องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ Chiang Mai Better Breathing 2020 “เชียงใหม่ เพื่อลมหายใจที่ดีกว่า” สร้างการรับรู้ให้ประชาชน ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ตลอดจนรับรู้แนวทางการดูแลสุขภาพและการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 

ทั้งนี้เนื่องด้วยปัจจุบันสถานการณ์หมอกควันและมลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ มีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุของการเกิดปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เกิดจากหลายปัจจัยได้แก่ การเผาในที่โล่งในช่วงฤดูแล้ง ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม ฝุ่นละอองจากถนน การก่อสร้าง เขม่าจากน้ำมันดีเซล รวมถึงปัญหาไฟป่าในประเทศเพื่อนบ้านในแถบลุ่มน้ำโขง ทำให้เกิดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมในชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมาก ทำให้คุณภาพอากาศแย่ลง ประกอบกับสภาพภูมิประเทศซึ่งมีภูเขาล้อมรอบ ทำให้มลพิษต่าง ๆ ถูกกักไว้และแผ่ปกคลุมทั่วเมือง สะสมจนมีค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานส่งผลให้ปริมาณผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในเชียงใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี
 
จากข้อมูลสถิติของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม - 16 มีนาคม 2562 พบผู้ป่วยใน 4 โรคเฝ้าระวังที่เกิดจากหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งหมด 91,182 ราย แบ่งเป็น โรคตาอักเสบ 2,661 ราย โรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด 38,857 ราย โรคทางเดินหายใจทุกชนิด 48,037 ราย และโรคผิวหนังอักเสบ 1,627 ราย ซึ่งสถานการณ์ฝุ่นควันในจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงต้นปี 2562 เกิดวิกฤตการณ์ ที่รุนแรง เว็ปไซต์  www.airvisual.com ซึ่งวัดคุณภาพอากาศของโลก พบว่า จากการเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพอากาศหรือค่า US AQI จากหัวเมืองใหญ่จากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกพบว่า ค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ติดต่อกัน 6 วัน

ประกอบกับจังหวัดเชียงใหม่ได้แจ้งซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5  โดยการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนถึงสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ และให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพ รวมถึงการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และการดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้ที่ทำให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองอันเป็นการสร้างเหตุรำคาญแก่ประชาชนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่พระราชบัญญัติการสาธารณสุขพ.ศ.2535 กำหนด 

รวมทั้งแจ้งมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความตระหนัก และปรับพฤติกรรมประชาชนในการลดการเผาในที่โล่ง พื้นที่การเกษตร และการเผาขยะในชุมชน/เมือง และได้จัดส่งแผนการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยสำหรับกลุ่มเสี่ยงรวม 5 กลุ่ม จำนวน 539,599 ราย เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมในการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย ประกอบกับปัจจุบันเกิดการระบาดของไวรัสโคโลนา (COVID -19) ส่งผลให้หน้ากากอนามัยขาดตลาด หาซื้อยาก และมีราคาสูงขึ้น ดังนั้นนอกจากการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชน การให้ความรู้แก่ประชาชนในการทำหน้ากากอนามัยด้วยตัวเอง จึงเป็นอีกวิธีในการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ตลอดถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ฝ่ายสาธารณภัยและสิ่งแวดล้อมส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำนักการช่าง จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ Chiang Mai Better Breathing 2020 “เชียงใหม่ เพื่อลมหายใจที่ดีกว่า” ขึ้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here