นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด ผู้ให้บริการโรงรับจำนำอีซี่ มันนี่ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้โรงรับจำนำไม่คึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งปกติจะมีประชาชนทยอยมาไถ่ทองคำและทรัพย์สินอื่น ๆ คืนจากโรงรับจำนำจำนวนมาก เพื่อนำไปสวมใส่หรือมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลตรุษจีน คาดเพราะเศรษฐกิจชะลอตัว และราคาทองคำที่ผันผวนไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงรับจำนำ เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญคอยติดตามสถานการณ์ราคาทองอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ มูลค่ารวมของธุรกิจโรงจำนำในเมืองไทยมากกว่า 100,000 ล้านบาท คาดปีนี้ตลาดโรงรับจำนำโตร้อยละ 10 ขณะที่อีซี่ มันนี่ ตั้งเป้ารับจำนำปีนี้เติบโตร้อยละ 20 จากปัจจุบันมียอดจำนำสะสมหรือเงินหมุนเวียนอยู่ที่หลักหมื่นล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ขยายตัวร้อยละ 25 ซึ่งโครงสร้างรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากรายได้ดอกเบี้ยและมีบางส่วนที่มาจากรายได้จากการขายสินค้าหลุดจำนำ โดยลูกค้าทั่วไปจำนำเฉลี่ยต่อราย 20,000 บาท ขณะที่เอสเอ็มอีจำนำเฉลี่ยต่อราย 100,000 บาท

สำหรับปัจจุบันมีผู้ประกอบการใช้โรงรับจำนำเป็นแหล่งทุนมากขึ้น โดยเฉพาะเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของลูกค้าทั้งหมด บางรายมีไอเดียดี แต่ไม่มีประวัติกับธนาคารก็ได้เข้ามาใช้บริการโรงรับจำนำ เพื่อนำเงินไปต่อยอดธุรกิจ โดยปีนี้คาดว่าลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีจะขยายตัวถึงร้อยละ 20 เทียบกับปีที่ผ่านมา โดยทรัพย์ที่รับจำนำมากสุด คือ ทองคำ รองลงมา คือ เพชร นาฬิกา และสินค้าแบรนด์เนม ตามลำดับ พร้อมยอมรับว่าการนำสินค้าแบรนด์เนมจำนำมากขึ้น เพราะสังคมเปลี่ยน รสนิยมคนเปลี่ยน ใช้ของดีเพิ่มขึ้นทุกอาชีพและทุกช่วงอายุสะท้อนพฤติกรรมลูกค้าที่ฉลาดใช้ ฉลาดซื้อ และเป็นคนเก็บเงินได้ ใช้เงินเป็น เช่น คนเก็บเงินในรูปนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งเป็นทรัพย์ราคามีแต่เพิ่มขึ้น เมื่อเห็นโอกาสลงทุนก็เปลี่ยนเป็นสภาพคล่องและต้องการเงินหมุนเวียนไปใช้ในธุรกิจระยะสั้น จึงเป็นดอกเบี้ยและได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งปีที่ผ่านมาทรัพย์หลุดจำนำมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 4.9 ไม่แตกต่างจากปีก่อนหน้า และคาดว่าปี 2563 น่าจะเป็นตัวเลขใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม อีซี่ มันนี่ ยืนยันยังไม่พร้อมที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขอเวลาศึกษารายละเอียดก่อน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here