กองทุนสงเคราะห์การเกษตร มอบสัญญาเงินกู้ 10 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ ให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน นำไปต่อยอดลดต้นทุนผลิตอาหารไก่ไข่ ให้แก่สมาชิก

ที่สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน จำรูญพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรอง ติดตาม และประเมินผลโครงการ ที่ขอใช้เงินกองทุนสงเคราะห์ เป็นประธานและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามในสัญญาค้ำประกันเงินทุนกู้ยืมจากกองทุนสงเคราะห์การเกษตร ซึ่งสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด ได้ขอรับสนับสนุนเงินกู้ยืมในวงเงิน 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี เพื่อเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนในการจัดซื้อข้าวโพดและวัตถุดิบผสมอาหารไก่ ในโครงการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตไข่ไก่ โดยมีนายสิริพงศ์ ตระการกมล ประธานกรรมการผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และนายสุธัญญ์ ฤทธิขาบ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกองทุนสงเคราะห์การเกษตร ร่วมกันลงนามในครั้งนี้

นายสุธัญญ์ ฤทธิขาบ กล่าวว่า กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เป็นกองทุนภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมการผลิต การจำหน่าย การพยุงราคา การวิจัย และการดำเนินงานที่จำเป็นเร่งด่วนให้กับองค์กรด้านการเกษตร หรือหน่วยงานของรัฐ โดยเปิดให้จัดทำโครงการเพื่อขอกู้เงินช่วยเหลือในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพียงร้อยละ 0-2 และมีกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระ 3-7 ปี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และประเภทของโครงการที่ยื่นขอกู้ ปัจจุบันมีองค์กรด้านการเกษตรและส่วนราชการต่างๆ ขอยื่นกู้แล้วเป็นวงเงินกว่า 3 พันล้านบาท และยังมีวงเงินเหลืออีกกว่า 3 พันล้านบาท สำหรับรองรับการขอกู้เงินจากผู้ที่สนใจ ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มเกษตรกรที่ขาดเงินลงทุน และมีปัญหาในเรื่องหลักประกัน สามารถกู้เงินได้ง่ายขึ้นและมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการกู้เงินปกติ ซึ่งการลงนามในสัญญาค้ำประกันในครั้งนี้ เป็นไปตามขั้นตอนของกองทุนฯ ก่อนที่จะดำเนินขั้นตอนการเบิกจ่ายต่อไป

นายสิริพงศ์ ตระการกมล ประธานกรรมการสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะราคาไข่ไก่ตกต่ำ ต้นทุนวัตถุดิบและอาหารสัตว์สูงเกินจริง ปัจจุบันสมาชิก 66 ราย มีไก่ไข่ที่เลี้ยงอยู่กว่า 8 แสนตัว สำหรับเงินทุนที่ทางสหกรณ์ฯ ได้ทำโครงการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฯ ในครั้งนี้ จำนวน 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ทางสหกรณ์ฯ จะนำไปซื้อข้าวโพด ที่เป็นวัตถุดิบหลักสำหรับแปรรูปอาหารไก่ไข่มาเก็บสต๊อกไว้ เพื่อนำมาหมุนเวียนจำหน่ายให้กับสมาชิก และจากที่สหกรณ์ฯ จะต้องชำระดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 1 จากปกติที่กู้กับทาง ธ.ก.ส. จะเสียในอัตราดอกเบี้ยถึงร้อยละ 4 จึงเป็นการประหยัดเงินต้นทุนในการผ่อนชำระ ทำให้สมาชิกสามารถซื้อข้าวโพดจากสหกรณ์ได้ในราคาที่ถูกลง เป็นผลประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ โดยปัจจุบันทางสหกรณ์ฯ มีไซโลสำหรับสต๊อกข้าวโพด 2 ลูก ใช้เก็บข้าวโพดประมาณ 2 พันตัน และจากที่มีเงินทุนมาเพิ่มอีก 10 ล้านบาท จะสามารถซื้อข้าวโพดมาเก็บเพิ่มได้อีกประมาณ 1 พันตัน ทำให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในพื้นที่ได้ตลอดทั้งปี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here