“สัตตภัณฑ์” สัญลักษณ์แห่ง “สัตตบริภัณฑ์” บริวารล้อมรอบเขาพระสุเมรุ

เมื่อเอ่ยถึงคำว่า “สัตตภัณฑ์” เชื่อว่าคนรุ่นใหม่น้อยคนนักที่จะรู้จักว่ามันคืออะไร เว้นแต่เพียงชาวล้านนารุ่นเก่า กับนักวิชาการด้านวัฒนธรรม อาจารย์-นักศึกษาที่เรียน ...

เรือนขนมปังขิง พรายพริ้งเมืองแพร่

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในบรรดา “เรือนขนมปังขิง” ที่ได้รับยกย่องจากแวดวงสถาปนิกและมัณฑนากร ว่ามีความงดงามที่สุดในประเทศไทยนั้น ก็คือกลุ่มเรือนขนมปังขิงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดแพร่ ไม่ใช่เพียงแค่ด้านคุณภาพของลวดลายอันรุ่มรวยเท่านั้น หากยังรวมไปถึงด้านปริมาณหรือจำนวนอาคารอันมากมายหลายหลังอีกด้วย ความหมายของ “เรือนขนมปังขิง” คำว่า “ขนมปังขิง” มาจากคำทับศัพท์ในภาษาอังกฤษว่า “Gingerbread” เป็นคำที่ชาวตะวันตกใช้เรียกลวดลายประเภทหนึ่งที่ใช้ตกแต่งส่วนต่างๆ ของสถาปัตยกรรม ที่มีลักษณะหงิกงอเป็นแง่งคล้ายขิง อาจเป็นลายขมวด คดโค้ง ลายเรขาคณิต หรือเป็นลายกระจุ๋มกระจิ๋ม พวกพรรณพฤกษาดอกไม้...

กล้องมูยา ภูมิปัญญาของชาวลัวะ

          ชาวล้านนาเรียกกล้องยาสูบดินเผาว่า "มูยาดิน" หรือ "กล้องมูยา-กล้องบูยา" (เรียกแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละท้องถิ่น) พบว่ากล้องมูยามีขนาดมาตรฐาน กว้างประมาณ 4  เซนติเมตร ความยาวประมาณ 6-7 เซนติเมตร หากนับรวมบ้อง (ด้าม) ด้วยก็ยาวเกือบ 20 เซนติเมตร           กล้องมูยาจัดเป็นเครื่องปั้นดินเผาอีกประเภทหนึ่ง ที่ค้นพบในพื้นที่อันหลากหลาย...

“คัวฮักคัวหาง” จากงานหัตถศิลป์สู่ Mass Product

ต่อจากฉบับที่แล้วว่าด้วย “วิถีคนเมืองกับเครื่องเขิน” ได้กล่าวถึงประเภทของเครื่องเขินล้านนาว่าสามารถแบ่งได้เป็น 9 ประเภท โดยประเภทแรกคือเครื่องเขินสำหรับชนชั้นสูง ฉบับนี้จักได้กล่าวถึง “คัวฮักคัวหาง” หรือเครื่องเขินล้านนาอีก 8 ประเภทที่เหลือดังนี้ 2เครื่องเขินล้านนาสำหรับคหบดี ประกอบด้วย แอบหมาก หรือขันหมากทรงกระบอก สานด้วยไม้ไผ่เป็นลายสอง จากนั้นขดส่วนลวดบัวรัดให้แข็งแรง ดูจากภายนอกมีลักษณะการตกแต่งเช่นเดียวกับขันหมากของคนชั้นสูง กล่าวคือแบ่งตัวลายออกเป็นสามส่วน ต่างกันตรงที่ว่าขันหมากประเภทนี้เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านจึงไม่มีการใช้สีทอง มีแต่สีดำจากรักและสีแดงจากชาด ในขณะเดียวกันเราสามารถมองเห็นโครงสร้างไม้ไผ่ที่ชัดเจน เนื่องจากกรรมวิธีการเคลือบนี้จะทารักบาง เน้นสีชาดด้วยลวดลายแบบง่ายๆ เช่น ลายกลีบดอกไม้ พรรณพฤกษา ลายจุด มีลักษณะค่อนข้างหยาบไม่ประณีตมากนัก ขันหมากประเภทนี้มีอยู่แทบทุกครัวเรือน เนื่องจากเป็นรูปแบบมาตรฐานและถือว่าเป็นสมบัติแสดงฐานะใช้รับแขกมาเยือน

“ลานทราย” หมายถึง “นทีสีทันดร” “ก่อกองทราย” คือ “วาลุกเจดีย์”

                ปีใหม่เมืองที่ผ่านมาปีนี้ ประวัติศาตร์ต้องจารึกไว้ว่าเป็นปีแรกของโลกที่ไม่สามารถจัดงานประเพณีสำคัญนี้ได้ ไม่ว่าที่ไหนๆ บนพื้นพิภพ เหตุเพราะโรคระบาดสากล "โควิด 19” แม้ปีนี้จะไม่มีโอกาสได้จัดงานสงกรานต์หรือภาคเหนือเรียกว่า "ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง" กันในดินแดนล้านนา แต่ฉบับนี้ดิฉันขอนำเสนอเรื่องทีี่มาที่ไปของ "ทราย" ให้ผู้อ่านได้ทราบกัน มีอยู่สองประเด็นหลักๆ             ประเด็นแรกคือ ทำไมบางวัดจึงมีการเปิด "ลานทราย"...

จากลูกปัดหอยทะเล สู่เงินตราหอยเบี้ย

จากหนังสือ "รอยลูกปัด" (ตีพิมพ์เมื่อปี 2552) ของนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช นักวิชาการอิสระชาวนครศรีธรรมราช ผู้เชี่ยวชาญด้านลูกปัดในเมืองไทย ได้ทำการแบ่งลูกปัดยุคก่อนประวัติศาสตร์ ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้ 1. ลูกปัดที่ทำจากดินเผา กระดูกสัตว์ และเปลือกหอย เช่น หอยมือเสือ หอยสังข์ ลูกปัดกลุ่มนี้พบเห็นได้น้อยมาก และมีอายุรุ่นเก่าที่สุด 2. ลูกปัดที่ทำจากหินหรือรัตนชาติชนิดต่างๆ มีทั้งหินสีมีค่า อาทิ คาร์เนเลียน...

‘วัดพญาผาบ’ ของ ‘พระยาปราบสงคราม’ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ

คำว่า "กบฏ" มีความแตกต่างกันสองสถานะ สถานะแรก "กบฏ" หมายถึงผู้เจตนาดีต่อบ้านเมืองในยุคที่ผู้ปกครองกดขี่ห่มเหงราษฎร แล้วมีการปลุกระดมพลลุกขึ้นสู้ต่ออำนาจนั้น ในเมื่อแพ้ก็ย่อมถูกตราหน้าว่า “กบฏ” เป็นธรรมดา ทว่าเป็น “กบฏ” ที่ไม่ได้เกิดจากความมักใหญ่ใฝ่สูง บ้าอำนาจ แต่เรียกร้องความเป็นธรรมเพื่อส่วนรวม แม้ต้องสู้แบบหลังพิงฝา ถึงจะเป็น “กบฏ” แต่คำนี้ก็กลายเป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ในการรับรู้ของประชาชน คนรุ่นหลังได้ขนานนามให้ใหม่กลายเป็น “ฮีโร่”...

วิถีคนเมืองกับเครื่องเขิน

"หัตถกรรมเครื่องเขิน” ที่ครั้งหนึ่งคนไทยเคยเชื่อว่าเป็นของชาวไทเขินจากประเทศพม่านั้น ไฉนชาวพม่ากลับเรียกว่า “โยนเถ่-ซินเหม่” อันหมายถึงงานหัตถกรรมที่ผลิตโดยชาวไทโยนจากเมืองเชียงใหม่เล่า ตกลงงานหัตถกรรมประเภท LACQUERWARE นี้จะให้เรียกว่า “เครื่องเขิน” หรือ “โยนเถ่” และสุดท้ายจะให้สรุปว่าเป็นของพม่าหรือของไทยกันแน่?

ลูกปัดรัตนชาติ : อาเกต คาร์เนเลียน อะเมทีสต์

แหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายในดินแดนล้านนาหลายแหล่ง ที่มีอายุตั้งแต่ 3,000 ปี จนถึงสมัยทวารวดี หรือราว 1,500 -2,500 ปีมาแล้ว เช่นแหล่งโบราณคดีที่บ้านวังไฮ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน แหล่งโบราณคดีที่ออบหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น นอกจากมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะดินเผา และอาวุธประภเทขวานหินใบหอกแล้ว สิ่งหนึ่งที่มักพบปะปนอยู่ในหลุมศพด้วยก็คือ “ลูกปัด” ซึ่งลูกปัดก็มีหลายประเภท ทั้งประเภทอินทรียวัตถุ เช่นลูกปัดหอย ลูกปัดงาช้าง และประเภทลูกปัดรัตนชาติ คือทำจากหินหรือผลึกแร่สีต่างๆ ซึ่งมีความสวยงาม ในที่นี้จะนำเสนอถึงลูกปัดรัตนชาติ 3 ประเภทได้แก่ ลูกปัดหินอาเกต คาร์เนเลียน และอะเมทีสต์

ลายศิลป์บนดินเผา รากเหง้าหริภุญไชย

เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ายุคที่อาณาจักรหริภุญไชยเจริญรุ่งเรืองระหว่างปี พ.ศ. 1204 ถึงการล่มสลายไปในปี พ.ศ.1824 นั้น "ดินเผา" เปรียบเสมือน "หัวใจสำคัญ" หรือ "เส้นเลือดสายหลัก" ในการจรรโลงชีวิตจิตวิญญาณของผู้คน การสร้างสรรค์งานศิลปกรรมดินเผาทั้งประติมากรรมรูปเคารพ งานประดับตกแต่งสถาปัตยกรรม จนถึงเครื่องใช้ไม้สอย เครื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน จำเป็นอย่างยิ่งว่ายุคหริภุญไชยย่อมต้องมีแหล่งเตาเผาที่สำคัญหลายแหล่ง ยุคแรกๆ นั้นคงยังมีการเผาภาชนะแบบกลางแจ้งอยู่บ้าง แต่ต่อมาได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว หากเทียบกับยุคปัจจุบันก็อาจกล่าวได้ว่า การทำดินเผาสมัยหริภุญไชยเข้าขั้น "อุตสาหกรรมขนาดใหญ่" ที่เป็นเศรษฐกิจหลักใช้หล่อเลี้ยงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในยุคนั้น เท่าที่ได้สำรวจทางโบราณคดีพบว่าแหล่งเตาเผาสมัยหริภุญไชยมีความต่อเนื่องกับแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น เกือบทั้งหมดตั้งอยู่ริมน้ำแม่กวง (ปิงเก่า) แม่ปิง และแม่สาร ในเขตอำเภอเมืองลำพูน อาทิ...

Recent Posts