จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข้อมูลจดทะเบียนนิติบุคคลประจำเดือนพฤศจิกายนปี’63 พบว่า มีผู้ประกอบการเลิกกิจการ รวมทุกภูมิภาคและกรุงเทพฯทั้งหมด 2,457 ล้านบาท เงินทุนรวม 19,442.98 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการรายใหม่ 4,479 ราย เงินจดทะเบียนรวม 15,559.85 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมปี’63 พบว่า มีผู้ประกอบการประกาศเลิกกิจการ รวมทุกภูมิภาคและกรุงเทพฯทั้งหมด 2,057 เงินทุนรวม 7,788.42 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการรายใหม่ทั้งหมด 5,396 ราย เงินจดทะเบียนรวม 43,746.31 ล้านบาท

ทั้งนี้ นิติบุคคลการจดทะเบียนเลิกกิจการในเดือนตุลาคม 63 พบว่า กรุงเทพมหานคร 848 ราย มูลค่า 3,710.92 ล้านบาท ภาคกลาง 412 ราย มูลค่า 1,227.15 ล้านบาท ภาคตะวันออก 222 ราย มูลค่า 1,377.61 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 175 ราย 585.44 ล้านบาท ภาคใต้ 162 ราย มูลค่า 351.75 ล้านบาท
ภาคเหนือ 188 ราย มูลค่า 433.21 ล้านบาท และภาคตะวันตก50 ราย มูลค่า 102.35 ล้านบาท เมื่อจัดอันดับพบว่า 5 จังหวัดแรก ไม่รวมกรุงเทพฯที่มีเลิกกิจการในช่วงเดือนตุลาคม 63 ประกอบด้วย 1.ชลบุรี 147 ราย มูลค่า 987.58 ล้านบาท 2.นนทบุรี 117 ราย มูลค่า 345.59 ล้านบาท
3.สมุทรปราการ 102 ราย มูลค่า 460.05 ล้านบาท 4.ปทุมธานี 74 ราย มูลค่า 136.29 ล้านบาท 5.เชียงใหม่ 58 ราย มูลค่า 94.67 ล้านบาท และจังหวัดอื่น 1,559 ราย มูลค่า 5,764.22 ล้านบาท และมีการจดทะเบียนนิติบุคคลรายใหม่เดือนตุลาคม 63 พบว่า กรุงเทพมหานคร 1,873 ราย มูลค่า 36,924.33 ล้านบาท ภาคตะวันออก 547 ราย มูลค่า 940.85 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 587 ราย 916.48 ล้านบาท ภาคใต้ 449 ราย มูลค่า 1,032.55 ล้านบาท
ภาคเหนือ 563 ราย มูลค่า 940.50 ล้านบาท และภาคตะวันตก 149 ราย มูลค่า 229.39 ล้านบาท เมื่อจัดอันดับแล้วพบว่า 5 จังหวัดแรก ไม่รวมกรุงเทพฯที่มียอดจดทะเบียนนิติบุคคลรายใหม่ในช่วงเดือนตุลาคม 2563 ประกอบด้วย 1.นนทบุรี 371 ราย มูลค่า 653.55 ล้านบาท 2.ชลบุรี 318 ราย มูลค่า 570.80 ล้านบาท 3.สมุทรปราการ 290 ราย มูลค่า 1,278.32 ล้านบาท 4.ปทุมธานี 272 ราย มูลค่า 337.16 ล้านบาท 5.เชียงใหม่ 198 ราย มูลค่า 345.20 ล้านบาท และจังหวัดอื่น ๆ 3,947 ราย มูลค่า 3,185.03 ล้านบาท
ในส่วนการจดทะเบียนเลิกกิจการในเดือนพฤศจิกายน แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 1,112 ราย มูลค่า 12,436.46 ล้านบาท ภาคกลาง 477 ราย มูลค่า 1,359.96 ล้านบาท ภาคตะวันออก 211 ราย มูลค่า 4,389.20 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 205 ราย 375.70 ล้านบาท ภาคใต้ 193 ราย มูลค่า 428.40 ล้านบาท ภาคเหนือ 183 ราย มูลค่า 289.18 ล้านบาท และภาคตะวันตก 76 ราย มูลค่า 164.08 ล้านบาท

จัดอันดับพบว่า 5 จังหวัดแรก ไม่รวมกรุงเทพฯที่เลิกกิจการเดือนพฤศจิกายน 63 ประกอบด้วย 1.ชลบุรี 145 ราย มูลค่า 762 ล้านบาท 2.นนทบุรี 133 ราย มูลค่า 333.09 ล้านบาท 3.สมุทรปราการ 111 ราย มูลค่า 272.41 ล้านบาท 4.ปทุมธานี 95 ราย มูลค่า 397.07 ล้านบาท 5.เชียงใหม่ 60 ราย มูลค่า 91.40 ล้านบาท และจังหวัดอื่น 1,913 ราย มูลค่า 13,703.88 ล้านบาท และมีการจดทะเบียนนิติบุคคลรายใหม่เดือนพฤศจิกายน 63 พบว่า กรุงเทพมหานคร 1,410 ราย มูลค่า 6,215.99 ล้านบาท ภาคตะวันออก 484 ราย มูลค่า 2.080.46 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 609 ราย 1,087.36 ล้านบาท
ภาคใต้ 351 ราย มูลค่า 2,057.28 ล้านบาท ภาคเหนือ 474 ราย มูลค่า 754.79 ล้านบาท และภาคตะวันตก 132 ราย มูลค่า 198.29 ล้านบาท เมื่อจัดอันดับแล้วพบว่า 5 จังหวัดแรก ไม่รวมกรุงเทพฯที่มียอดจดทะเบียนนิติบุคคลรายใหม่เดือนพฤศจิกายน 63 ประกอบด้วย 1.นนทบุรี 298 ราย มูลค่า 1,433.88 ล้านบาท 2.ชลบุรี 285 ราย มูลค่า 837.76 ล้านบาท 3.สมุทรปราการ 238 ราย มูลค่า 844.57 ล้านบาท 4.ปทุมธานี 211 ราย มูลค่า 342.72 ล้านบาท 5.เชียงใหม่ 182 ราย มูลค่า 322.32 ล้านบาท และจังหวัดอื่น ๆ 3,265 ราย มูลค่า 11,778.6 ล้านบาท
หากเทียบการเลิกกิจการ และการจดทะเบียนนิติบุคคลเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนทั้งในกรุงเทพฯกับจังหวัดอื่น ในภูมิภาคพบว่า ยอดการเลิกกิจการของเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นประมาณ 400 ราย และยอดจดทะเบียนนิติบุคคลในเดือนพฤศจิกายนลดลง 917 รายอาจจะเป็นไปได้ว่าเริ่มมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้นักธุรกิจ หรือนักลงทุนชะลอการลงทุน และยกเลิกกิจการบางส่วน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here