สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ช(สสจ.เชียงใหม่) เตือนประชาชนในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงปีนี้ให้ระวังอุบัติเหตุจากการจุดประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ แนะผู้ปกครองดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดห้ามเด็กจุดประทัดเด็ดขาด อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บที่รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

นางนันท์ลภัส ขันตี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สสจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เทศกาลประเพณียี่เป็ง หรือ ลอยกระทงในปี 2561 ของจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งในแต่ละปีได้มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีผู้ได้รับอันตรายจากการเล่นประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ ด้วยความประมาท รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และขาดการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้ปกครอง ทำให้มีโอกาสได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง

จากรายงานสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลลอยกระทง จังหวัดเชียงใหม่ปี 2560 พบว่า มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุการเล่นพลุ ประทัด บั้งไฟ และเล่นดอกไม้ไฟ มีจำนวนทั้งสิ้น 38 ราย (อัตรา 2.36 ต่อแสนประชากร) โดยเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บที่รับไว้เป็นผู้ป่วยใน(Admit) จำนวน 1 ราย และบาดเจ็บต้องส่งต่อเพื่อรับการรักษา(Refer) จำนวน 1 ราย เป็นผู้บาดเจ็บจากประทัดมากที่สุด จำนวน 28 ราย (ร้อยละ 73.68) รองลงมาได้แก่ ดอกไม้ไฟ จำนวน 9 ราย (ร้อยละ 23.60) และขี้ไต้จากโคมลอย จำนวน 1 ราย (ร้อยละ 2.63) อวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุด ได้แก่ บริเวณมือ แขน และขา จำนวน 26 ราย ( ร้อยละ 68.42) รองลงมา ได้แก่ บริเวณใบหน้า จำนวน 7 ราย (ร้อยละ 18.42) และ ศีรษะและคอ จำนวน 6 ราย (ร้อยละ 15.79 ) พื้นที่ที่เกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุประทัดและดอกไม้ไฟมากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมือง จำนวน 7 ราย อำเภอสันป่าตอง จำนวน 5 ราย และ อำเภอพร้าว/อำเภอสารภี/อำเภอสันกำแพง จำนวน 3 ราย ตามลำดับ พื้นที่ที่ไม่มีรายงานการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุประทัดและดอกไม้ไฟ ได้แก่ อำเภอจอมทอง อำเภอสะเมิง อำเภอหางดง อำเภอดอยเต่า อำเภออมก๋อย และ อำเภอกัลยาณิวัฒนา สำหรับปี 2561 ได้รับรายงานอุบัติเหตุพลุระเบิดและเพลิงไหม้ ก่อนเทศกาลลอยกระทง ได้แก่ เหตุการณ์พลุระเบิด ที่อำเภอดอยสะเก็ด โดยมีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และบาดเจ็บจำนวน 1 ราย

ทั้งนี้ข้อมูลอุบัติเหตุจากการเล่นพลุ ประทัด บั้งไฟ และเล่นดอกไม้เพลิง เทศกาลลอยกระทงปี 2559 มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุการเล่นพลุ ประทัด บั้งไฟ และเล่นดอกไม้เพลิง มีเพียง 8 ราย เป็นผู้บาดเจ็บจากประทัดมากที่สุด จำนวน 4 ราย ส่วนสถิติการเกิดเหตุในปี 2558 ผู้บาดเจ็บจากการเล่นพลุ ประทัด บั้งไฟ และเล่นดอกไม้เพลิง จำนวน 75 ราย โดยเป็นผู้บาดเจ็บจากประทัดมากที่สุด จำนวน 70 ราย

แม้ว่าสถิติการได้รับบาดเจ็บจากการเล่นประทัด บั้งไฟ และดอกไม้เพลิง มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นที่ยังคงน่าเป็นห่วงคือ การเกิดเหตุในเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้ พ่อแม่ผู้ปกครองปล่อยปละละเลย ที่สำคัญคือ ความมักง่ายของผู้ค้าที่มักจะขายโดยไม่เลือกผู้ซื้อ

สำหรับมาตรการ ป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลลอยกระทง ปี 2561ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีหนังสือสั่งการ และขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุจากการเล่นประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ อุบัติเหตุจากการจราจร โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลลอยกระทง สนับสนุนข้อมูลวิชาการและสถานการณ์การบาดเจ็บปีที่ผ่านมา ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนและประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าก่อนเทศกาล

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ควรสอนให้เด็กรู้ว่าประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ ไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นสิ่งอันตรายสำหรับเด็ก ถ้าสะเก็ดเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ หรืออาจทำให้นิ้ว มือ แขน ขาขาด กลายเป็นคนพิการ และห้ามนำประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุมาจุดเล่นเด็ดขาด และไม่ควรให้เด็กอยู่ใกล้กับบริเวณที่มีการจุดประทัด ดอกไม้ไฟ และพลุ ทั้งนี้ ภัยที่ประชาชนควรตระหนักและเพิ่มความระมัดระวังอยู่เสมอ คือ ภัยจากการจมน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการจมน้ำ ผู้ปกครองจึงควรดูแลใกล้ชิด ไม่ให้เด็กเข้าใกล้แหล่งน้ำเพื่อลอยกระทงเพียงลำพัง เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะพลัดตกลงไปในน้ำและจมน้ำได้ ทั้งนี้หากพบผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยฉุกเฉินให้โทรแจ้ง 1669 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตามหลักวิชาชีพ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here