แกนนำดูแลชาติพันธุ์และสิทธิชุมชน อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน บุกร้องเรียนต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน กรณีมีกลุ่มอิทธิพล นำรถแบคโฮเข้าไปไถพื้นที่ป่าติดหมู่บ้านแอโก๋ ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า แฉถูกติดต่อเพื่อยัดเงินแต่ไม่ยอม ไม่พอยังมีการโชว์ว่ามีอาวุธปืน ทำนองข่มขู่ขณะเข้าไปบันทึกภาพการกระทำผิดอีกด้วย

เมื่อวันที่ผ่านมา นายภาคิน ภาคิสมบัติ แกนนำดูแลชาติพันธุ์และสิทธิชุมชน อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/1 หมู่ 3 บ้านแอโก๋/แสนคำลือ ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีนายคำนึง คำอุดม รอง ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.แม่ฮ่องสอน เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน

โดยนายภาคิน ภาคินสมบัติ ระบุในหนังสือร้องเรียนว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ตนได้ทราบจากราษฎรบ้านแอโก๋ ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า ว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบขุดลำน้ำและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บริเวณพื้นที่ห้วยน้ำแห้ง และห้วยน้ำลาง ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หมู่ 2 บ้านแอโก๋ / แสนคำลือ ซึ่งหลังจากที่ได้รับแจ้งจากราษฎรในพื้นที่ ตนจึงได้เดินทางไปพร้อมเพื่อนอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน เข้าไปในพื้นที่ที่ถูกบุกรุกและได้มีการบันทึกภาพและคลิปวีดีโอ ไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งขณะนั้นได้มีชายคนหนึ่งเดินมาและเอามือจับที่เอวคล้ายกับว่าพกปืน ตนก็ไม่สนใจ จากนั้นได้เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปางมะผ้า ต่อมาหลังจากนั้นอีก 1 วัน ได้มีการติดต่อประสานมาเพื่อขอเคลียร์เงิน 1 หมื่นบาท จากเจ้าของรถแบคโฮ เพื่อให้เรื่องจบ แต่ตนไม่ยอม จึงได้เดินทางมาร้องเรียนต่อ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

นายคำนึง คำอุดม รองผอ.ทสจ.กล่าวต่อนายภาคิน ภาคินสมบัติ ว่า กรณีการเข้าไปทำกิจกรรมใดใดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จะต้องได้รับการอนุมัติจากอธิบดีกรมป่าไม้เท่านั้น หากใครไม่ได้รับอนุญาต ย่อมถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย พรบ.ป่าไม้ ทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามจะประสานให้ทางสำนักจัดการทรัพยาป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เข้าไปดำเนินการตามหน้าที่และกฎหมายต่อไป
นายภาคิน ภาคินสมบัติ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2563 ก่อนหน้าที่จะได้เดินทางมาร้องเรียนต่อ ทสจ.แม่ฮ่องสอน ตนได้ทำหนังสือร้องเรียน ส่งไปยัง อธิบดีกรมป่าไม้ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต / ปปท. ที่กรุงเทพ เพื่อให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ว่ามีการกระทำผิดในพื้นที่ และจะได้มีการสั่งการลงมาให้มีการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ก่อนหน้านั้น ได้เคยมีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ในพื้นที่แล้ว แต่ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือและอ้างว่า ไม่ได้มีการทำผิดกฎหมายจึงไม่สามารถดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดได้ ส่วนในขณะที่ตนกับเพื่อนเดินทางเข้าไปบันทึกภาพนั้น ได้มีชายฉกรรจ์ ไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้มีการเดินเข้ามาพร้อมกับเอามือแตะที่เอว ทำนองว่ามีปืนพกไว้ แต่ตนก็ไม่สนใจและไม่ได้เกิดการทะเลาะหรือขัดแย้งต่อกันแต่อย่างใด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here