นอกจากปัญหาโควิด – 19 ที่กำลังเป็นปัญหาที่น่ากังวลใจในปัจจุบันนี้ อีกหนึ่งปัญหาสำคัญได้แก่ ปัญหาหมอกควันภาคเหนือที่มักจะเกิดเป็นประจำทุกปี ส่งผลกระทบต่อทั้งต่อสุขภาพอนามัยของคนในพื้นที่ อีกทั้งกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร (แม่โจ้โพล) ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 555 ราย เมื่อช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ในหัวข้อ “คนเชียงใหม่กับความพร้อมในการรับมือหมอกควัน”
มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนเชียงใหม่เกี่ยวกับความคิดเห็นและความพร้อม ต่อสถานการณ์ปัญหาหมอกควันในจังหวัดเชียงใหม่
ผลการสำรวจความคิดเห็นของคนเชียงใหม่ต่อแนวโน้มของการเกิดปัญหาหมอกควันในปีนี้ พบว่า ร้อยละ 49.63 เห็นว่าสถานการณ์ปัญหาหมอกควันจะมีความรุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมา รองลงมาร้อยละ 39.67 เห็นว่าจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจาก 1) ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรจะมีการเผาเศษวัสดุที่เหลือจากการทำการเกษตร 2) เกิดการลักลอบการเผาป่าเพื่อประโยชน์ในการหาของป่า และ 3) ปัจจัยด้านสภาพอากาศที่แห้งทำให้เกิดไฟป่าได้ง่ายยิ่งขึ้น มีเพียงร้อยละ 10.70 เท่านั้นที่เห็นว่าจะมีความรุนแรงลดลงจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเข้มงวดของมาตรการภาครัฐและในช่วงที่ผ่านมามีปริมาณน้ำฝนตกเพิ่มขึ้นจึงส่งให้ปัญหาหมอกควันอาจเกิดน้อยลง

เมื่อการสอบถามถึงการพบเจอกับหมอกควันในช่วงเวลาปัจจุบัน พบว่า ร้อยละ 72.33 ยังไม่พบเจอปัญหาหมอกควันในช่วงนี้ มีเพียงร้อยละ 27.67 เท่านั้นที่เริ่มพบเจอปัญหาหมอกควันแล้วในปัจจุบัน เมื่อสอบถามถึงการเตรียมพร้อมในการป้องกัน/รับมือ ปัญหาสถานการณ์หมอกควัน พบว่าชาวเชียงใหม่กว่า ร้อยละ 74.91 เริ่มมีการเตรียมตัวรับมือกับปัญหาหมอกควัน โดย อันดับ 1 มีการเตรียมจัดหาอุปกรณ์ในการป้องกันและลดปัญหาหมอกควัน เช่น หน้ากากอนามัย เครื่องฟอกอากาศ (ร้อยละ 72.91) อันดับ 2 มีการจัดเตรียมสถานที่อยู่ อาศัยให้สะอาด เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นควัน (ร้อยละ 45.99) อันดับ 3 ใช้วิธีการปลูกต้นไม้เพื่อลดปัญหาฝุ่นควัน (ร้อยละ 30.25) มีเพียงร้อยละ 25.09 เท่านั้นที่ยังไม่มีการเตรียมความพร้อม และเมื่อสอบถามถึงความคาดหวังต่อการลดลงของปัญหาหมอกควันในปีนี้ พบว่า ร้อยละ 61.16 ไม่ได้คาดหวัง เนื่องจากปัญหาหมอกควันมักจะเกิดขึ้นทุกปีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 38.84 คาดหวังว่าปัญหาหมอกควันคลี่คลาย โดยหวังให้ภาครัฐมีมาตรการที่ดีสามารถลดการเกิดปัญหาหมอกควันได้
และเมื่อสอบถามถึงข้อเสนอแนะต่อมาตรการแก้ไขปัญหาหมอกควันของภาครัฐ คนเชียงใหม่ให้ข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ 1) ควรมีมาตรการที่รัดกุมและเข้มงวดในการงดการเผาทุกประเภท 2) ควรจัดสรรงบประมาณและเจ้าหน้าที่/อาสาสมัคร ที่รับผิดชอบ ควบคุม ดูแล การเกิดไฟป่าในแต่ละพื้นที่ให้เพียงพอ 3) ควรทำการรณรงค์และปลูกจิตสำนึกให้แก่คนในชุมชนร่วมใจกัน ลด งดการเผา เพื่อลดปัญหาหมอกควันภาคเหนือ
จากรายงานของกรมควบคุมมลพิษ สาเหตุหนึ่งของปัญหาหมอกคัวนมาจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรของเกษตรกรหลังฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมทั้งการลักลอบการเผาป่าเพื่อหาของป่า หรือแม้แต่ทั้งการเกิดไฟไหม้ป่าเองตามธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นอกจากนี้สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะที่มีอากาศค่อนข้างปิด ทำให้เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันจึงรุนแรงกว่าในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะแก้ไขปัญหาจากสาเหตุดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามสาเหตุอื่นๆ ที่ทุกคนพอจะสามารถช่วยกันเพื่อลดปัญหาหมอกควันได้ มีเพียงการช่วยกัน งดเว้นการเผาในที่โล่งแจ้ง เกษตรกรก็ควรจะหาวิธีการอื่นในการกำจัดวัสดุทางการเกษตรที่ไม่ไช่การเผา รวมทั้งภาครัฐจะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดและกำหนดบทลงโทษในแก่ผู้กระทำผิดให้เห็นเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์และสร้างจิตสำนึกให้แก่ทุกชุมชนหันมาร่วมด้วยช่วยกัน เพราะหากเกิดปัญหาหมอกควันพร้อมกับการระบาดของโควิด – 19 แล้ว คงรุนแรงมากขึ้น ฉะนั้นเราทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันตั้งแต่วันนี้ เพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี และให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีความสวยงามทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและอากาศที่สดใสอีกครั้ง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here