รัฐบาลญี่ปุ่นเห็นชอบให้การสนับสนุนโครงการส่งเสริมวงจรเกษตรกรรมและพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์ในภาคเหนือของประเทศไทย ผ่านโครงการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ [Grant Assistance for Grassroots Human Security Projects Scheme (จีจีพี)] ซึ่งได้จัดพิธีลงนามระหว่าง นายคะซึโนริ คาวาดะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ กับนายสุทัศน์ ปลื้มปัญญา หัวหน้าฝ่ายพัฒนา และดร.นุชนาฏ จงเลขา ผู้อำนวยการศูนย์อารักขาพืช มูลนิธิโครงการหลวง ในวันที่ 19 มีนาคม 2561 ที่ สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าให้ก่อตั้งโครงการหลวงขึ้น ใน พ.ศ. 2512 เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยบนพื้นที่สูง และเพื่อแก้ไขปัญหามากมาย เช่น ปัญหาความยากจน ปัญหาป่าไม้ถูกทำลาย และปัญหาการปลูกพืชเสพติด เป็นต้น ปัจจุบัน โครงการหลวงมีศูนย์วิจัยและพัฒนาถึง 39 แห่งในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งให้การช่วยเหลือเกษตรกร 44,647 ครัวเรือนใน 256 หมู่บ้าน เพื่อลดปัญหา การเผ่าป่าจากการทำไร่เลื่อนลอยอย่างที่เคยทำมาในอดีต โครงการหลวงได้ส่งเสริมให้ชนกลุ่มน้อยทำเกษตรกรรมชีวภาพแบบครบวงจร ทั้งการศึกษาวิธีทำปุ๋ยและการกำจัดศัตรูพืชแบบชีวภาพ การผลิต และการจำหน่าย รวมถึงพัฒนาการบรรจุและจัดส่งผลิตภัณฑ์อย่างมีคุณภาพ แต่ที่ผ่านมา กระบวนการผลิตส่วนใหญ่ยังอาศัยแรงงานมนุษย์เป็นหลัก ทำให้ยากต่อการเพิ่มหรือขยายประสิทธิผล ดังนั้น การปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ให้มากขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น

ด้วยเหตุนี้ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มีมติให้การสนับสนุนแก่โครงการหลวงเป็นงบประมาณมูลค่า 3,150,000 บาท เพื่อจัดหา ถังหมักเชื้อจุลินทรีย์ ป้องกัน และกำจัดศัตรูพืช และเครื่องห่อฟิมล์ยืด ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสนับสนุนในครั้งนี้ จะช่วยพัฒนาประสิทธิผลของการจัดส่งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและส่งเสริมให้เกษตรกรรมแบบครบวงจรเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นของเกษตรกรต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ให้แก่ประชาชนชาวไทยโดยผ่านโครงการความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์(จีจีพี) สืบไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here