จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยนานหลายเดือน ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน รวมไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ แม้ว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี จะหาหนทาง หาวิธี หามาตรการมาเยียวยาพี่น้องประชาชน นั่นก็เป็นเพียงบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชนไปได้ไม่มากก็น้อย วันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดเบาบางลง รัฐบาลเปิดล็อกผ่อนคลายในทุกเรื่อง เพื่อจะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะด้านท่องเที่ยวในประเทศ

เรื่องนี้นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า แนวทางการลงทะเบียนใช้สิทธิตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเที่ยวปันสุข, กำลังใจ, เราไปเที่ยวกัน ในการประชุมหารือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ถึงแนวทางการลงทะเบียนใช้สิทธิตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการลงทะเบียนดังกล่าว จึงได้ให้ ททท. กลับไปพิจารณาขั้นตอนการลงทะเบียนให้เหมาะสมมากขึ้นอีกครั้ง ก่อนสรุปเพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ต่อไป
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการลงทะเบียนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจะต้องไม่ยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งจะทำให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ ทั้งโรงแรม และร้านอาหารใช้งานได้ง่ายที่สุด เพื่อให้มาตรการดังกล่าวมีประสิทธิภาพประสิทธิผลในเชิงการดำเนินการให้มากที่สุด ภายใต้หลักการที่ ครม.อนุมัติไปแล้ว ขณะเดียวกัน จะต้องปรับปรุงระบบแพลตฟอร์มให้เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประชาชนและผู้ประกอบการเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้สามารถการันตีการรับสิทธิในครั้งเดียว โดยไม่ต้องให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการทำเรื่องคอนเฟิร์มไปมาหลายรอบ
สำหรับการลงทะเบียนต่างๆ ต้องไม่ซับซ้อน ระบบจะเชื่อมโยงกันให้ประชาชนที่มีสิทธิลงทะเบียนและรอรับสิทธิไปใช้ได้เลย ขณะที่ร้านค้า หรือโรงแรมต้องใช้ง่าย ข้อมูลจะลิงก์กันหมด โดยไม่ต้องคอนเฟิร์มกันไปมาให้ยุ่งยาก ซึ่งทั้งหมดต้องให้ทุกฝ่ายสะดวกที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบที่ ครม.อนุมัติไปก่อนหน้านี้แล้วทั้งหมด เชื่อว่าเมื่อมาตรการมีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ ให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น และจะสามารถประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นได้
ขณะเดียวกันศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ครม.อนุมัติเที่ยวปันสุข ช่วยจ่ายค่าโรงแรม-เครื่องบินให้ 40% ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรีพบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2563 มีมติเห็นชอบโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยว เป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการคลังเสนอ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2563
หลักการของมาตรการ “เที่ยวปันสุข” แบ่งได้เป็น 3 โครงการ ได้แก่ แพ็กเกจสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และ แพ็กเกจสำหรับประชาชนทั่วไป

  1. แพ็กเกจ “กำลังใจ” เพื่อตอบแทนบุคลากรแนวหน้าในการรับมือโควิด-19 โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1,200,000 คน โดยจะให้ได้รับสิทธิพิเศษเดินทางท่องเที่ยวฟรี ผ่านบริษัทนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 2,000 บาทต่อคน
    2.แพ็กเกจ “เราไปเที่ยวกัน” เพื่อสนับสนุนค่าโรงแรมที่พักในลักษณะร่วมจ่าย จำนวน 5 ล้านคืน ประมาณ 40% ของค่าห้องพักแต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าอาหารและค่าใช้จ่ายสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการและ ททท. จะแจ้งรายชื่อแก่ธนาคารกรุงไทย จำนวน 600 บาท ต่อห้องต่อคืน โดยจะต้องมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่จังหวัดในทะเบียนบ้านของประชาชนผู้จองที่พัก
    3.แพ็กเกจ “เที่ยวปันสุข” เพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชน จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน โดยจำหน่ายบัตรโดยสารด้านการท่องเที่ยว 3 กลุ่ม ได้แก่ สายการบินในประเทศไทย รถขนส่งไม่ประจำทางข้ามจังหวัด และรถเช่าประมาณ 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาท ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ต้องเป็นคนไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนผ่านแอพของธนาคารกรุงไทย เพื่อขอรับบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิคส์และนำมาเป็นส่วนลด ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนในภายหลัง
    และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.prd.go.th หรือโทร. 02-618-2323
    ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย 3 แพ็กเกจ ได้แก่ กำลังใจ เที่ยวปันสุข และเราไปเที่ยวกัน ในระยะเวลา 4 เดือน หรือ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2563 ว่า หารือร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในส่วนของทัวร์นำเที่ยว เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว
    ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปคือ การจัดทำรายละเอียดการปฏิบัติตามขั้นตอนในการดำเนินตามแพ็กเกจต่างๆ โดยขั้นตอนที่ต้องคำนึงถึงคือกระบวนการในการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วง 1-2 เดือนแรก หรือภายในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ซึ่งไม่ปล่อยให้รอเที่ยวในช่วงท้ายๆ ของระยะเวลาที่กำหนดไว้ภายใน 4 เดือน ไม่เช่นนั้นจะส่งผลให้ประชาชนจะรอเที่ยวช่วงเดือนตุลาคมกันหมด จึงต้องเร่งหาโปรโมชั่น หรือออกแคมเปญสร้างแรงจูงใจให้เริ่มเดินทางเร็วขึ้น ส่วนรูปแบบแพลตฟอร์มในการลงทะเบียนรับสิทธิ์ หรือโอนเงินส่วนต่างคืนให้กับประชาชน ต้องรอการสรุปผลหลังจากหารือร่วมกับธนาคารกรุงไทยอีกครั้ง
    ชาติ ทุ่งเสี้ยว /รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here