ออกกฎเหล็ก 5 อำเภอ เชียงใหม่ ห้ามปล่อยโคมยี่เป็งเด็ดขาด หวั่นกระทบนกเหล็ก ท่าอากาศยานเชียงใหม่ วางมาตรการป้องกันเข้ม ตรวจเขตการบินทุกชั่วโมง จังหวัดเชียงใหม่ ฮึ่ม! ใครไม่ขออนุญาต ปล่อยมั่วอาจโดนปรับเงินแสน แถมยังเจอคุกด้วย

นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ซึ่งจัดโดย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ตามที่จังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดให้มีการจัดงานประเพณียี่เป็งขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม สืบสานประเพณีไทย โดยมีกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างหลากหลาย และกิจกรรมที่นิยมของนักท่องเที่ยวส่วนมาก ในระยะหลายปีนี้คือ การปล่อยโคมลอย โคมไฟ และโคมควัน (ว่าวฮม) ซึ่งมีการปล่อยโคมในจำนวนมาก ก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินอากาศหรือการปฏิบัติงานของอากาศยาน เขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ รวมถึงก่อให้เกิดความเสียหาย อัคคีภัยแก่บ้านเรือน ชุมชน

ดังนั้น จังหวัดเชียงใหม่จึงได้ออกประกาศเรื่องมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัย การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2559 โดยห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้โคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอแห่งท้องที่และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศจังหวัดเชียงใหม่ โดยให้กระทำได้ในวันลอยกระทง (กระทงเล็ก) ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทยของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม 2563 โดยอนุญาตให้จุดและปล่อยได้ ในช่วงเวลา 19.00 น. ถึงเวลา 01.00 น. ของวันถัดไปเท่านั้นยกเว้นเฉพาะการปล่อยโคมควัน (ว่าวฮม) ให้กระทำการจุดและปล่อยได้ เฉพาะช่วงเวลา 10.00 น. ถึงเวลา 12.00 น. และวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 หรือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 (กระทงใหญ่) อนุญาตให้จุดหรือปล่อยได้ เฉพาะเวลา 19.00 น. ถึงเวลา 01.00 น. ของวันถัดไป นอกจากนี้ให้กระทำได้ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี โดยให้จุดและปล่อย เฉพาะเวลา 19.00 น. ถึงเวลา 01.00 น. ของวันถัดไป ทั้งนี้ต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ โดยยื่นขอรับใบอนุญาตล่วงหน้าก่อนวันจุดและปล่อยไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามหลักเกณฑ์ในประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของชนิดและขนาดโคมลอย โคมไฟ ตัวโคมต้องมีปริมาตรไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 90 เซนติเมตร สูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร และทำจากวัสดุธรรมชาติ เชื้อเพลิงทำจากกระดาษชุมขี้ผึ้ง หรือพาราฟิน น้ำหนักไม่เกิน 55 กรัม ระยะเวลาเผาไหม้ต้องไม่เกิน 8 นาที ยึดติดกับตัวโคมด้วยเชือกทนไฟ หรือลวดอ่อนเบอร์ 24 จำนวน 2 เส้น (ตามมาตรฐาน มผช.808/2552) และชนิดขนาดโคมควัน (ว่าวฮม) ทำจากกระดาษว่าว ขนาดกว้างxยาว ไม่เกิน 50×75 เซนติเมตร ใช้ประกอบโคมจำนวนไม่เกิน 72 แผ่น และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษสีเดียวกับท้องฟ้า สำหรับปีนี้ การพิจารณาอนุญาตของนายอำเภอท้องที่ในเขตปลอดภัยทางเดินอากาศ ให้นำพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 มาประกอบการพิจารณา โดยห้ามมิให้บุคคลใดจุดและปล่อย หรือกระทำการใดเพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ ซึ่งเป็นการรบกวนหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินอากาศหรือปฏิบัติการของอากาศยาน ภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ในพื้นที่ 5 อำเภอ ดังนี้ 1.อำเภอเมืองเชียงใหม่ ครอบคลุมทุกตำบล จำนวน 16 ตำบล ของจังหวัดเชียงใหม่ 2.อำเภอหางดง ครอบคลุมทุกตำบล จำนวน 11 ตำบล 3. อำเภอสารภี จำนวน 4 ตำบล คือ คือ ตำบลขัวมุง ดอนแก้ว ท่าวังตาล และหนองผึ้ง 4.อำเภอแม่ริม จำนวน 3 ตำบล คือ ตำบลดอนแก้ว ริมใต้ และแม่สา และ 5.อำเภอสันทราย จำนวน 1 ตำบล คือ ตำบลหนองหาร นอกจากนี้ยังมีสถานที่นอกเขตบริเวณใกล้เคียงสนามบินเชียงใหม่ในพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ระดับ 1 คือ บริเวณพื้นที่เสี่ยงตามแนวขึ้น – ลง สนามบิน ที่อยู่ห่างจากทางขึ้น – ลง ของเครื่องบิน ห่างข้างละ 4.6 กิโลเมตร และระยะทางยาง 18.5 กิโลเมตร จากหัวทางวิ่งทั้ง 2 ด้าน และเส้นทางการบิน เข้า – ออก สนามบินเชียงใหม่ และต้องยื่นขอรับใบอนุญาตล่วงหน้าก่อนวันจุดและปล่อยไม่น้อยกว่า 15 วัน คือสิ้นสุดวันอนุญาตในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีกระทำการใดเพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ ซึ่งเป็นการรบกวนหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินอากาศหรือปฏิบัติการของอากาศยานภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ และต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ด้านนาวาอากาศโท มัธยัณห์ ไกรสรทองศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการ) เผยถึงแนวทางในการปฏิบัติเพื่อป้องกันผลกระทบจากการปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม) ในเทศกาลลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็ง ตามประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2559 เรื่องมาตรการป้องกันและดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อย หรือกระทำการใดเพื่อให้ตะไล หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศว่า ได้มีสาระสำคัญถึงการกำหนดพื้นที่ห้ามปล่อยโคม กำหนดชนิด ขนาด จำนวน และระยะเวลาในการจุดหรือปล่อย โดยในคืนวันลอยกระทงเล็ก 31 ตุลาคม 2563 และวันลอยกระทงใหญ่ 1 พฤศจิกายน 2563 สามารถปล่อยได้ระหว่างเวลา 19.00 น. – 01.00 น. แต่ต้องทำการขออนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ก่อน 15 วัน เพื่อจะได้แจ้งมายังท่าอากาศยานเชียงใหม่ และออกประกาศเตือนนักบินต่อไป โดยทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ของสนามบินทั้งภายในและนอกเขตการบิน โดยเฉพาะในเขตการบิน หรือ Airside จะมีการออกตรวจทุกชั่วโมง และหากพบซากโคมที่ลอยมาตกในพื้นที่ จะมีการแจ้งจากหอบังคับการบินให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการเก็บซากโดยทันที สำหรับอำเภอที่ไม่อนุญาตให้มีการจุดและปล่อยโคมโดยเด็ดขาด คือพื้นที่ที่อยู่ในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ 5 อำเภอดังกล่าว ซึ่งพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอในเขตปลอดภัยทางเดินอากาศ มาจากการกำหนดระยะจากสนามบินไปยังทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ด้านละ 6 กิโลเมตร และแนววิ่งขึ้นลงของเครื่องบิน โดยมีสนามบินเป็นศูนย์กลางออกไปด้านละ 15 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อดูจากภาพถ่ายทางอากาศจะมีรูปร่างลักษณะคล้ายห่อลูกอม หรือที่เรียกกันว่า Toffy Zone

อย่างไรก็ตาม ได้มีการขอความร่วมมือจากสายการบินถึงการพิจารณาปรับเปลี่ยนเวลาทำการบินให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 19.00 น. ในวันลอยกระทงเล็กและวันลอยกระทงใหญ่ และขณะนี้ได้มีสายการบินแจ้งยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 6 เที่ยวบิน และเปลี่ยนแปลงเวลาทำการบิน 4 เที่ยวบิน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here