น่าแปลกใจที่เมื่อสอบถามชาวเมืองเชียงใหม่อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป มักจะรู้จัก “หนองบัว” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่อำเภอดอยสะเก็ด
สอบถาม ๑๐ คน ตอบว่าเคยไปเที่ยวถึง ๙ คน และแต่ละคนมีความประทับใจกับ “หนองบัว” แห่งนี้ทั้งสิ้น

รู้กันว่า “หนองบัว” เป็นแหล้งท่องเที่ยงธรรมชาติตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๐ เรื่อยมา
คนหนึ่งอายุ ๖๐ ปีเศษ บอกว่า “ประมาณ พ.ศ.๒๕๐๖ ที่เที่ยวในเมือง คือ น้ำตกห้วยแก้ว ผู้คนมักพลุกพล่าน ส่วนหนึ่งไปกับเป็นครอบครัว ไปเที่ยวเล่นน้ำด้วย นำผ้าไปซักที่น้ำตกด้วย หากหิวก็กินอาหารที่ร้านนายเติม บางส่วนก็ไปนั่งพักผ่อนที่ส่วนรุกขชาติ ดังนั้นหากมีรถส่วนตัว คือ รถจักรยานหรือหากมีฐานะหน่อยก็รถมอเตอร์ไซต์เวสป้าก็ไปเที่ยวที่หนองบัว ดอยสะเก็ด สมัยนั้นไปกับเพื่อนสาวไปนั่งเรือถีบด้วยกัน กินอาหารกันที่ร้านเป็นเพิงที่หนองบัว อาหารที่ขึ้นชื่อ คือ เนื้อฟองดู เนื้อหมักหั่นบางๆจุ่มในน้ำกระทะเล็กๆ และจิ้มกับน้ำจิ้ม มีผักบุ้งด้วย นอกจากนั้นก็มีส้มตำ ข้าวเกรียบน้ำพริกเผา สมัยนั้นอร่อยมาก”

อีกคนหนึ่งวัยใกล้เคียงกันเล่าว่า “พวกผมขี่จักรยานกันไป มีสาวซ้อนท้ายไปเที่ยวที่หนองบัว ไปกันเป็นกลุ่มในหมู่เพื่อนพากันไปเที่ยวหนองบัวช่วงเสาร์-อาทิตย์ สถานที่ร่มรื่น เป็นหนองน้ำใหญ่ ขี่จักรยานได้โดยรอบ ในหนองมีบัวอยู่เต็มหนอง สวย นอกจากนี้ด้านหนึ่งมีนกเป็ดน้ำด้วย สมัยนั้นมีจักรยานน้ำ นั่งได้ ๒ คน ก็สามารถจีบสาวได้สะดวก บางคนก็ไปนั่งโคนต้นไม้มีม้านั่งให้นั่งเล่นพักผ่อน”

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ “หนองบัว” ได้รับความนิยม คือ

หนึ่ง สมัยนั้นสถานที่ท่องเที่ยวมีน้อย สถานที่ท่องเที่ยวของชาวเมืองเชียงใหม่ คือ น้ำตกห้วยแก้วเป็นหลัก เมื่อมีการพัฒนา “หนองบัว” เป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับที่สองต่อจากน้ำตกห้วยเก้ว

สอง ความร่มรื่น “หนองบัว” มีความร่มรื่นเพราะมีธรรมชาติที่สวยงาม มีต้นไม้ใหญ่ หนองน้ำกว้าง สะอาด เต็มไปด้วยบัว และที่สำคัญ คือ มีนกเป็ดน้ำนับเป็นร้อยตัวที่มาลงว่ายน้ำหากินด้านทิศตะวันออกของ “หนองบัว”

สาม คือ การพัฒนาของผู้เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ชาวเมืองเซียงใหม่ไปเที่ยวชมธรรมชาติที่ “หนองบัว” แล้ว ยังมีการพัฒนาทั้งด้านการสร้างศาลากลางน้ำ สร้างร้านอาหารสำหรับคนที่ไปเที่ยว สร้างจักรยานน้ำ เป็นต้น

การที่ “หนองบัว” มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งคนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงนั้น เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเพระฝีมือการพัฒนาของ “นายชุ่ม บุญเรือง” นายอำเภอดอยสะเก็ดในสมัยนั้น แต่ก่อนหน้านี้หนองบัว มีการพัฒนมาบ้างแล้ว ตั้งแต่นายอำภอสุวรรณ กฤตธรรม

อีกผู้หนึ่งที่มีส่วนในการพัฒนาร่วมกับนายชุ่ม บุญเรือง คือ นายทองดี พันธุประภา
นายทองดี พันธุประภา เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๙ ขณะอายุ ๖๕ ปื พื้นเพเป็นคนบ้านถ้ำ เขตอำเภอดอยสะเก็ด ต่อมาโยกย้ายครอบครัวมาค้าขายอยู่ในบริเวณใกล้ตลาดเชิงดอย เปิดร้านขายเครื่องไฟฟ้า ชื่อว่า “ร้านทองศรีและบุตร” เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๓ เรื่อยมา ภายในร้านจำหน่ายรถจักรยาน ๒ ล้อ, วิทยุ, โทรทัศน์, ตู้เย็น, รถจักรยานยนต์, จักรซิงเกอร์ เป็นต้น ถือเป็นร้านจำหน่ายเครื่องไฟฟ้าในยุคแรกๆ ของอำเภอดอยสะเก็ด ทำให้มีผลกำไรไม่น้อย

ด้วยว่าเป็นผู้ที่ชอบพบปะผู้คนและมีจิตใจกว้างขวาง ทำให้นายทองดี พันธุประภา สนิทสนมกับฝ่ายปกครองทั้งนายอำเภอสุวรรณ กฤตธรมและนายอำเภอชุ่ม บุญเรือง จนต่อมาได้ร่วมกับนายชุ่ม บุญเรือง พัฒนาหนองบัวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับจังหวัด

คุณป้าศรีนุช พันธุประภา ภรรยาของนายทองดี พันธุประภา เล่าเรื่องที่นายทองดี เข้าไปร่วมพัฒนาหนองบัวว่า “คุณทองดี สนิทกับนายอำเภอชุ่ม บุญเรือง และนายอำเภอชุ่มชวนให้ไปซื้อที่ดินติดหนองบัวเพราะอยากให้ไปช่วยป้องกันชาวบ้านมาแอบตกปลาที่หนองบัว สมัยนั้นหนองบัวเริ่มมีการพัฒนาบ้างแล้วในสมัยนายอำเภอสุวรรณ กฤตธรรม มีการสร้างถนนโดยรอบหนองบัวแล้ว เมื่อนายอำเภอชุ่มย้ายมา จึงต้องการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ครั้งแรกคุณทองดี ไม่ซื้อ นายอำเภอชุ่มจึงซื้อไว้เอง สมัยนั้นที่ถูกเพราะบริเวณหนองบัวยังเป็นป่าเป็นแพะ (ป่ารก) ที่ดินถูก ที่ ๑ ไร่เศษ ราคาแค่ ๖๕๐ บาท ต่อมาคุณทองดี ไปซื้อไว้อีก ๒-๓ แปลงและซื้อต่อจากนายอำเภอชุ่ม ทั้งหมดประมาณ ๑๖ ไร่ ที่เดิมมีตูบหลังเล็กๆ เสาร์-อาทิตย์ ก็ไปดูที่เอาข้าวไปกิน คนที่ไปเที่ยวก็บอกว่าลำบากไม่มีอาหารขาย บางคนแนะนำว่าน่าจะทำอาหารขาย สมัยนั้นคนเริ่มมาเที่ยวกันบ้างแล้ว แต่ก็ไม่มาก ประมาณ พ.ศ.๒๕๐๓ ต่อมาจึงจ้างรถมาเกรดปรับที่ จ้างคนมาตกแต่งที่ สมัยก่อนมีจอมปลวกใหญ่”

“ต่อมาป้าก็เลยเริ่มทำอาหารไปขาย ต่อมาไปสร้างร้านชื่อ ร้านบัวสวรรค์บาร์ ขายอาหารตามสั่ง อาหารที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี คือ เนื้อกระทะ สมัยนั้นอ่านหนังสือชาวกรุงได้สูตรเนื้อกระทะมา คุณทองดีลองให้แม่ครัวทำดูก็ทานได้อร่อย จึงนำไปขายที่ร้านบัวสรรค์บาร์ ปรากฏว่าขายดี อุปกรณ์ก็มีกระทะอลูมิเนียมตั้งไฟ มีเนื้อฝานเป็นแผ่นบางๆ ให้ลูกค้าคีบเนื้อวางที่กระทะเอง คงสนุกและตื่นเต้น บางทีน้ำมันในกระทะกระเด็นบ้าง กระทะคว่ำบ้าง ต่อมาจึงจ้างช่างในเมืองเชียงใหม่ทำจักรยานน้ำ ใช้เท้าถีบ ๕-๖ ลำ มาให้เช่า และซื้อเรือพายมาให้เช่าอีก ๖ ลำ ด้านหน้าร้านบัวสรรค์บาร์สร้างสะพานไม้เข้าไปในหนองบัว”

“คนมาเที่ยวกันตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ ส่วนเสาร์-อาทิตย์คนเยอะ มานั่งเล่น มานั่งทานอาหาร พายเรือ ถีบจักรยานน้ำเล่น ต่อมาจึงทำบังกะโลให้เช่า ๓ หลัง นอกจากนี้คุณอุดร มุ่งเกษม เป็นนายช่างชลประทานได้มาสร้างบ้านพักรับรองบริเวณหนองบัวอีกด้วย”

ทุกสิ่งเมื่อมีความเจริญรุ่งเรื่องถึงระดับหนึ่งก็ย่อมตกต่ำลง เช่นเดียวกับหนองบัวจากที่เคยได้รับความนิยมอย่างมาก ต่อมาความนิยมเสื่อมลง เหตุผลหนึ่งเนื่องจากการย้ายไปรับตำแหน่งนายอำเภอเมืองตากของนายชุ่ม บุญเรือง เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๖ แต่เหตุผลสำคัญอีกเหตุผลหนึ่ง คือ เรื่องของธรรมชาติ

คุณป้าศรีนุช พันธุประภา เล่าว่า “หนองบัวเลิกเพราะน้ำแห้ง สมัยก่อนใช้น้ำฝนแต่ละปีตกมาก็มาขังในหนองบัว มาปีหนึ่งฝนตกน้อย น้ำแห้ง แม้จะมีการเจาะน้ำบาลสูบน้ำขึ้นมาก็ไม่มีน้ำพอ น้ำแห้งส่งผลให้ต้นบัวที่มีอยู่ตายลง นกเป็ดน้ำที่เคยมาอยู่ที่หนองบัวก็หายไป แม้ภายหลังจะมีการพัฒนาหนองบัวเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้งก็ไม่ได้รับความนิยมเหมือนสมัยอดีต”

นอกจากนี้เหตุผลอีกส่วนหนึ่ง เนื่องจากในสมัยปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆเริ่มมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสวนลัดดาแลนด์ ห้วยตึงเฒ่า เป็นต้น

แต่ถึงอย่างไร หากหลายๆฝ่ายช่วยกันมีส่วนร่วมในการพัฒนาหนองบัวให้มีจุดสนใจ เชื่อว่าหนองบัวน่าจะกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญดังเช่นในอดีตได้

Cr.อดีต “ดอยสะเก็ด” (สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม ๑๓)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here