คณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) เห็นชอบจัดตั้งสถานกักกันในกิจการเพื่อสุขภาพ รองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต เตรียมเสนอเปิดสนามบินหลัก 4 แห่ง ในจังหวัดท่องเที่ยว ด่านบกและด่านน้ำรวม 4 แห่ง รองรับผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษา เตรียมเสนอ ศบค.เห็นชอบต่อไป พร้อมจัดทำแพคเกจพิเศษ Shopping Online
สัปดาห์ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (นโยบาย Medical Hub) ครั้งที่ 2/2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการเรื่องการจัดตั้งสถานกักกันในกิจการเพื่อสุขภาพ (Wellness Quarantine :WQ) เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวตามนโยบาย Wellness Program โดยอยู่ระหว่างการรับสมัครกิจการเมดิคอลสปาและกิจการเพื่อสุขภาพอื่นๆ เข้าร่วมโดยจะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนด และกักกันตัว 14 วัน ซึ่งประมาณการว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 195 ล้านบาท หลังจากที่มีการดำเนินการเรื่องสถานกักกันในโรงพยาบาลทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine : AHQ) มาตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎราคม 2563 ในการรองรับผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามารับการรักษาในประเทศไทยแล้วมีผลการดำเนินการที่ดี โดยมีชาวต่างชาติเข้ามารับการรักษาแล้ว 1,120 ราย เกิดรายได้ 114 ล้านบาท และกำลังจะเดินทางเข้ามาอีก 2,220 ราย ประมาณการรายได้อีก 360 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบในหลักการเรื่องการเตรียมเปิดสนามบินหลักอีก 4 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย และอู่ตะเภา เพื่อรองรับการดำเนินการเรื่อง Medical Program รับผู้ป่วยชาวต่างชาติมารักษาในลักษณะของเที่ยวบินเช่าเหมาลำ การเปิดด่านทางบก 2 แห่ง คือ ด่านบ้านแหลม และด่านบ้านหาดเล็ก จ.จันทบุรี และด่านทางน้ำ 2 แห่ง คือ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด โดยจะต้องเสนอไปยังศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด 19 หรือ ศบค.เห็นชอบต่อไป รวมถึงเห็นชอบการจัดทำแพคเกจพิเศษ Shopping Online สำหรับผู้ที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลในโครงการ AHQ เน้นสินค้ากลุ่มสมุนไพรและโอทอป รวมทั้งยังรับทราบโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยว เชิงสุขภาพระดับโลก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here