หลังจากมีข่าว ดร.สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ ก็ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการสงบ ที่ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยวัย 67 ปี มีอาการป่วยมะเร็งตับ หลังรักษาตัวเข้า-ออก โรงพยาบาลมาเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งบรรดาสื่อทั้งทีวีและมีเดียทั้งหลายได้เสนอข่าวนั้น ประชาชนชาวเชียงใหม่เมื่อทราบข่าวต่างรู้สึกอาลัยในการจากไปของท่านมากมาย

            เพราะว่า ดร.สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ดร.ปึ้ง” ได้คลุกคลีกับพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่มานานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดเชียงใหม่ มีผลงานให้กับท้องถิ่นมากมายในจังหวัดเชียงใหม่

            สำหรับประวัติส่วนตัว ของนายสุรพงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 ที่จังหวัดเชียงใหม่ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปีที่ 5 จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น, ปริญญาวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยยังทาวน์สเตท รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา และ ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแห่งแอเคริน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา มีน้องชายชื่อ สุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ยังเคยเป็นอดีตประธานกรรมาธิการการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร อดีตประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ ในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นญาติของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก สุมาลี โตวิจักษณ์ชัยกุล น้าของสุรพงษ์ แต่งงานกับ เสถียร ชินวัตร อาของ นายทักษิณ ชินวัตร นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เคยสมรสกับ อัญชลี โตวิจักษณ์ชัยกุล มีบุตร 2 คน คือ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล และ ศุภิสรา โตวิจักษณ์ชัยกุล

บนถนนการเมือง ดร.สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เริ่มแรกลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน พ.ศ. 2529 สังกัดพรรคกิจสังคม แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2539 และได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดเดิม แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง โดยแพ้ให้กับ ปกรณ์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทย จากนั้นในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 นายสุรพงษ์ ยังคงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดิม แต่ย้ายมาลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 41 แต่ก็ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ นายสุรพงษ์ ได้มีบทบาทสำคัญในการอภิปรายโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ต่อมา ดร.สุรพงษ์ ย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2549 ภายหลังรัฐประหาร และพรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค จึงย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชาชน และ ดร.สุรพงษ์ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 ในนามพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2553 ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 ของพรรคเพื่อไทย และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ล่าสุดดร.สุรพงษ์ เคยถูกศาลฎีกาตัดสิน ในคดีดัง คืนหนังสือเดินทางให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สมัยดำรงตำแหน่ง เป็น รมว.กระทรวงการต่างประเทศ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับ “นายทักษิณ” ในวันที่ 1 ม.ค. 2554 โดยได้มอบคืนพาสปอร์ตประเภทบุคคลทั่วไป 2 เล่ม ได้แก่ เลขที่ U957441 และเลขที่ Z530117 โดยขณะนั้นให้เหตุผลว่า นายทักษิณ อยู่ต่างประเทศไม่เป็นภัยต่อรัฐบาล ซึ่งเจ้าตัวก็ต้องสู้คดีเรื่อยมา จนถึงวันที่ ศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุก “สุรพงษ์” เป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากมีความผิด กรณีเร่งรัดออกหนังสือเดินทางให้ “ทักษิณ ชินวัตร” แต่จำเลยอุทธรณ์ขอให้มีการรอลงโทษ ศาลเมตตาจึงให้รอลงอาญา 2 ปี ต่อมา พาสปอร์ต 2 เล่ม ของ “ทักษิณ” ก็ถูก “ยกเลิก” ในสมัย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็น รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลบิ๊กตู่ เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2558

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here