ฮือฮา! ข้าว 3 พันธุ์ใหม่ มช.วิจัยได้ให้ชาวนาปลูก ฟุ้งราคาดีแถมมีตลาดชัวร์

0
517

ข้าวพันธุ์ใหม่
ประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกข้าวเป็นอันดับต้นๆ ของโลกมาตลอด ในปี 2561 รั้งตำแหน่งที่ 2 รองจากประเทศอินเดีย แต่ที่ผ่านมาชาวนาไทยกลับถูกปล่อยให้ตกอยู่ในสภาพ “ปลูกข้าวนาปีมีแต่หนี้กับซัง ปลูกข้าวนาปรังมีแต่ซังกับหนี้”
เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตต่ำของข้าวที่เกษตรกรเพาะปลูกและเพิ่มทางเลือกให้กับชาวนาไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้นสังกัดของนักวิจัย และศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ คณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ผู้สนับสนุนงบประมาณการวิจัยและพัฒนา ได้ร่วมกันส่งเสริมสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี ผู้ริเริ่มโครงการทำนายุค 4.0 ที่ต้องการให้เกษตรกรมีรายได้อย่างต่ำ 10,000 บาท / ไร่ และมีตลาดรองรับที่แน่นอน ด้วยการส่งมอบข้าวสายพันธุ์ใหม่คุณภาพดี ผลผลิตสูง ที่พัฒนาสายพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ในข้าวด้วยลำไอออนพลังงานต่ำ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของโลก ที่ใช้เวลากว่า 10 ปี คิดค้นพัฒนาขึ้นเองที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งด้านวิธีการและเครื่องมือ มีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่าวิธีการดั้งเดิมมาก
ตลอดปี 2562 สภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรีและวิสาหกิจชุมชนเกษตรห้วยไผ่เพื่อการผลิต จ.ราชบุรี โดยการให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้รวมประมาณ 50 ตัน เพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่จะส่งมอบให้กับชาวนาที่เป็นสมาชิกของโครงการไม่น้อยกว่า 1,000 ราย เพื่อเพาะปลูกในฤดูนาปรังและฤดูนาปี 2563 ในพื้นที่ประมาณ 5,000 ไร่ โดยชาวนาสมาชิกสามารถเลือกปลูกได้ 3 พันธุ์ที่มีความต้องการของตลาดที่แน่นอน โดยข้าวทั้ง 3 พันธุ์มีจุดเด่นดังต่อไปนี้

1) ข้าวหอมเพื่อการบริโภค (มช 10-1 หรือ FRK-1) : เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นอ่อน ไวต่อช่วงแสง มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 124 วัน (โดยวิธีปักดำ) ค่อนข้างต้านทานโรคใบไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการบริโภค มีการยอมรับของผู้บริโภคใกล้เคียงกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในแง่ของสี รสชาติ และเนื้อสัมผัส แต่จะนุ่มและคงสภาพความนุ่มนานกว่าแม้เมื่อเก็บไว้จนเย็นแล้ว และยังมีระดับสารหอม 2AP สูงถึง 6.55 ppm สูงกว่าระดับสารหอม 4.74 ppm ของข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่แปลงปลูก จ. ราชบุรี ฤดูนาปี 2561 และที่สำคัญมีผลผลิตเกี่ยวสดเฉลี่ย  2.13 ตัน/ ไร่ สูงกว่าข้าวขาวดอกมะลิพันธุ์ดั้งเดิมที่ให้ผลผลิตเกี่ยวสดเฉลี่ย 0.5  ตัน / ไร่ เมื่อปลูกคู่กัน (แปลงปลูก จ. ราชบุรี ฤดูนาปี 2561)  ดังนั้นจะทำให้ชาวนามีกำไรแน่นอนเมื่อหักต้นทุนประมาณ 5,000 บาท / ไร่ออกแล้ว
2) ข้าวเพื่ออุตสาหกรรมแป้ง (เทพ 10-5 หรือ MSY-4) : เป็นข้าวเจ้าหอมอ่อนพื้นแข็ง ไม่ไวต่อช่วงแสง มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 122 วัน ค่อนข้างต้านทานโรคใบไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มีสารหอม 2AP ระดับ 0.79 ppm ผลผลิตเกี่ยวสด 1.54 ตัน / ไร่ (ข้าวปทุมธานี 1 ได้ผลผลิตเกี่ยวสด 0.99 ตัน / ไร่) ในแปลงปลูกที่ จ. ราชบุรี ฤดูนาปรัง 2562 เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมแป้งและการแปรรูปเป็นเส้นขนมจีน
3) ข้าวเพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ (เทพ 10-7 หรือ OSSY-23) : เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็ง ไม่ไวต่อช่วงแสง มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 122 วัน ค่อนข้างต้านทานโรคใบไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มีปริมาณโปรตีน 10.3% มีปริมาณไขมัน 3.6% ผลผลิตเกี่ยวสด 1.54 ตัน / ไร่ เหมาะที่จะนำไปเป็นอาหารสัตว์ เช่นหมู ที่ต้องการอาหาร 2.2 กิโลกรัม / วัน / ตัว
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ และสภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยวิสาหกิจชุมชนเกษตรห้วยไผ่เพื่อการผลิต จ.ราชบุรี ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวของชาวนาไทย ได้ใช้เทคโนโลยีลำไอออนดังกล่าว พัฒนาข้าวอีกหลายสายพันธุ์ใหม่ ที่พบว่าน่าสนใจมากขณะนี้ก็คือ
ก)ข้าวญี่ปุ่นก่ำ (AKM-P-22) สำหรับการบริโภคเพื่อสุขภาพ: เป็นข้าวกล้องสีก่ำทั้งเมล็ด กาบใบสีม่วง ผลผลิต 600-800 กก. / ไร่ คุณภาพหุงต้มรับประทานดี มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีตลาดอาหารญี่ปุ่นรับซื้อแน่นอน
ข)ข้าวญี่ปุ่น (AKM-6-1) สำหรับการบริโภคทั่วไป: ผลผลิต 900 – 1,180 กก. / ไร่ มีปริมาณอมิโลส 20.6 % คุณภาพหุงต้มรับประทานดี ใกล้เคียงกับพันธุ์ดั้งเดิม กวก.2
ในขณะที่พันธุ์ดั้งเดิม กวก.2 ให้ผลผลิตต่ำเพียง 304 – 584 กก. / ไร่ เมื่อแน่ใจว่าข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์ใหม่ทั้งสองเสถียรตามมาตรฐานแล้วจะได้นำไปส่งเสริมแก่ชาวนา เพื่อจะมีตัวเลือกมากขึ้นต่อไป

ล่าสุด เมื่อวันที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดพิธีแถลงข่าวเรื่อง ข้าวสายพันธุ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมข้าวไทย 4.0 ณ ห้องฝ้ายคำ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากเสร็จพิธีแถลงข่าวแล้ว มีพิธีการลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับสภาเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาการเกษตรด้านข้าว ซึ่งมีกรอบความร่วมมือโดยใช้สายพันธุ์ข้าวพันธุ์กลายที่ได้จากการชักนำในเกิดการกลายพันธุ์ในข้าวขาวดอกมะลิ 105 FRK-1 ข้าวสังข์หยดพัทลุงพันธุ์กลาย MSY-4 ข้าวสังข์หยดพัทลุงพันธุ์กลาย OSSY-23 ด้วยลำไอออนพลังงานต่ำ ไปทดลองปลูกที่จังหวัดอุตรดิตถ์และเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการช่วยแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในจังหวัดอุตรดิตถ์  
โอกาสนี้มี ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาทิ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รองอธิการบดี คณบดีคณะต่างๆ ผศ.อาคม ตันตระกูล ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารองค์กรและนักศึกษาเก่าสัมพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางฟิสิกส์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน
การแถลงข่าวเรื่อง “ข้าวสายพันธุ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมข้าวไทย 4.0” และการลงนามความร่วมมือวิชาการ ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพื่อแก้ปัญหาการปลูกข้าวที่ได้ผลผลิตไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ไม่ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูข้าว และเป็นการนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับชาวนาในแต่ละพื้นที่ต่อไป