หลังจากที่ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พศ.2562 และพ.ร.บ.จัดตั้งอปท.แก้ไขเพิ่มเติม พศ.2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน พศ.2562 ซึ่งการกำหนดวันเลือกตั้งในมาตรา 142 บอกว่าในการเลือกตั้งครั้งแรกภายหลังจากที่ พรบ.นี้ใช้บังคับ คสช.เป็นผู้กำหนดให้มีการเลือกตั้ง อปท.และแจ้งกกต.ทราบ ในกรณีไม่มี คสช.ให้เป็นอำนาจของ ครม. หรือคณะรัฐมนตรี

เรื่องนี้ได้มีการยื้อมานาน แม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น จนล่าสุดกระทรวงมหาดไทย จับเข่าคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง  เตรียมเลือกตั้งท้องถิ่น โดยชงเรื่องนี้เข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณา และ ครม.ก็เห็นชอบให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น กล่าวคือพล.อ.อนุพงษ์ ​ เผ่าจินดา​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมร่วมกับพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ และคณะผู้บริหารท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)​

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ แถลงภายหลังการประชุม ว่า กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ประสานสนับสนุนการดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับกกต.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ข้อมูลจำนวนราษฎรที่ใช้ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง  ซึ่งสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ได้ประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2562 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 30 ม.ค. 2563 ไปแล้ว

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งจังหวัดกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2564 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นไว้เป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะการจัดเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรองรับการจัดการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ตั้งงบประมาณสำหรับการเลือกตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ไว้พร้อมแล้ว ส่วนการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยจะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป

“เมื่อกกต.แสดงความพร้อมถึงการจัดเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกระดับ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยก็มีความพร้อม โดยหลังจากนี้ทางกระทรวงมหาดไทย จะเสนอครม. เมื่อครม.เห็นชอบและกำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบใด ก็จะมีมติและแจ้งให้กกต.รับทราบ เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และเมื่อกกต.กำหนดวันเลือกตั้งแล้วก็จะเสนอให้ครม.รับทราบ เพื่อออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง” รมว.มหาดไทย กล่าว

รมว.มหาดไทย ยังกล่าวว่าหากจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในเร็วๆนี้ ก็ไม่น่ากังวลในเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะการระบาดในประเทศไม่มีปัญหา มีแต่ผู้ที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งกกต.ก็ได้ยืนยันถึงการป้องกันโดยจะใช้มาตรการเดียวกันกับการเลือกตั้งซ่อมส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 โดยจะมีการกำหนดหน่วยเลือกตั้งที่จะให้ผู้มีสิทธิไปลงคะแนนไม่เกินหน่วยละ 600 คน มีหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ เครื่องวัดอุณหภูมิ ประจำทุกหน่วย

ด้านพ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า การประชุมเพื่อชี้แจงถึงความพร้อมในการเตรียมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นในส่วนของกกต.ว่าได้มีการออกระเบียบที่เกี่ยวข้องจำนวน 11 ฉบับเพื่อใช้ในการควบคุมดูแลการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนการแบ่งเขตการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้ดำเนินการครบถ้วนแล้ว รวมถึงการจัดอบรมวิทยากรระดับจังหวัดและระดับอำเภอเพื่อจะนำไปถ่ายทอดให้กับเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง การเตรียมสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการเตรียมการในเรื่องของการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแจ้งให้กกต.ทราบเมื่อใด สำนักงานกกต.จะนำเสนอต่อกกต. เพื่อพิจารณาประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว

โดยล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกฯก่อนในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 และกำหนดรับสมัครวันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2563 ดังนั้นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกฯจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หลังจากวันที่ 26 ตุลาคม เป็นต้นไป สาเหตุที่เลือก อบจ.ก่อนนั้นเนื่องจากมีความพร้อมในเรื่องการแบ่งเขต และเรื่องงบประมาณ ส่วนจำนวนสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) ในมาตรา 9 พรบ.องค์การบริหารส่วนจังหวัดบอกว่า ประชากรไม่เกิน 5 แสนคน มีสมาชิก 24 คน ประชากรเกิน5แสนถึง 1 ล้านคน มีสมาชิกได้ 30 คน ประชากรเกิน 1 ล้านถึง 1ล้าน5แสนคน มีสมาชิก 36 คน ประชากรเกิน 1.5 ล้านคนถึง 2 ล้านคน มีสมาชิกได้ 42 คน และประชากรเกิน 2 ล้านคนขึ้นไปมีสมาชิกได้ 48 คน

อย่างไรก็ตามหลังจากเลือกตั้ง อบจ.แล้วก็จะพิจารณาเลือกตั้งท้องถิ่นของเทศบาลต่อไปกล่าวคือเทศบาลนคร 30 แห่ง เทศบาลเมือง 178 แห่ง เทศบาลตำบล 2,544 แห่ง สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเทศบาลเมืองพัทยา จะมีการเลือกตั้งเช่นกัน สาเหตุก็เนื่องมาจากไม่มีปัญหาเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง และ มีกฎหมายเฉพาะอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาเรื่องการแบ่งเขตพื้นที่ ส่วนการเลือกตั้งผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิก ขณะนี้การรวมหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งขององค์การบริหารส่วนตำบล กรณีหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลมีราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนไม่ถึง 25 คน ให้รวมหมู่บ้านนั้นกับหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกัน และเมื่อรวมกันแล้วจะมีราษฎรถึง 25 คน เป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ดำเนินการสำรวจและประกาศรวมหมู่บ้านที่มีราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรไม่ถึง 25 คน กับหมู่บ้านอื่นที่มีพื้นที่ติดต่อกันเป็นเขตเลือกตั้ง จำนวน 41 จังหวัด 109 อำเภอ 128 ตำบล 203 หมู่บ้าน รวม 150 เขตเลือกตั้ง ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นการเลือกตั้งท้องถิ่นหลังจากที่การเลือกตั้งผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกฯผ่านพ้นไปแล้ว ต่อไปจะมีการเลือกตั้งประเภทใดนั้นก็อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศให้ทราบกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ คงจะเกิดขึ้นในปี 2564 แน่นอน

ชาติ ทุ่งเสี้ยว /รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here