ตอนสายของปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ใกล้เวลาเข้าประชุมประจำเดือนอำเภอดอยสะเก็ด ม้าหนุ่มพันธุ์ใหญ่สีทองวิ่งเหยาะลุยถนนเฉาะแฉะออกจากบ้านแม่ก๊ะ มุ่งหน้ามาทางที่ว่าการอำเภอ ผู้ที่นั่งอยู่บนหลังม้ารูปร่างค่อนข้างเตี้ยแต่ล่ำสันแข็งแรง ควบม้าตัวตรงแต่งเครื่องแบบข้าราชการกำนันสวมหมวกกระโล่ มีไม้เท้าเสียบอยู่ข้างลำตัวม้า เอื้อนเอ่ยทักทายชาวบ้านตามข้างทางเรื่อยมา ชาวบ้านละแวกนี้มักรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ชาวบ้านมักทักทายชายผู้นี้ว่า “กำนัน ไปประชุมก๋า?”
เด็กนักเรียนที่ขี่จักรยานไปโรงเรียนต้องหยุดรถ นำไว้ชิดริมถนนเพื่อให้ม้าผ่านไปก่อน สายตามองด้วยความทึ่งปนชื่นชม บุรุษหลังอานม้านี้ คือ กำนันตำบลตลาดขวัญ นามว่า “กำนันทา”

ยุคนั้นแม้ถนนหนทางจะเป็นดินอัดผสมลูกรังซึ่งมีฝุ่นหนาในหน้าแล้ง ส่วนหน้าฝนก็เป็นโคลนตม
“กำนันทา” ชื่อจริง คือ กำนันบุญทา พรหมขัดแก้ว เป็นกำนันตำบลตลาดใหญ่ ซึ่งเป็นตำบลอยู่ทางทิศใต้ของตัวอำเภอดอยสะเก็ด ห่างประมาณ ๖ กิโลเมตร ถนนสายนี้ไปทะลุบ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง

จากบ้านแม่ก๊ะมาตัวอำเภอดอยสะเก็ดสมัยก่อนนั้นถือว่าไกลทีเดียว ชาวบ้านทั่วไปที่ยากจนมักเดินกันมาเพื่อติดต่อราชการ ผู้มีฐานะหน่อยก็ใช้รถจักรยาน การใช้ม้านั้นป็นพาหนะของผู้มีฐานะเท่านั้น เนื่องจากม้ามีราคาค่อนข้างแพง ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำและทำไร่ทำนาไม่อาจซื้อหามาใช้ได้

ไม่แปลกนักเมื่อกำนันบุญชาในการขี่ม้า เมื่อต้องไปธุระไกลๆ เพระครอบครัวกำนันถือได้ว่ามีฐานะดีกว่าชาวบ้านทั่วไป โดยมีไร่นานับสิบร้อยไร่ แต่หลังปี พ.ศ.๒๕๐๐ รถจักรยานเริ่มมีเข้ามาจำหน่ายและเป็นพาหนะของคนทั่วไปแล้ว แต่กำนันบุญทายังใช้ม้าอยู่ เหตุนี้จึงได้เห็นแววตาแปลกใจของเด็กรุ่นหลังที่เพิ่งจะเคยเห็นคนขี่ม้า

กำนันบุญทา พรหมขัดแก้ว พื้นเพเป็นคนบ้านแม่ก๊ะ มีภรรยาชื่อ แม่อุ๊ยจัน มีบุตรธิดา ๒ คน ชื่อ แม่กุยแก้ว และ แม่จันทร์หอม ต่อมาแต่งงานกับแม่อุ๊ยมูล มีบุตร ๑ คน คือ นายประธาน พรหมขัดแก้ว

กำนันบุญทา เป็นกำนันตำบลตลาดใหญ่ สมัยก่อนคุมหลายหมู่บ้านรวมทั้งบ้านแม่ฮ้อยเงินด้วย ชาวบ้านจะคุ้นเคยภาพกำนันบุญทา ขี่ม้าออกตรวจพื้นที่ สมัยที่หนทางลำบากเมื่อนายอำเภอหรือผู้บังคับกองออกตรวจพื้นที่ก็ต้องอาศัยนอนที่บ้านกำนันบุญผู้นี้

คุณป้าอำไพ พันธุ์เกษม อายุ ๖๙ ปี ลูกสะใภ้ของกำนันบุญทา เล่าว่ามาอยู่ที่บ้านกำนันบุญทาเมื่ออายุ ๑๘ ปี คือ ปี พ.ศ.๒๔๙๕ บ้านเดิมอยู่ที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ทันได้เห็นกำนันบุญทาขี่ม่าไปไหนต่อไหน แม้ระยะเวลาต่อมาจะมีจักรยานใช้กันแล้ว ส่วนใหญ่ขี่รถจักรยานแต่กำนันบุญทายังคงใช้ม้า ระยะต่อมามีการใช้รถเครื่องหรือรถจักรยานกันบ้าง แต่กำนันบุญทายังคงใช้ม้าไปไหนต่อไหนรวมทั้งขี่ม้าไปประชุมที่อำเภอดอยสะเก็ดด้วย

กำนันบุญทามีที่นามาก ชาวบ้านมักมาช่วยทำนาโดยไม่ต้องจ้าง เพราะความเคารพนับถือในตัวกำนันบุญทา ชาวบ้านให้เกียรติ
ม้าของกำนันบุญทา เป็นม้าเทศตัวใหญ่น่าเสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ใช้ออกตรวจและไปประชุมที่อำเภอ

กำนันบุญทาได้สร้างประโยชน์ให้ท้องถิ่น คือ การบริจาคที่ดินสร้างเป็นสถานีอนามัยตำบลตลาดใหญ่ สมัยก่อนเรียกว่า “สุขศาลา” โดยบริจาคที่ดินให้ ๑ ไร่ รวมกับของพี่สาว คือ อุ๊ยยวงอีก ๑ ไร่ รวมเป็น ๒ ไร่ให้ต่อทางราชการ โดยสร้างก่อนปี พ.ศ.๒๔๙๕

กำนันบุญทา แม้จะอายุ ๘๐ ปีแล้วก็ยังคงเป็นกำนันอยู่ เนื่องจากสมัยก่อนเป็นอำนาจของนายอำเภอในการพิจารณาว่าใครทำงานได้หรือใครทำงานไม่ได้ นายอำเภอคงเห็นว่ากำนันบุญทายังเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านจึงให้คงเป็นกำนันต่อไป

เหตุผลที่กำนันทาไม่ยอมมาใช้รถจักรยานยนต์ คุณป้าอำไพบอกว่า เนื่องจากใช้ม้านานหลายสิบปี คุ้นเคยกับการเดินทางโดยขี่ม้ามากกว่าหันมาใช้จักรยานคงเป็นเรื่องลำบากใจพอดี ด้วยเหตุผลนี้กำนันบุญทาจึงเลือกใช้การขี่ม้าอย่างเดิมเรื่อยมา จนออกจากราชการและเมื่ออายุมากเข้าก็เลิกใช้ม้าในที่สุด

กำนันบุญทา หรหมขัดแก้ว เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ ขณะอายุ ๙๒ ปี

Cr.อดีต “ดอยสะเก็ด” (สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม ๑๓)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here