………..ลอยโขมด…………
รู้กันหรือไม่ว่ายังมีอีก 1 ตํานาน ที่กล่าวว่า เมืองหริภุญไชย หรือ ลําพูนในปัจจุบัน เป็นจุดเริ่มแรกของประเพณีลอยกระทง (ยี่เป็ง) หรือประเพณีลอยกระทง ในปัจจุบัน แต่เดิมประเพณีดังกล่าวเรียกว่า “ประเพณี ลอยโขมด” มีมาแต่โบราณ เป็นประเพณีเก่าแก่ของล้านนา ที่นับถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 นับตั้งแต่อาณาจักรหริภุญชัย อาณาจักรล้านนา โดยเมื่อถึงเดือนยี่เป็งก็กระทําพิธีลอยโขมด ความหมายคือ การลอยเพื่อบูชาท้าวพกาพรหม, ลอยเพื่อลอยเคราะห์ลอยบาป, ลอยเพื่อส่งสิ่งของ, ลอยเพื่อบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร , การบูชาพระพุทธบาท ในหาดทรายแม่น้ำมัมนที , การลอยเพื่ออธิษฐานและลอยเพื่อบูชาอุบคุดด์เถระ ซึ่งบําเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ ในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล
ประเพณีการลอยโขมด นี้ตามหนังสือพงศาวดารโยนก และหนังสือจามเทวีวงศ์ กล่าวสอดคล้อง เหมือนกันว่า เมื่อจุลศักราชได้ 309 (พ.ศ.1490) พระยาจุเลราชได้ครองราชสมบัติในนครหริภุญชัย สมัยนั้น ได้เกิดโรคระบาดขึ้น ที่ตํานานเรียกว่า โรคหิว หรือ โรคห่า หรือ โรคอหิวาตกโรค ทําให้ผู้คนล้มตายเป็นจํานวนมาก บางพวกที่มีชีวิตอยู่เห็นว่าถ้าอยู่ต่อไปต้องตายแน่ ผู้คนพากันอพยพไปอยู่ที่เมืองสะเทิมหรือสุธัมมาวดี ประเทศรามัญ หรือมอญ ต่อมาพระเจ้าพุกาม กษัตริย์พม่าตีได้เมืองสะเทิม ได้เก็บเอากุลธิดาของชาวเมืองไป เป็นบาทบริจาติกาเป็นจํานวนมาก เมื่อเบื่อหน่ายก็ทอดทิ้งไม่ชุบเลี้ยงเหมือนดั่งก่อน พวกชาวเมืองหริภุญชัยก็ อพยพหนีไปอาศัยอยู่กับพระเจ้าหงสาวดี ซึ่งพระองค์ทรงให้ความอนุเคราะห์ชุบเลี้ยงเป็นอย่างดี โดยไปอยู่ เมืองหงสาวดีเป็นระยะเวลาถึง 6 ปี และช่วงเวลาดังกล่าว หลายคนได้มีครอบครัวในเมืองหงสาวดีด้วย หลังจากที่อาศัยอยู่ไม่นานชาวเมืองได้ทราบข่าวว่าโรคระบาดทางนครหริภุญชัยสงบแล้ว
ชาวหริภุญชัยส่วนหนึ่ง ก็คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง ก็พากันกลับมายังหริภุญชัยอีกครั้ง บางคนต่างก็แต่งงานมีครอบครัวก็ไม่กลับไปยังหริภุญชัย อีกส่วนหนึ่งปักหลักอยู่เมืองหงสาวดี เมื่อถึงครบรอบวันที่ได้อพยพไปนั้นช่วงเดือนยี่เป็งชาวหริภุญชัย ที่ได้จากพี่น้องทางเมืองหงสามา ก็ได้พากันก็ได้จัดแต่งธูป เทียน เครื่องสักการะบูชา เครื่องอุปโภคบริโภค อาหาร เสื้อผ้า วัตถุข้าวของ ใส่ในแพ /เรือ / ไหลล่องตาม แม่น้ำเพื่อเป็นการระลึกนึกถึงยังญาติพี่น้อง โดยคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะล่องลอยไปถึงญาติที่อยู่ในเมืองหงสาอันไกลโพ้น และระลึกถึงญาติที่ยังอาศัยอยู่เมืองหงสาวดีจนเกิดเป็นประเพณี เหตุนี้จึงอนุมานได้ว่าน่าจะเป็น ต้นแบบของการล่องสะเปา/ลอยกระทงในปัจจุบัน ส่วนพิธีนั้นคงบรรจุสิ่งของลอยตามน้ำแล้วตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะให้ถึงเป้าหมายใด อาทิ เป็นพุทธบูชา เทวบูชา วิญญาณบูชา ตลอดจนทําบุญเพื่อบริจาคทาน อธิษฐานรัก ปล่อยเคราะห์ลอยนาม เป็นต้น

การกระทําพิธีดังกล่าวเรียกกันว่า ลอยโขมด หรือลอยไฟ และถือเป็นประเพณีที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ในสมัยอาณาจักรล้านนาโบราณเรียกว่า ลอยโขมด คําว่าโขมดเป็นชื่อผีป่า เรียกกันว่าผีโขมด ชอบออกหากินเวลากลางคืน จะมีพะเนียงแสงไฟเห็นเป็นระย้าคล้ายผีกระสือ ดังนี้ แพ หรือ เรือ ที่จุดเทียนลอยน้ำ แสงไฟจะกระทบกับน้ำทําให้เกิดเงา เหมือนแสงไฟจากผีโขมด ดังนั้น ทางล้านนาโบราณจึงเรียกการลอยโขมด
ในสมัยอาณาจักรล้านนาไท พุทธศักราชได้ 2061 ตรงกับรัชกาลของพระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช (พระเมืองแก้ว) แห่งราชวงศ์มังราย เทศกาลเดือนยี่เป็งเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มาก อาณาประชาราษฎร์ต่างพากันไป บูชาพระเจ้าในอารามข่วงแก้วทั้งหลาย มากมายไปด้วยผู้คนหนุ่มสาว ผู้เฒ่า ผู้แก่ รื่นเริงม่วนเล่นมหรสพ สมโภชครึกครื้น เป็นที่พึงพอใจอย่างยิ่ง
ประเพณีเดือนยี่เป็ง มาถึงพอเริ่มขึ้น 1 ค่ำ เดือนยี่ วัดวาอารามจะจัดเตรียมสถานที่ในวัด ปัดกวาด พระวิหารศาลาให้สะอาด และจัดเตรียมสิ่งของดังต่อไปนี้ 1.ทําราชวัตร รอบวิหาร เจดีย์ ทําซุ้มประตูป่าทางเข้าวัด 2.ทําโคมแขวน โคมค้าง โคมรูปต่างๆ 3.ทําว่าว หรือโคมลอย ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิด คือ โคมที่ใช้ปล่อยตอนกลางวัน เรียกว่า ว่าว โดยใช้วิธีรมควัน และโคมปล่อยตอนกลางคืน ใช้วิธีรมควันเหมือนว่าวที่ปล่อยกลางวัน แต่จะจุดไฟที่ท่อนผ้าผูกติดกับปากโคม ลอยปล่อยสู่อากาศ โคมจะลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ คล้ายดาวเคลื่อนคล้อยในเวหา และ4.การทําบอกไฟ (บั้งไฟ) ประกอบด้วยบอกไฟหลายชนิด เช่น บอกไฟดอก บอกไฟดาว บอกไฟ เทียน บอกไฟช้างร้อง บอกไฟจักจั่น บอกไฟท้องตั๋น บอกไฟขี้หนู ทําขึ้นเพื่อจุดในวันยี่เป็ง
และมีคัมภีร์ที่กล่าวถึงการทําโคมลอย ทําว่าวไว้ด้วยว่า หากคนใดทําจะมีอานิสงส์ 1 กากณึก (ทรัพย์ มีค่าเท่าค่าแห่งชิ้นเนื้อพอกานําไปได้ เป็นชื่อมาตราเงินต่ำที่สุด) การปล่อยโคมลอย ว่าว จุดบอกไฟนั้น เป็นการบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อีกประการหนึ่งด้วย
สําหรับชาวบ้านชาวเมืองจะจัดเตรียมสิ่งของ ดังนี้ 1.เครื่องนุ่งหย้อง เพื่อจะไปวัดในเดือนยี่เป็ง 2.เตรียมโคมทําราวแขวนโคม เพื่อประดับบูชาหน้บ้านเรือนตน 3.เตรียมผางผะดิ้ด (ถ้วยประทีป) ไว้เท่าอายุของคนที่อยู่ในเรือนนั้น 4.เตรียมกัณฑ์ธรรม หรือกัณฑ์เทศน์สําหรับจะนําไปถวายพระตอนฟังเทศน์ 5.เตรียมบุปผาลาจาข้าวตอกดอกไม้เพื่อใช้โปรยเวลามีงานในการฟังเทศน์มหาชาติ และใส่ ขันแก้วตึงสาม 6.เตรียมอาหาร ผลไม้ ขนม สําหรับพระภิกษุสงฆ์ จัดเตรียมในวันขึ้น 15 ค่ำ ตอนเช้าตรู่ 7.ทําซุ้มประตูป่าแบบต่างๆ ให้เป็นที่สวยงาม ประกอบด้วย ต้นกล้วย ต้นอ้อย ก้านมะพร้าว ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกรัก นํามาประดิษฐ์เป็นอุบะห้อยประตูป่า
เช้ามืด ชาวบ้านจะนําข้าวปลาอาหารไปถวายพระภิกษุสงฆ์ ที่วัดเรียกว่า ตานขันข้าว เพื่อ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วตอนสายชาวบ้านจะไปที่วัดเพื่อฟังเทศนาธรรม วัดบางแห่งมักจะมีการตั้งธรรมหลวง เรียกว่า เทศนาธรรมมหาจาติแบบพื้นเมือง จะมีการเทศน์ทั้งหมด 13 กัณฑ์ ให้เสร็จภายในวันเดียวตอนเช้าลู่ค่ำ ชาวบ้านชาวเมืองจะพกานไปสู่ที่วัดเพื่อนำผางปะดิ้ดไปจุดบูชาพระเจ้าที่วัด จุดโคมบูชาสว่างไสวทั่วพระอาราม หลังจากจุดธูปเทียนบูชาแล้ว จะมีการจุดบอกไฟ (ดอกไม้ไฟ) ประเภทต่างๆ ภายในวัด โดยจุดเป็นพุทธบูชา ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่จะกลับไปบ้านเพื่อจุดผางปะดิ้ดที่บ้าน บูชาพระพุทธเจ้า บูชาเจ้าที่เจ้าทาง บูชาบ่อน้ำ บูชาประตูบ้าน บูชาครัวไฟ ประตูยุ้งฉาง เทวดาประจําบ้าน
ในส่วนของตำบลต้นธง อำเภอเมืองลำพูน โดยเทศบาลตำบลต้นธง กำหนดจัดงานประเพณี ลอยโขมด ตำบลต้นธงครั้งที่ 5 ประจำปี 2562 “ประเพณีลอยโขมด หนึ่งเดียวในล้านนา หนึ่งเดียวในโลก” ณ วัดรมณียาราม (กู่ละมัก) หมู่ที่ 4 ตำบลต้นธง อำเภอเมืองลำพูน โดยมีกำหนดการคือ
วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2562 (เริ่มกิจกรรมอบรมบรรยายเสวนาให้ความรู้) เวลา 08.00 น. ลงทะเบียนการอบรมให้ความรู้เรื่องการทำโขมด เวลา 09.00-12.00 น. กิจกรรมการแข่งขันประดิษฐ์โขมดเล็ก เยาวชนและประชาชน , การแข่งขันประดิษฐ์โขมดหลวง เวลา 09.30-11.30 น. การอบรมให้ความรู้เรื่อง การประดิษฐ์ การทำโขมดเล็ก โขมดหลวง โคมหู กระต่าย โคมไฟล้านนา ผางประทีป การตัดช่อและตุงแบบล้านนา การเย็บ พับ ประดิษฐ์ ตกแต่งใบตอง ดอกไม้ ฯลฯ
เวลา 09.30-11.30 น. กิจกรรมบรรยายและเสวนาให้ความรู้ เรื่องหัวข้อเสวนา “ไขปริศนาประเพณีลอยหะมด (ลอยโขมด) ลอยกระทง ล่องสะเปายี่เป็ง” โดย อ.สนั่น ธรรมธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านประเพณีล้านนา ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ ผู้เชี่ยวชาญด้านหริภุญไชยศึกาา อ.ภูเดช แสนสา นักประวัติศาสตร์ล้านนา ผู้ดำเนินรายการโดย อ.นพพร นิลณรงค์ ปราชญ์เมืองลำพูน เวลา 12.00-13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.00-16.00 น. กิจกรรมสาธิตและปฏิบัติการทำโขมดเล็ก โขมดหลวง โคมหู กระต่าย โคมไฟล้านนา ผางปะทีป การตัดช่อ และตุงแบบล้านนา การเย็บ พับ ประดิษฐ์ตกแต่งใบตอง ดอกไม้ ฯลฯ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here