ข้าราชการในอดีต สมัยการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมักได้รับบรรดาศักดิ์กัน บรรดาศักดิ์เริ่มตั้งแต่ หมื่น, ขุน, หลวง, พระ, พระยา และ เจ้าพระยา

ระดับกำนันตำบลต่างๆ จะได้รับบรรดาศักดิ์เป็น “ขุน” และมีราชทินนามนามท้าย ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมักต้องเป็นผู้นำชุมชนมีผู้เคารพนับถือและส่วนใหญ่มักมีทรัพย์สินบัติพอสมควรที่จะสละเวลาให้ราชการ ช่วยเหลือราชการและช่วยเหลือราษฎรในด้านต่างๆ หากต้องไปทำไร่ทำนาเหมือนชาวบ้านทั่วไป คงไม่มีเวลาช่วยเหลือราชการตามนโยบายของรัฐบาล

คนหนึ่ง คือ กำนันตำบลสันปูเลย ชื่อว่า “ขุนสันปูเลยลือเดช” เกิดประมาณปี พ.ศ.๒๔๑๓ เสียชีวิตเมื่ออายุ ๗๑ ปี คือปี พ.ศ.๒๔๘๔ ชื่อเดิม คือ นายซาว คุณยศยิ่ง มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านกอกหม่น หมู่ ๕ ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด ห่างจากตัวอำเภอดอยสะเก็ดประมาณ ๑๒ ก.ม. ขุนสันปูเลยฯ เป็นบุตรของท้าวสิทธิ และ แม่ปิน คุณยศยิ่ง มีพี่น้อง ๖ คน คือ พ่อน้อยใจ๋, พ่อน้อยทา, แม่นาง, แม่สม, ขุนสันปูเลยฯ และแม่แดง มี ๒ คนที่โยกย้ายไปอยู่ อ.พร้าว คือ พ่อน้อยใจ๋และพ่อน้อยทา

ขุนสันปูเลยลือเดช เป็นคนร่ำรวยในเขต ต.สันปูเลย มีไร่นานับ ๑๐๐ ไร่ อยู่ในเขต ต.สันปูเลย หลังจากเสียชีวิตแล้วแบ่งให้ลูกๆ คนละประมาณ ๒๕ ไร่ อุปนิสัยใจกว้าง ชอบช่วยเหลือคน

คุณลุงชื่น คุณยศยิ่ง อายุ ๘๐ ปื รุ่นหลานของขุนสันปูเลยฯ โดยเป็นบุตรของแม่คำ เล่าเกี่ยวกับขุนสันปูเลยว่า “ความจริง อุ๊ยขุน มีภรรยา ๓ คนด้วยกัน ผมเป็นหลานมักไปไหนต่อไหนกับอุ๊ยขุนเสมอ ไปไหนอุ๊ยขุนขี่ม้าไป เลี้ยงม้าไว้ ๓ ตัว นำมาขี่ตัวหนึ่ง ขี่ไปประชุมที่อำเภอบ้าง ไปธุระที่อื่นบ้าง โดยให้ผมนั่งหลังม้าด้านหน้าไปด้วย การใช้ม้าสมัยก่อนถือว่ามีฐานะดีเพราะชาวบ้านทั่วไปต้องเดินเท้ากัน อุ๊ยขุนเป็นที่พึ่งของชาวบ้านเวลามีข้อพิพาทก็เป็นผู้ไกล่เกลี่ยไม่ต้องส่งไปโรงพักหรืออำเภอ บางครั้งทำร้ายกันมาเลือดเต็มหน้า อุ๊ยขุนไกล่เกลี่ยเรียบร้อยแล้วกันไป ด้านความซื่อสัตย์ของอุ๊ยขุนที่ลูกหลานภาคภูมิใจ คือ สมัยนั้นคุณพระนิกร เป็นนายอำเภอดอยสะเก็ด (พระนิกรประชาเขตร์) สนิทสนมกับอุ๊ยขุน พระนิกรเคยมีภรรยาเชื้อสายเจ้าเชียงใหม่ ชื่อ เจ้าน้อย เป็นลูกของเจ้าฐาน มีที่ดินอยู่ตำบลสันปูเลยนับ ๑๐๐ ไร่ ได้นำมาบอกขายให้อุ๊ยขุน สมัยนั้นคงประมาณ ๑ หมื่นถึงสองหมื่นบาท ความไว้ใจกันจึงไม่ต้องทำสัญญาเป็นหลักฐาน เพียงพระนิกรบอกว่าหากตนเองไม่ไถ่คืนใน ๑๐ ปี ให้ยึดเป็นกรรมสิทธิ์ได้เลย ต่อมาภรรยาของพระนิกรเสียชีวิต พระนิกรมาแต่งงานใหม่กับแม่นาง ลูกสาวของขุนผดุงดอยแดน อดีตกำนันตำบลเชิงดอยและมาขอไถ่ที่ดิน ขณะนั้นระยะเวลาได้ ๘ ปี หากเป็นคนอื่นคงยึดที่ดินไปเล้ว แต่อุ๊ยขุนไม่ยึดคงมอบคืนให้พระนิกรไป ถือเป็นความซื่อสัตย์ต่อกัน พระนิกรประทับใจมากและยกผลผลิตข้าวในนาทั้งหมดให้อุ๊ยขุนทุกปี จนกระทั่งอุ๊ยขุนเสียชีวิต

“คุณพระนิกร ให้ความเอ็นดูผมมาก เมื่อจะเก็บข้าว ผมซึ่งดูแลนาอยู่จะขี่จักรยานไปตามคุณพระนิกรที่บ้านเชิงดอยมาที่นา คุณพระนิกรขี่จักรยานมาด้วยกัน มานอน ๑ คืน ดูแลข้าว นอกจากนี้คุณพระนิกรมีเพื่อนอยู่ในเมืองเชียงใหม่ ชื่อ คุณพระพิจิตร (พระพิจิตรโอสถ) บ้านอยู่บริเวณตลาดศิริวัฒนา ย่านช้างเผือก เมื่อคุณพระนิกรมาเยี่ยมคุณพระพิจิตร ผมจะขี่จักรยานมาเป็นเพื่อน ขณะนั้นผมอายุประมาณ ๑๕ ปี ตอนหลังคุณพระนิกรมอบหมายให้ผมรับผิดชอบข้าวที่ได้จากนาของท่านที่สันปูเลย นำไปขายที่โรงสีในเมืองเชียงใหม่ ได้เงินก็นำไปมอบให้ท่าน สมัยนั้นข้าวเปลือกถังละ ๘ บาท ๙ บาท”

ขุนสันปูเลยลือเดชเสียชีวิตลงเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๔ ขณะอายุ ๗๑ ปี ด้านครอบครัวแต่งงานกับแม่ดิบ คนบ้านป่ายาง บุตรสาวของอุ๊ยตันและแม่ติ๊บ มีบุตรธิดาด้วยกัน ๗ คน คือ พ่อน้อยเฮือน, แม่จุ้ม, แม่คา, แม่ทา, แม่หอม และ ส.ต.อ.ตาโต คุณยศยิ่ง อดีตตำรวจ สภ.อ.ฮอด

Cr.อดีต “ดอยสะเก็ด” (สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม ๑๓)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here