นายชาตรี เชื้อมโนชาญ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่(หัวหน้ากลุ่มพิงคนคร) นางอนงค์พรรณ สุวรรณทะมาลี ประธานชมรมผู้สูงอายุเมืองสาตร และนางแสงหล้า ศรีสุวรรณ ประธานชุมชนเมืองสาตร นำเสนอโครงการัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านเมืองสาตร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโดยชาวชุมชนแทบทุกครัวเรือน เป็นโคมยี่เป็งล้านนาทุกชนิดที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ ตั้งแต่โคมไฟยี่เป็ง โคมแขวนหลายรูปแบบ โคมผัด(หมุน) โคมลอย ผางประทีป ตุงผ้า ตุงกระดาษ และอื่นๆ ที่ใช้ในการตกแต่งอาคารบ้านเรือน และซุ้มประตูป่าในเทศกาลยี่เป็งหรือลอยกระทง
นายชาตรี เชื้อมโนชาญ กล่าวว่า ชุมชนเมืองสาตร เกิดขึ้นมากว่า 200 ปีแล้ว เมื่อ พ.ศ.2345 พระเจ้ากาวิละ ได้มาฟื้นบ้านฟื้นเมืองขับไล่พม่าออกไป แล้วได้ไปเชิญชวนพี่น้องชาวไต ชาวลื้อทางตอนเหนือตั้งแต่เชียงตุงลงมา ปักหลักสร้างบ้านแปลงเมือง ซึ่งชุมชนแห่งนี้ก็มีชาวบ้านเมืองสาตอพยพลงมา เช่นเดียวกับชุมชนอื่นๆ ที่นำศิลปวัฒนธรรม ช่างสาขาต่างๆ ลงมาด้วย สำหรับชุมชนเมืองสาตร และชุมชนดอนจั่น ได้นำช่างหัตถกรรมประดิษฐ์โคมในราชสำนักลงมาด้วย จึงมีการประดิษฐ์โคมประดับในคุ้มหลวง เมื่อถึงงานเทศกาลยี่เป็ง จากนั้นก็ได้แพร่หลายเป็นโคมล้านนาที่นิยมของประชาชนทั่วไป ซึ่งปัจจุบันถือว่าแพร่หลายไปทั่วโลกก็ว่าได้ เพราะมีการสั่งทำโคมจากประเทศต่างๆมากมาย แม้แต่การแสดงโคมแสนดวงของวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ ลำพูน ก็สั่งโคมจากชุมชนนี้ ซึ่งจากการประดิษฐ์โคมด้วยกระดาษก็พัฒนาเป็นโคมผ้าที่มีสีสันสวยงามอีกมากมาย และคงทนใช้งานได้นานหลายปี เทศบาลนครเชียงใหม่ และสมาชิกสภาฯ จึงได้ให้การสนับสนุนเรื่อยมา จนถึงปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า
นางอนงค์พรรณ สุวรรณทะมาลี กล่าวว่า บ้านเมืองสาตรมีฝีมือในการทำโคมล้านนาหรือโคมยี่เป็งมานานแล้ว ทำกันทุกครัวเรือน และตลอดทั้งปีก็ว่าได้ หลังสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมหาวิทยาลัยพายัพ เชิญชาวต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมชมแหล่งผลิตโคมล้านนา จึงทำให้คิดว่า สมควรจะต้องเปิดตัวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเชิงวัฒนธรรมบ้านเมืองสาตร ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ตลอดทั้งวันบริเวณถนนทางเข้าชุมชน รอบบริเวณวัดเมืองสาตรหลวง จะมี 4 กิจกรรม 1.การเชิญสล่า/พ่อครู/แม่ครูภูมิปัญญามาสอนแนะนำและสาธิตการทำโคมต่างๆ2.การทำกรวยดอกไม้(สวย)แบบพื้นเมือง การทำผางประทีป จักสาน(ก๋วย) 3.การแสดงสาธิตปรุงอาหารพื้นเมืองเพื่อสุขภาพ เช่น แกงแคใส่ปลาแห้ง เป็นต้น 4.กิจกรรมบันเทิง เนื่องจากชุมชนเมืองสาตร เป็นแหล่งเรียนรู้ มีครูภูมิปัญญามาก มีการสอนเต้นรำ การร้องเพลงต่างๆเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพก็จะมาร่วมกัน รวมทั้งนักศึกษาจาก ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ก็จะมาแนะนำท่ารำที่เข้ากับเพลงพื้นเมือง มี “ครูบอย” ที่เก่งด้านพิณเปี๊ยะ ก็จะเปิดตัวลูกศิษย์เช่นกัน
นางแสงหล้า ศรีสุวรรณ กล่าวว่า ชาวชุมชนได้ประดิษฐ์โคม และผางประทีปมานานแล้ว มีโคมชนิดต่างๆดั้งเดิมเลย เช่น โคมผัด(หมุน)ตาม 12 ราศี โคมหูกระต่าย สำหรับถือในงานประเพณีวิสาขบูชา โคมแบบแขวน 8 เหลี่ยม โคมดาว โคมฟัก ทำจากกระดาษว่าง กระดาษสี และพัฒนามาเป็นโคมผ้าไหม ผ้าลายไทย นอกจากนั้นยังมีตุงผ้าอีกมากมาย โคมทุกชนิดเดิมใช้เทียนวางไว้ด้านใน ยามค่ำคืนก็จะมีแสงสีต่างๆ ปัจจุบันใช้หลอดไฟฟ้าเข้าแทนก็ให้ทั้งสีและแสงสว่างในตัว ซึ่งในช่วงก่อนเทศกาลลอยกระทงทุกปี จะมีคนเข้ามาซื้อหาจากชุมชนจำนวนมาก จึงเชิญชวนผู้สนใจเข้ามาชม และเลือกซื้อหาได้ตั้งแต่บัดนี้ หากจะมีการสั่งประดิษฐ์ตามรูปแบบที่ต้องการ ก็ให้มาแต่เนิ่น ๆ เพราะถ้าใกล้เทศกาลแล้วจะไม่มีของหรือทำให้ไม่ทัน
ท้ายนี้ ตัวแทนชุมชนเมืองสาตร ขอเชิญชวนให้ไปเลือกซื้อโคม และผางประทีป หรือเข้าไปเที่ยวชมแหล่งผลิตโคมล้านนาได้ทุกวัน ส่วนในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 จะมี 4 กิจกรรมที่เกิดจากความพร้อมเพรียงกันของชาวชุมชน และวัด จัดกิจกรรมขึ้นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงค่ำ มีกาดหมั้นครัวฮอม มีการลอยกระทงในลำเหมืองพญาคำที่ไหลผ่านชุมชน บริเวณหน้าศูนย์ศิลปวัฒนธรรมของวัดเมืองสาตรหลวงด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here