อุตุเคาะแล้วกว่า 65 เปอร์เซ็นต์ไทยเข้าสู่ภาวะเอลนิโญ ฝนดีแค่ช่วงต้นปีเท่านั้นปลายปีแทบเหือด ลุ้นแค่ช่องทางเดียวให้พายุเข้าเชื่อจะเปลี่ยนโฉมได้ ฟันแล้วตลอดฤดูมีโอกาสที่พายุเข้าแค่ลูกเดียวเท่านั้น ลุ้นพายุเข้าแค่ช่วงเดือนสิงหาคม พร้อมยกเหตุผลความร้อนของน้ำทะเลแปซิฟิกตะวันออกเพิ่มสูงส่วนไทยอยู่ฝั่งตะวันตกถูกลมหอบไปอีกฝั่งหมด แจงตลอดทั้งฤดูฝนจะลงหนักเป็นหย่อมพื้นที่จะไม่กระจาย ส่วนกรณีฝนทิ้งช่วงยังไม่เกิดเพียงแค่ฝนน้อยกว่าปกติเท่านั้น

นายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่า ในระยะนี้ในพื้นที่ภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ปริมาณฝนยังอยู่ในเกณฑ์ที่มากอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนซึ่งปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยยังมีมากกว่าค่าปกติ ยกเว้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนในปีที่ผ่านมาฝนน้อยกว่าค่าปกติ ปีนี้ปริมาณฝนก็ยังน้อยกว่าค่าปกติอีกซึ่งส่อไปในทิศทางที่ไม่ดีต่อปริมาณในพื้นที่ หากพิจารณาจากกราฟปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในปีที่แล้วพบว่าปริมาณฝนจะมีค่ามากกว่าค่าปกติมากเกือบร้อยละ 20 ส่วนปีนี้ในช่วงต้นปีเส้นกราฟแสดงให้เห็นว่าปริมาณฝนเกินค่าปกติไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

นายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ

“หากดูในภาพรวมภาพใหญ่แล้วดูเหมือนว่าปริมาณน้ำฝนในปีนี้จะดีกว่าปี 2557, 2558 จนถึง 2559 แต่จะปลอดภัยหรือไม่ต้องไปดูจำเพาะเจาะจงเป็นรายจังหวัด หากดูเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่จะพบว่าเส้นกราฟที่แสดงเห็นได้ชัดว่าปริมาณฝนน้อยลงมากหากเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งฝนดีตั้งแต่ต้นจนตลอดทั้งปี หากไปเทียบกับปี 2558 พบว่าปริมาณฝนดีกว่าเล็กน้อยเท่านั้นเอง ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจนถึงปลายปีคาดว่าจะใกล้เดียงกับค่าเฉลี่ยหรือเท่ากับค่าเฉลี่ยได้ นั่นหมายความว่าปริมาณฝนของเชียงใหม่จะมีน้อยถึงน้อยมากได้” ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กล่าว

“ในประเด็นฝนปลายปีที่จะมีน้อยก็จะเป็นตัวชี้ให้เห็นว่าน้ำจะมีน้อยไปด้วย แต่ยังโชคดีในปีที่ผ่านมามีน้ำกักเก็บไว้เยอะมากเป็นต้นทุนที่ดี ที่ชัดเจนที่สุดคือช่วงเดือนมิถุนายนซึ่งค่าฝนเฉลี่ยน้อยกว่าปีที่แล้วเกินกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นตัวชี้เป็นข้อสังเกตได้ว่าปริมาณฝนในปีนี้น้อย เพราะเดือนมิถุนายนโดยปกติจะมีฝนมากกว่านี้มาก ผ่านมาจนถึงสิ้นเดือนยังพบว่าปริมาณฝนยังน้อยกว่าค่าปกติเยอะมาก ซึ่งชี้ให้เห็นได้ว่าฝนช่วงเริ่มต้นฤดูกาลค่อนข้างดีแต่ขณะนี้ส่ออาการว่าฝนจะน้อยตั้งแต่ต้นฤดูกาล” นายเมธีฯ กล่าว

ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กล่าวต่อว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันจะพบว่าทั้งทะเลจีนใต้ทั้งทะเลอันดามันไม่มีพายุเข้ามาเลย มีเพียงแค่ความกดอากาศต่ำซึ่งพาดผ่านประเทศลาวตอนบนๆ ก็จะส่งผลต่อเชียงใหม่บ้าง ส่วนใหญ่เป็นฝนที่ตกในช่วงบ่ายๆ ตกเป็นจุด เป็นกลุ่มก้อนแล้วก็หยุดไป ไม่มีการกระจายก็จะเป็นฝนที่น้อยลงไปเรื่อยๆ ยิ่งในช่วงตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนเรื่อยไปจนถึงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคมฝนจะยิ่งน้อยลงไปอีกมาก เพราะเป็นช่วงที่ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศจีน ฝนจะน้อยไปเรื่อยๆ ซึ่งเข้าข่ายที่เรียกกันว่า ฝนทิ้งช่วง แต่จะมีฝนอยู่บ้างในด้านตะวันตกของประเทศเช่นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และที่ภาคใต้ด้าน จ.ระนอง พังงา และ จ.ภูเก็ต เป็นส่วนใหญ่

“หากดูไปถึงระยะไกลๆ เรื่องของอนาคตจะเป็นอย่างไรบ้าง เกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญ – ลานีญา ขณะนี้สัญญาณที่ส่งเข้ามาชัดเจนขึ้นเป็นระยะๆ อุณหภูมิน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกเพิ่มสูงขึ้นซึ่งเป็นตัวส่งสัญญาณว่าจะเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ เพราะเมื่อด้านตะวันออกอุณหภูมิสูงฝั่งด้านตะวันตกฝั่งฟิลิปปินส์ก็คือฝั่งประเทศไทยอุณหภูมิน้ำทะเลก็จะเย็น ลมก็จะพัดไปทางฝั่งตะวันออกความชื้นก็จะไปรวมทางฝั่งตะวันออกด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ฝนน้อยลมมีมาเท่าไรฝนไม่ตกเพราะว่าความชื้นมีน้อย” นายเมธีฯ กล่าว

โดยภาพรวมปัจจุบันค่าฝนจะอยู่ในภาวะปกติแล้วจะเริ่มส่งสัญญาณจะเข้าสู่ภาวะเอลนีโญเรื่อยๆ ไปจนถึงปลายปี ช่วงเดือนมิถุนายนฝนอาจดูดีแต่พอเดือนกรกฎาคมทิศทางจะเข้าสู่ภาวะเอลนีโญเริ่มปรากฏ ความชื้นก็เริ่มน้อยลง ลมมาเท่าไรฝนไม่มีในปริมาณที่มาก ฉะนั้นในช่วงต้นปีจะเห็นได้ว่าฝนค่อนข้างดี ปลายปีในช่วงเดือนสิงหาคมเดือนกันยายนปริมาณฝนสะสมควรที่อยู่ที่ 250 มม. อาจจะเหลือแค่ 180 มม. ได้ จะส่งผลให้ค่าเฉลี่ยฝนทั้งปีเท่ากับค่าเฉลี่ยคือ ต้นปีมากปลายปีน้อย

“เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้อมูลมาจากการพยากรณ์อุณหภูมิน้ำทะเลของทุกประเทศทั่วโลก ทั้งญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จะออกมาในทิศทางเดียวกันนี้ที่ว่า ช่วงปลายปีนี้อุณหภูมิน้ำทะเลทางฝั่งตะวันออกจะร้อนขึ้น หากดูเส้นกราฟสำหรับการพยากรณ์แล้วที่เริ่มเบ้เข้าหาเส้นศูนย์หากถึงศูนย์จุดห้านั่นหมายถึงการเป็นเอลนีโญแล้ว เป็นตัวหนึ่งที่ชี้เห็นได้ถึงสภาวะเอลโซ่ในในอนาคตอันใกล้นี้ ขณะนี้มีความมั่นใจมากถึง 65 เปอร์เซ็นต์แล้วว่าภาวะความเป็นกลางจะขยับเข้าสู่การเป็นเอลนีโญต่อไป” ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กล่าว

สำหรับการพยากรณ์ฝนจากข้อมูลที่ปรากฏ พบว่าอีสานจะมีค่าน้อยกว่าปกติ ภาคเหนือยังดีกว่าเพียงเล็กน้อยเพราะยังสูงกว่าค่าปกติ ฝนมีค่ามากกว่าค่าปกติเล็กน้อย แต่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ไม่มีข้อมูลหรือตัวบ่งชี้เห็นใดเลยที่จะชี้ให้เห็นว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นมาแบบเยอะมาก เพราะจะมีผลถึงการพยากรณ์ปลายปีได้ว่าจะมีฝนอยู่ในเกณฑ์ปกติหรืออาจต่ำกว่าค่าปกติราว 5-10 เปอร์เซ็นต์ ได้

“ถึงตรงนี้คงต้องรอความหวังว่าจะมีพายุเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าพายุเข้ามาอาจจะทำให้รูปแบบการพยากรณ์ที่ว่ามาแล้วนี้เปลี่ยนโฉมไปได้ หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ จะทรงอยู่คือฝนน้อยกว่าค่าปกติ ฝนเชียงใหม่นั้นจะไปชี้วัดกันที่เดือนกันยายนว่าจะน้ำจะมากหรือน้อย ซึ่งนั่นหมายถึงต้องลุ้นพายุที่จะเกิดขึ้น เรื่องพายุภายในรอบ 7 วันนั้นไม่อาจคำนวณได้ว่าจะมีพายุหรือไม่ แต่ก็คาดไว้ว่าน่าจะมีพายุได้เช่นกัน 1 ลูกมาจากทะเลจีนใต้เข้าเวียดนามและเข้ามาทางภาคอีสานและภาคเหนือ อีก 1 ลูกจะเข้าในพื้นที่ภาคใต้ คงมีความหวังประมาณนี้แต่จะเกิดในช่วงเดือนสิงหาคมที่พายุอาจเข้าภาคเหนือได้ ส่วนเรื่องฝนทิ้งช่วงนั้นโดยนิยามแล้วคือการที่ฝนไม่ตกไม่ถึง 1 มม. ติดต่อกัน 15 วัน ในช่วงของฤดูฝน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ใช่ฝนทิ้งช่วงหากแต่ว่าเป็นกรณีที่ฝนน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเท่านั้น” นายเมธี มหายศนันท์ ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กล่าวในที่สุด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here