สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) เดินหน้าจัดประชุมปฏิบัติการวันฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน ”Northern Haze Free Day In Action” ภายใต้โครงการประเทศไทยไร้หมอกควัน ระยะที่ 3 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) เพื่อร่วมหาแนวทางการควบคุม จัดการ และป้องกันภาวะหมอกควันสู่การสร้างรากฐานข้อมูลช่วยภาครัฐตัดสินใจเชิงนโยบายแก้ปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะผู้ประสานงานหลักเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) จัดพิธีเปิดการประชุมปฏิบัติการวันฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน “Northern Haze Free Day In Action” ภายใต้โครงการประเทศไทยไร้หมอกควัน ระยะที่ 3 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมเชิญส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภาคเอกชน องค์กรอิสระ และอีก 8 จังหวัดในเขตพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควัน ประกอบด้วย จังหวัดลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา และตาก ร่วมแถลงข่าวปัญหาหมอกควันและแนวทางการแก้ไข ก่อนรับฟังความก้าวหน้าผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในเรื่องต่าง ๆ ประชุมเชิงปฏิบัติการและสนทนารูปแบบกลุ่ม (Workshop & Focus group) พร้อมรับฟังแผนการดำเนินโครงการฯ ระยะที่ 3 ณ NSP Rice Grain Auditorium อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)
ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า ปฏิบัติการวันฟ้าใสไร้ฝุ่นควัน “Northern Haze Free Day In Action” เป็น1ในกิจกรรมที่มีความสำคัญที่จะแสดงให้เห็นผลสำเร็จของการทำงานที่ต่อเนื่องมาหลายปีของทางผู้วิจัยและทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในส่วนของโมเดลต้นแบบและเครือข่ายการประสานงานรวมถึงเทคโนโลยีทำให้เกิดภาพของการทำงานที่สะท้อนผลสำเร็จของกิจกรรมที่ทำมาต่อเนื่อง กระบวนการวิจัยพัฒนานวัตกรรมสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือภาคพื้นที่หรือภาคจังหวัดในการแก้ไขปัญหาเรื่องหมอกควัน ซึ่งเราจะเห็นภาพของการทำงานที่ต่อเนื่องไปอีก ทั้งนี้ปฏิบัติการวันฟ้าใสไร้ฝุ่นควันเราดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยได้เห็นผลตอบรับในการแก้ไขปัญหาหมอกควันทั้งในเรื่องของการเกษตรและจุดเฝ้าระวังต่างๆด้วย

“สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อม เรื่องของ PM2.5 หรือการแก้ไขปัญหาเชิงสุขภาพ ถือว่าเป็นนโยบายหลัก ซึ่งทีมงานของรองศาสตราจารย์ ดร.เสริมเกียรติ รวมถึงผู้วิจัยและเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย ถือว่าตอบโจทย์ ที่สำคัญเรามีความร่วมมือจากพันธมิตรในลักษณะของกระทรวง อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เข้ามาเป็นพันธมิตรที่สำคัญของเราในการที่จะรับในเรื่องข้อมูล องค์ความรู้ หรือเทคโนโลยีไปใช้ในการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ดังนั้นสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ยังคงสนับสนุนการดำเนินงานนี้อย่างต่อเนื่อง ” รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวในที่สุด.
ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.เสริมเกียรติ จอมจันทร์ยอง ผู้อำนวยการแผนงานประเทศไทยไร้หมอกควัน กล่าวในฐานะผู้ดำเนินโครงการว่า โครงการประเทศไทยไร้หมอกควัน (ภาคเหนือ) มุ่งเน้นขยายผลการดำเนินโครงการสู่การแก้ปัญหาอย่างแท้จริงและยั่งยืนโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในรูปแบบสี่ประสาน (Quadruple Helix) ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อสร้างคนและชุมชนของประเทศให้พร้อมเผชิญหน้ากับผลกระทบจากปัญหาภาวะหมอกควันรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น โดยมีงานวิจัยพื้นฐานที่สามารถเก็บข้อมูลด้านการจัดการปัญหา หมอกควันได้อย่างหลากหลายมิติทั้งภายในประเทศและรอบประเทศอาเซียน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนได้ อีกด้วย
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวดำเนินงานมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี สะสมองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ผ่านการศึกษา วิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบ เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาอย่างหลากหลาย อาทิ การสร้างแบบจำลองเพื่อพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า การปรับเปรียบห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรเพื่อลดปัญหาฝุ่นควัน รวมถึงการบริหารจัดการฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมต่อยอดและขยายผลงานวิจัยเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป โดยมุ่งเป้าลดปัญหาฝุ่นควันในประเทศไทยพร้อมนำเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการป้องกัน ตรวจสอบคุณภาพการแพร่กระจายของหมอกควัน รวมถึงติดตามคุณภาพอากาศของประเทศไทย พร้อมขยายขอบเขตพื้นที่นำร่องดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายการทำงานในพื้นที่ภาคเหนือให้มีความเข้มแข็ง
สำหรับแผนการดำเนินงานระยะที่ 3 (ปีงบประมาณ 2563) มุ่งเน้นการขยายพื้นที่การดำเนินงานผ่านการทำงานของเครือข่ายมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อต่อยอดผลงานวิจัยในการจัดทำนโยบายสำหรับการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนผ่าน 3 โครงการย่อย ได้แก่ การพัฒนาระบบพยากรณ์คุณภาพอากาศและแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย, การบริหารจัดการหมอกควันในเขตพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย, และการวิเคราะห์เชิงนโยบายและแผนในการจัดการปัญหาหมอกควันในเขตพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด โดยหวังเกิดการพัฒนาความแม่นยำแบบจำลองคุณภาพอากาศ สามารถนำแบบจำลองไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ผ่านการสร้างแอปพลิเคชันเพื่อจัดการปัญหาหมอกควัน, การขยายผลพื้นที่ดำเนินงาน ติดตามและประเมินรูปแบบการใช้ที่ดินอย่างต่อเนื่อง การเผยแพร่องค์ความรู้ในระดับพื้นที่และระดับนโยบายผ่านกลุ่มเกษตรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ, เกิดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตร พร้อมมีแผนรองรับในการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสร้างมาตรฐานในการขนส่งสินค้าเกษตรและการจัดตั้งวิสาหกิจแก่ชุมชนและเกษตรกรจนถึงปลายน้ำ รวมถึงการสร้างนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่นควันในระดับประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยไร้หมอกควันอย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here