จากกรณี พิพาทการต่อสัญญาเช่าสนามกอล์ฟ “สตาร์โดม” สนามกอล์ฟชื่อดังกลางเมืองเชียงใหม่ ที่ยังอึมครึมไม่ชัดเจน ภายหลังจากที่กองทัพอากาศ เจ้าของพื้นที่ขอขึ้นค่าเช่าจากเอกชนซึ่งเป็นผู้บริหารชุดเดิม ในสัญญาใหม่ ซึ่งมีการระบุราคาค่าเช่าใหม่ว่าสูงขึ้นจากเดิมถึง 500% พร้อมขึ้นป้ายยุติสัญญาและขอให้เอกชนออกจากพื้นที่
โดยมีข้อความว่า “กองบิน 41 แจ้งยุติกิจการและขอให้ออกจากพื้นที่ ตามที่ทางกองบิน 41 ได้อนุญาตให้ “บริษัท เดอะ สตาร์โดมจำกัด” ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของกองบิน 41 และสัญญาอนุญาตได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อ 30 เมษายน 2563 นั้น

บัดนี้ ได้สิ้นสุดระยะเวลาตามที่ทางกองบิน 41 ได้อนุโลมในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้ว กองบิน 41 ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า การให้บริการสนามฝึกช้อมกอล์ฟในนาม “เดอะ สตาร์โดม และสนามฝึกซ้อมกอล์ฟพิมานทิพย์” จะสิ้นสุดลงอย่างป็นทางการใน 31 กรกฎาคม 2563 นี้ และกองบิน 41 จะปิดพื้นที่อย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป
กองบิน 41 สงวนสิทธิ์ไม่มีความกี่ยวข้องกับการดำเนินการหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ระหว่างผู้ประกอบการพนักงาน ลูกจ้างหรือลูกค้าที่มีต่อ “เดอะ สตาร์โดม และสนามฝึกข้อมกอล์ฟพิมานทิพย์” ทั้งสิ้น จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน”
ภายหลังจากมีประกาศดังกล่าว ได้สร้างความสับสนให้กับผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งผู้บริหารสนามกอล์ฟพนักงาน ลูกจ้าง และลูกค้านักกอล์ฟอย่างมาก กระทั่งช่วงสายของวันที่ 31 ก.ค.63 ทางผู้บริหารสนามกอล์ฟฯ นำโดย ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ จึงแจ้งเปิดการแถลงชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ณ บริเวณภายในสนามกอล์ฟสตาร์โดมฯ มีผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ร่วมประชุมมีสื่อมวลชนมาร่วมสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก
โดย ดร.พรรณวิภา เปิดเผยว่า บริษัทสตาร์โดมฯ เป็นผู้ชนะการประมูลได้รับสิทธิ์การบริหารสนามกอล์ฟแห่งนี้เป็นเวลา 30 ปี (ปี2550-2580) ก็ได้บริหารเรื่อยมาไม่มีปัญหาใดๆ บริษัทฯ ใช้เงินกว่า 200 ล้านบาท ลงทุนสร้างสนามกอล์ฟขนาดมาตรฐาน 9 หลุม ช่องไดร์ฟกอล์ฟ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ปรับปรุงภูมิทัศน์ต่างๆ ต่อมาได้รับแจ้งจากทางกองทัพอากาศว่าสัญญาเดิม 30 ปี ยาวนานเกินไป เกรงจะมีข้อจำกัดต่างๆ จึงขอให้ต่อสัญญาทุกๆ 3 ปี และทุกสัญญาใหม่จะขอปรับเพิ่มค่าเช่าขึ้น 5% เราก็ยอมรับทำตามเรื่อยมา สัญญาล่าสุดต่อปี 60-63 ครบกำหนดแล้ว ก็ได้รับแจ้งมาอีกว่าขอปรับเปลี่ยนรายละเอียดสัญญาเช่าใหม่ โดยขอปรับค่าเช่าขึ้น 500% และระบุว่าเนื้อหาในสัญญาบางส่วนจะถูกปรับแก้เมื่อไหร่ก็ได้ รวมถึงพื้นที่เช่าส่วนไหนจะถูกตัดปรับแก้อย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของกองทัพอากาศด้วย ตรงนี้เราจะรับได้อย่างไร
ดร.พรรรวิภา กล่าวอีกว่า ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ผลประกอบการรายได้เราลดลงอย่างมาก อยู่กันอย่างยากลำบาก เราได้เข้าไปเจรจากับคู่สัญญาฯ เพื่อขอความเห็นใจ การเจรจาก็ไม่เป็นผล แถมทางคู่สัญญา (กองทัพอากาศ) ยังได้แจ้งอีกว่าจะเปิดประมูลให้เอกชนรายใหม่เข้ามาบริหาร โดยเปิดโอกาสให้สตาร์โดม มีสิทธิ์ร่วมการประมูลสัมปทานครั้งใหม่ ทั้งที่เรามีสัญญายาวถึงปี 2580 ตรงนี้หมายความว่าอย่างไร เราต้องยอมรับอย่างนั้นหรือ
“พนักงานเรา 300 ชีวิตจะอยู่ยังไง เราเป็นเอกชนไม่อยากจะมีเรื่องกับส่วนราชการอยู่แล้ว โดยเฉพาะทหารใครๆ ก็รู้ดี เราไม่อยากถูกรังแกจึงอยากขอความเห็นใจ ขอยืนยันว่าเราจะไม่ไปไหน จะเปิดให้บริการตามปกติ เพราะเรามีสิทธิ์โดยชอบธรรมตามสัญญา” ดร.พรรวิภา กล่าว ตามที่ได้ปรากฏตามสื่อต่างๆ ไปแล้วตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 ส.ค.63 ทางกองทัพอากาศ ได้สั่งปิดประตูทางเข้า-ออกพื้นที่สนามกอล์ฟสตาร์โดมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีการนำแผงกั้นมากั้นไว้ แล้วล็อคโซ่คล้องประตูเอาไว้อย่างแน่นหนา ต่อมาทางด้าน พลอากาศโท พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า การยุติการจ้างบริหารกิจการสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ กองบิน 41 หรือที่รู้จักในนาม “สนามกอล์ฟพิมานทิพย์” หรือ “สนามกอล์ฟสตาร์โดม” ซึ่งเป็นกิจการสวัสดิการของราชการ ภายใต้การกำกับดูแลของกองบิน 41 จังหวัด เชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย ส่งเสริมสุขภาพ และเป็นสวัสดิการด้านกีฬาและนันทนาการให้กับข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการและครอบครัว เป็นหลักโดยหากมีรายได้เกิดขึ้น ก็จะนำมาใช้ในการจัดสวัสดิการให้แก่กำลังพล และครอบครัว ของกองบิน 41 อาทิ ทุนการศึกษา หรือการสนับสนุนด้านกีฬาต่าง ๆ

สำหรับการดำเนินการที่ผ่านมา ได้มีการว่าจ้างคณะบุคคลเพื่อมาบริหารกิจการ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ คือ “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ.2547 “ภายใต้การกำกับดูแลของคณะอนุกรรมการสวัสดิการ กองบิน 41 โดยทำสัญญาจ้างบริหารกิจการ คราวละ 3 ปี ซึ่งผู้รับจ้างเป็นเอกชนรายเดิมต่อเนื่อง 4 สัญญา สัญญาล่าสุดคือปี 2560-2563 การดำเนินการตามสัญญาเป็นไปตามความยินยอมของทั้งสองฝ่ายและมีการปฏิบัติด้วยดีต่อกันเสมอมา
ทั้งนี้ ทางคณะอนุกรรมการสวัสดิการ กองบิน 41 ต้องการให้มีการทบทวนและปรับปรุงสัญญา เนื่องจากเห็นว่าการดำเนินงานของสนามกอล์ฟมีแนวโน้มการบริหารในรูปแบบที่มีบุคคลภายนอกมาใช้บริการค่อนข้างมาก อาจจะทำให้เข้าข่ายเป็นการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของการจัดสวัสดิการภายในของกองทัพอากาศ ที่ต้องการให้เป็นสวัสดิการและสถานที่ออกกำลังกายสำหรับกำลังพลและครอบครัวของกองทัพอากาศเป็นหลัก โดยได้มีการเจรจากับทางคู่สัญญามาเป็นระยะ
เมื่อครบกำหนดสัญญา เมื่อ 30 เมษายน 2563 และมิได้มีการดำเนินการใดๆ ตามข้อเจรจาในการต่อสัญญา ทางคณะอนุกรรมการสวัสดิการ กองบิน 41 จึงพิจารณาที่จะเข้าบริหารกิจการเอง ทั้งนี้ได้อนุโลมให้ผู้รับจ้างเตรียมการยุติใช้พื้นที่ตั้งแต่ เดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม 2563 ซึ่งขณะนี้ถึงกำหนดเวลาตามที่ได้อนุโลมไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในการเข้าบริหารกิจการสนามกอล์ฟนี้ ทางคณะอนุกรรมการสวัสดิ กองบิน 41 พร้อมดูแลจ้างงาน พนักงานของผู้รับจ้างรายเดิม ทั้งพนักงานในส่วนสำนักงานและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอื่นๆ แต่เพื่อความเรียบร้อยและเหมาะสมต่อการใช้พื้นที่ ทางคณะอนุกรรมการสวัสดิการ กองบิน 41 มีความจำเป็นต้องปิดพื้นที่ชั่วคราวเพื่อพัฒนาให้มีความพร้อมรองรับการดำเนินการด้านสวัสดิการต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here