่าที่ได้รับจากบูรณศักดิ์จะสมบูรณ์พอไหมหนอ? ต่อนี้ไปเธอต้องแสวงหาเอาเองเสียแล้ว ผิด ถูก ใครเล่าจะช่วยแนะแนวทางให้ ตัวของตัวเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสินเอาเอง “อัตตาหิ อัตนโน นาโถ คนนั่นแหละเป็นที่พึ่งของตน”

ต่อแต่นี้ไป ฉันขอภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงมาช่วยดลบันดาลให้เธอคิดแต่ทางดีทางถูก จงชนะใจตนเอง นับถือตัวเอง เว้นการควรเว้นประพฤติการควรประพฤติ จงรักษาศักดิ์ศรีของบูรณศักดิ์ที่รักยิ่งของเธอ ขออย่าลืมว่า

บูรณศักดิ์บานเย็น – เหลือ เป็นขวัญเมืองกระเดื่องความดี
บูรณศักดิ์เด่นเป็นศรี ย่อมเป็นที่รู้ดีทั่วกัน

ฉันรักและเป็นห่วงพวกเธอทุกๆคน

สมบูรณ์ จันทรปัญญา
เจ้าของ และผู้จัดการ

(Cr.พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยเล่าไว้ ข้อมูล,รูปภาพ/พ.ต.อ.อนุ เนินหาด)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here