ผส.ชป.1 ตรวจเยี่ยม คป.ชม. ยกนิ้วให้เป็นโครงการหนึ่งที่สร้างชื่อให้กรมชลประทาน นำนโยบายกรมฯ สู่การปฏิบัติได้รวดเร็วทุกเรื่อง พร้อมแจงการบริหารจัดการน้ำยังยันส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก ชี้ช่วงนี้ฝนน้อยวอนเกษตรกรชะลอปลูกข้าวนาปีหลัง 15 ก.ค. เผยยังกังวลฝนตกมากแต่ไหลเข้าเขื่อนน้อยเพราะส่วนใหญ่ไม่ตกเหนืออ่าง แต่ไปตกใต้อ่าง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมอ่างเก็บน้ำแม่จอกหลวง โครงการชลประทานจังหวัดเชียงใหม่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม และรับฟังรายงานการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่รับผิดชอบโครงการชลประทานเชียงใหม่ โดยมี นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและบรรยายแผนและผลการดำเนินงาน
นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 (ผส.ชป.1) กล่าวถึงการเข้าตรวจเยี่ยมโครงการชลประทานเชียงใหม่ ว่าจากรายงานในที่ประชุมถือได้ว่าการบริหารจัดการของโครงการชลประทานเชียงใหม่เป็นที่น่าพอใจมาก งานของโครงการชลประทานเชียงใหม่ ไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องงานด้านชลประทานเท่านั้น แต่ยังมีงานที่ต้องประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานชลประทานทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย การปฏิบัติล้วนเป็นไปตามนโยบายของท่านอธิบดีกรมชลประทาน ที่ได้มอบไว้ วันนี้ยังได้รับรายงานถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำ รวมการนำนโยบาย IT Mobile ไปปรับใช้เป็นผลสำเร็จแล้ว ถือได้ว่าเป็นโครงการหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กรมชลประทาน

“สำหรับการบริหารจัดการน้ำ แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศให้เข้าสู่ฤดูฝนเมื่อวันที่ 17 พ.ค.63 ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม ในลุ่มน้ำปิงตอนบนยังมีฝนตกค่อนข้างน้อย สำนักงานชลประทานที่ 1 ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนใหญ่ไว้คือ ที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลจะต้องนำน้ำไปใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก โดยในช่วงฝนตกน้อยปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงมีน้อยก็จะใช้ก็จะส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรกซึ่งต้องใช้อยู่ราว 10 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะมีน้ำใช้ในส่วนนี้ไปจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม” ผส.ชป.1 กล่าว
“ขณะเดียวกันในส่วนพื้นที่ทางการเกษตรได้ประชาสัมพันธ์และร้องขอให้พี่น้องเกษตรกรชะลอการทำนาปีออกไปก่อน ให้ถึงวันที่ 15 กรกฎาคมไปแล้วค่อยเริ่มทำการเพาะปลูก เพราะในช่วงเวลาที่ว่านี้ฝนจะชุกสามารถทำนาปีได้ค่อนข้างมีน้ำใช้อย่างมั่นคง แม้ว่าในช่วงนั้นจะมีบ้างที่ฝนทิ้งช่วงก็จะส่งน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 2 แห่งมาช่วยในการทำข้าวนาปีในปีเพาะปลูก 2563 ในลุ่มน้ำปิงตอนบนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่เกิดความเสียหาย
“สิ่งที่ยังเป็นข้อกังวลคือ ปริมาณฝนที่ตกลงมาแต่ไม่ตกบริเวณเหนือเขื่อนซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 1 แหล่งสำรองน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงของจังหวัดเชียงใหม่อยู่หลายแห่ง ฝนที่ตกไม่ไปตกเหนือเขื่อน ส่งผลให้น้ำไม่ไหลเข้าเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำมากนัก หากแต่วันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมามีฝนตกในพื้นที่มากได้น้ำเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 2 เขื่อนราว 8 ล้าน ลบ.ม. นับว่าเป็นผลดีในการที่จะเก็บกักไว้เพื่อช่วยเหลือการเพาะปลูกข้าวนาปีในช่วงที่จะถึงนี้” นายสุดชาย กล่าวในที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here