“ลักษณะอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในการให้บริการสาธารณะ ตามประกาศคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2546 คือ 1.จัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเองและประสานการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นในจังหวัด 2.การก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีการเกี่ยวเนื่องกันหลาย อปท. 3.การจัดการศึกษา สาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับจังหวัดและไม่ซ้ำซ้อนกับ อปท.อื่นในจังหวัด 4.การส่งเสริมจารีต ประเพณี วัฒนธรรม การท่องเที่ยว การส่งเสริมการลงทุนและพาณิชยกรรมของจังหวัด 5.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด โดยเฉพาะการกำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลรวม การดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย 6.การให้บริการด้านเทคนิค วิชาการ เครื่องมือ เครื่องจักรกล บุคลากรแก่ อปท.อื่น และ 7.ดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนโดยเฉพาะภารกิจที่มีหน้าที่ที่ต้องทำ..”

มีคำถามทันทีว่า สิทธิพื้นฐานที่พึงได้รับเหล่านี้ ประชาชนในพื้นที่ทราบกันหรือไม่ มีสักกี่มากน้อย คนที่รู้และสะท้อนสิทธิพลเมืองในพื้นที่นั้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อบต. เทศบาล อบจ.) ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ครบด้านอย่างจริงจัง เอากันจริงๆ คือน้อยมาก เพราะเราคุ้นชินกับการรอรับบริการ แต่ไม่ได้เรียนรู้หรือเข้าถึงสิทธิ์ที่เราต้องได้รับการบริการหรือดูแลจากหน่วยงานเหล่านี้ “คนล้านนา” ฉบับนี้ขอหยิบยกอีกบริบทหนึ่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เสมือนเป็นพี่ใหญ่ระดับจังหวัดคือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) แต่ละปีหรือห้วงของแผนพัฒนาตามหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ ได้กำหนดทิศทางและงบประมาณในแต่ละยุทธศาสตร์หลักไว้อย่างไร ซึ่งน่าจะเป็นข้อมูลล่าสุดหลังมีการประชุมประชาคมแผนพัฒนาท้องถิ่น 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลง ของ อบจ.เชียงใหม่ เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งจะดำเนินการสรุปเพื่ออนุมัติและใช้แผนฯภายในเดือนเมษายนนี้ โดยมีพันธกิจตามยุทธศาสตร์หลัก 7 ด้านคือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ด้านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านการป้องกัน บรรเทาสาธารณภัย และด้านการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี

แผนพัฒนา 4 ปีดังกล่าวมีการพิจารณาและประกาศใช้ไปแล้วเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2559 ภายใต้วงเงินงบประมาณทั้งหมด 4,195,333,400 บาท จาก 1,033 โครงการ โดยแยกเป็นปี 2561 กำหนดไว้ 1,493,977,500 บาท ปี 2562 งบประมาณ 1,026,961,700 บาท ปี 2563 งบประมาณ 868,939,600 บาท และปี 2564 งบประมาณ 805,454,600 บาท ซึ่งเป็นกรอบตามภารกิจหลักที่เปิดไว้สามารถเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม กระทั่งมีการพิจารณาจัดทำร่างแผนพัฒนาฯ เพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงครั้งที่ 1/2561 ภายหลังจากคณะกรรมการประสานแผนฯ ได้รับข้อมูลในระดับอำเภอช่วงปลายเดือนธันวาคม 2560 ก่อนเสนอบรรจุสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาแผนช่วงเดือนมกราคม 2561 และดำเนินการตามขั้นตอนไปสู่การประชุมประชาคมท้องถิ่นระดับอำเภอและระดับจังหวัด เพื่อสรุปเสนอให้นายก อบจ.อนุมัติและประกาศใช้แผนพัฒนาฯ ต่อไป

ทั้งนี้การพิจารณาในส่วนเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีอีก 153 โครงการ งบประมาณเพิ่มอีก 460.3 ล้านบาทเศษ ซึ่งในนี้ก็รวมที่เป็นการเสนอผ่านทั้ง 25 อำเภอของเชียงใหม่ด้วย 110 โครงการ งบประมาณ 218.151 ล้านบาท ทำให้แผนพัฒนาท้องถิ่น 4 ปี (2561-2564) ที่จะประกาศใช้ของ อบจ. ตามกรอบประชาคมล่าสุด ภายใต้ 7 ยุทธศาสตร์หลักข้างต้นนี้คือ ปี 2561 มี 425 โครงการ งบประมาณ 1,607,597,100 บาท ปี 2562 มี 356 โครงการ งบประมาณ 1,378,840,200 บาท ปี 2563 มี 221 โครงการ งบประมาณ 890,605,100 บาท และปี 2564 มี 184 โครงการ งบประมาณ 823,744,600 บาท รวมทั้งสิ้น 4 ปี มี 1,186 โครงการ งบประมาณรวม 4,702,787,000 บาท นั่นหมายความว่า อาจจะมีการเพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงในครั้งที่ 2 หรือ 3 ต่อไปได้และแนวโน้มคือเพิ่มจากเดิมแน่นอน เฉลี่ยแล้วปีหนึ่งก็ไม่น่าต่ำกว่าพันล้านบาท

ข้อมูลแผนพัฒนาฯ ของ อบจ.เชียงใหม่เป็นเพียง 1 ในหลายส่วนของการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ที่ยังไม่นับรวมที่แต่ละท้องถิ่นก็มีการกำหนดแผนพัฒนาที่มีงบประมาณเฉพาะของแต่ละแห่งด้วย ทั้งเทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล อบต.รวมทั้งจังหวัด 25 อำเภอ ก็ปาเข้าไปกว่า 200 แห่งแล้ว (องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 4 แห่ง เทศบาลตำบล 116 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล 89 แห่ง) แล้วยังมีงบประมาณตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด (ล่าสุดถูกปรับไปเป็นระดับภาค) อีกปีละเป็นหมื่นล้านบาท จากภาคส่วนหน่วยงานบริหารราชการส่วนกลาง 166 หน่วยงาน หน่วยงานบริหารราชการส่วนภูมิภาค 34 หน่วยงาน ซึ่งปี 2561 นี้เชียงใหม่ได้รับการจัดสรรตามแผนปฏิบัติราชการ 379.2 ล้านบาท งบประมาณตามโครงการแผนบูรณาการการเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจในประเทศอีก 298.97 ล้านบาท ในปี 2560 ที่ผ่านมา เชียงใหม่ยังได้รับงบประมาณเพิ่มเติมการเสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจถึง 2,180.69 ล้านบาท ซึ่งก็เบิกจ่ายไปแล้ว1,536 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้ยังไม่นับรวมงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมตามนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลอีกหลายพันธกิจ นั่นหมายความว่าแต่ละปีเรามีงบประมาณลงมาพัฒนาพื้นที่จำนวนไม่น้อย แล้วประชาชนกี่คนที่รับรู้เรื่องนี้ ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่ต้องพึงได้รู้เนื่องจากทั้งหมดเป็นภาษีของประชาชน

การตื่นรู้และมีส่วนร่วมตามบทบาทหน้าที่ของพลเมืองของท้องที่ท้องถิ่นนั้น ซึ่งเป็นไปตามสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปี 2560 ที่ชัดๆ เช่น มาตรา 41 บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (1) ได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ตามที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา 43 บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (1) อนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือส่งเสริมภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณี อันดีงามทั้งของท้องถิ่นและของชาติ (2) จัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ (3) เข้าชื่อกันเพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐให้ดำเนินการใดอันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือชุมชน หรืองดเว้นการดำเนินการใดอันจะกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างสงบสุขของประชาชนหรือชุมชนและได้รับแจ้งผลการพิจารณาโดยรวดเร็ว ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาข้อเสนอแนะนั้นโดยให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วยตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ (4) จัดให้มีระบบสวัสดิการของชุมชน สิทธิของบุคคลและชุมชนตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงสิทธิที่จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือรัฐในการดำเนินการดังกล่าวด้วย… รู้เช่นนี้ถึงเวลาที่ต้องติดตามสิ่งที่เราต้องได้รับรู้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตของเราแล้วใช่รึไม่..???

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here