เห็นข่าวทางทีวี หรือบรรดาโชเชียลมีเดีย กรณีประชาชนจำนวนมากมุ่งหน้าสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อต้องการเสียภาษีที่ดิน โดยเกรงว่าหากพ้นกำหนด 31 สิงหาคมก็จะถูกปรับ 10-40 % ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือนให้ประชาชนผู้มีหน้าที่ชำระภาษีมาเสียภาษี
แต่ภาพข่าวที่ออกไป ประชาชนเกรงว่าจะพ้นกำหนดระยะเวลาจึงพากันมาเสียภาษีใกล้วันดีเดย์ และสุดท้ายก็สวดรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นี่แหละประชาธิปไตยของเมืองไทย
เรื่องนี้ในการสัมมนาผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นภาคเหนือกับการพัฒนาประเทศ ที่หอประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 พรรษาที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายประยูร  รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอชี้แจงประเด็น กรณีข้อวิจารณ์ปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง “สื่อนำเสนอปัญหาการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งประชาชนมีความกังวลใจกรณีที่กระทรวงการคลังระบุว่าหากประชาชนไม่ได้จ่ายภาษีที่ดินภายใน ส.ค. 63 จะมีค่าปรับ 10-40 % แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งภาษีที่ดินฯ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ระบุว่าออกหนังสือให้ไม่ทัน และไม่ได้รับความชัดเจนว่าจะมีการผ่อนผันให้อย่างไรหรือไม่ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก” ดังนี้

  1. หาก อปท. ยังไม่มีหนังสือแจ้งประเมินไปยังผู้เสียภาษี ถือว่าผู้เสียภาษีไม่มีภาระต้องไปเสียภาษีตามกฎหมาย ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุ เช่น1.1 ประชาชนได้รับยกเว้นภาษีกรณีเป็นเจ้าของบ้านและมีชื่ออยู่ใน
    ทะเบียนบ้าน จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี หากมูลค่าฐานภาษีกรณี ใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัยไม่เกิน 50 ล้านบาท หรือ10 ล้านบาท แล้วแต่กรณี หรือเป็นบุคคลธรรมดาใช้ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างในการประกอบการเกษตรจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีในปี 2563 – 2565 1.2 หนังสือแจ้งประเมินภาษีส่งไปแล้วไม่มีผู้รับ จดหมายจึงถูกตีกลับ1.3 ไม่อยู่ในฐานข้อมูลการสำรวจผู้อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีของ อปท. (ตกสำรวจ)
  2. อปท. ไม่สามารถแจ้งประเมินภาษีย้อนหลังได้ ดังนั้น แม้ว่าจะมีหน้าที่เสียภาษี แต่หากเกิดกรณี อปท. ไม่แจ้งประเมินภาษีภายในปี 2563 ผู้เสียภาษีก็ไม่มีภาระต้องไปเสียภาษีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
  3. ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถขยายเวลาการชำระภาษีของประชาชนให้เกินกว่าเดือนสิงหาคม 2563 ได้ แต่ต้องดำเนินการก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบให้ขยายเวลาดำเนินการตามกฎหมายออกไปเป็นการทั่วไป เฉพาะการจัดเก็บภาษีในปี 2563 ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ใน 2 กรณี ดังนี้3.1 กรณีผู้บริหารท้องถิ่นเห็นเป็นการสมควรเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ผู้เสียภาษี สามารถอนุมัติขยายเวลาการชำระภาษีออกไปเป็นการทั่วไปเฉพาะในเขต อปท. ได้ โดยประกาศเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ซึ่งผู้เสียภาษีไม่ต้องเสียเบี้ยปรับร้อยละ 10-40รวมถึงเงินเพิ่มร้อยละ 0.5-1 ตามกฎหมาย เช่น ปัจจุบันเมืองพัทยาได้มีการขยายเวลาการชำระภาษีของผู้เสียภาษีออกไปจนถึงเดือนตุลาคม 2563 กรณีเช่นนี้ ผู้เสียไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายแต่อย่างใด 3.2 กรณีผู้เสียภาษีมีเหตุจำเป็นไม่สามารถชำระภาษีได้ภายในเดือนสิงหาคม 2563 หรือภายในระยะเวลาที่ผู้บริหารท้องถิ่น
    ได้อนุมัติขยายออกไปตามข้อ 3.1 ผู้เสียภาษีสามารถยื่นเรื่องขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นขยายเวลาการชำระภาษีออกไปเป็นรายกรณีได้ โดยประชาชนไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ แต่ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 0.5 ต่อเดือน
  4. กรณีผู้เสียภาษีได้รับหนังสือแจ้งประเมินภาษีจาก อปท. ล่าช้า เช่น  ได้รับแจ้งเกินกว่าเดือนสิงหาคม 2563 ผู้เสียภาษีสามารถใช้สิทธิคัดค้านการประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
  5. กรณีค่าภาษีตั้งแต่ 3,000 บาท ผู้เสียภาษีสามารถขอผ่อนชำระภาษีได้ 3 เดือน นับแต่เดือนที่ต้องชำระภาษี โดยเสียภาษีในจำนวนเท่ากันทุกเดือน
  6. ประชาชนสามารถชำระภาษีได้หลายช่องทาง ดังนี้6.1 ชำระตรง ณ ที่ทำการ อปท.6.2 ชำระผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เช่น ธนาณัติ ตั๋วแลกเงิน เช็ค6.3 ชำระผ่านธนาคาร เช่น โอนเงินผ่านเลขที่บัญชีของ อปท., ชำระผ่านระบบ QR Payment (ATM, Internet Banking, Mobile Banking, ชำระตรงผ่านธนาคาร)6.4 ชำระผ่านระบบอื่นตามที่มีการทำบันทึกข้อตกลงไว้ 
    เนื่องจากปี 2563 เป็นปีเริ่มแรกของการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประกอบกับเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งในส่วนของ อปท. ที่อาจดำเนินการล่าช้าหรือไม่ถูกต้อง รวมถึงประชาชนผู้เสียภาษีที่มีรายได้ลดลงจากการหยุดกิจการ ซึ่งรัฐบาลได้ตรา พรฎ. ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราร้อยละ 90 ให้กับทุกกลุ่มที่เสียภาษีในปี 2563 ไปแล้ว ทั้งนี้ รายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างถือเป็นรายได้หลักที่สำคัญของ อปท. ซึ่งจะนำไปใช้จ่ายในการพัฒนาและจัดทำบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งในส่วนของ อปท. ที่จะต้องดำเนินการด้วยความเป็นธรรมต่อประชาชน และประชาชนผู้เสียภาษี ดังนั้น
    จึงขอให้ผู้เสียภาษีติดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องการขยายเวลาการชำระภาษีดังกล่าวจาก อปท. ซึ่งตนถือครองทรัพย์สินอยู่ โดยในกรุงเทพมหานครสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองรายได้ กรุงเทพมหานคร หรือฝ่ายจัดเก็บรายได้ของสำนักงานเขตทุกเขต ส่วน อปท. อื่น สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองคลัง ของแต่ละ อปท.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here