“ท้องถิ่น”กับแนวทางปฏิบัติงาน ว่าด้วยพ.ร.บ.สาธารณสุขพ.ศ.2535

0
1257

“กฎหมาย”ที่ประกาศใช้ในประเทศไทย หลายฉบับต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน จึงไม่แปลกใจที่กฏหมายแต่ละฉบับกว่าจะผ่านความเห็นชอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและสมาชิกวุฒิสภาใช้เวลานานเป็นปีๆ ทั้งนี้เพื่อให้ครอบคลุมทุกด้านโดยเฉพาะผลลัพท์ “ประชาชน”ต้องได้ประโยชน์จากกฎหมายที่ออกมา

            พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ก็เป็นกฎหมายฉบับหนึ่งที่จะดูแล คุ้มครอง ปกป้องประชาชนวันนี้ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้มี “คณะกรรมการสาธารณสุข” โดยมีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ รวมทั้งการควบคุม สอดส่องการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุข โดยนายดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัยปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย มีหนังสือที่สธ0945.04/8063 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ถึงท้องถิ่นทุกจังหวัดเพื่อประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามบทบาทและหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            สำหรับแนวทางการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามคำสั่งคณะกรรมการสาธารณสุขที่ 3/2562 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข โดยกำหนดให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจหน้าที่รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ประเด็นปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อคณะกรรมการสาธารณสุขในการพิจารณากำหนดแนวทางมาตรการใดๆเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข อีกทั้งพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินการใดๆเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ดังนั้นกรมอนามัยจึงทำการรวบรวมแนวทางการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามกฎหมาย

            ยกตัวอย่างการประกอบกิจการรถสีข้าว นวดข้าวด้วยเครื่องจักร ตามมติคณะอนุกรรมการบริหารและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข สรุปได้คือ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและการอนามัยสิ่งแวดล้อม ในการพิจารณาการประกอบกิจการจึงควรพิจารณาถึงความเสี่ยงและผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนเป็นสำคัญ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศกฎกระทรวงเรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2558 กำหนดให้การประกอบกิจการสีข้าว นวดข้าวด้วยเครื่องจักร เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทที่5 (4) เมื่อพิจารณาคำหรือข้อความตามตัวบทกฎหมาย “การสีข้าว นวดข้าวด้วยเครื่องจักร…”สามารถตีความครอบคลุมถึงได้และพิจารณาจากลักษณะของกิจกรรม การให้บริการที่มีความเสี่ยงและอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน ผู้รับบริการ ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงเห็นว่า การประกอบกิจการรถเกี่ยวนวดข้าวด้วยเครื่องจักร จึงเข้าข่ายเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข กล่าวคือหากผู้ประกอบกิจการนำรถเกี่ยวนวดข้าวไปให้บริการ ณท้องที่ใด ผู้ประกอบกิจการต้องขอรับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นของส่วนราชการท้องถิ่นนั้นๆทุกแห่งที่ไปให้บริการ เว้นแต่ราชการส่วนท้องถิ่นนั้นจะไม่มีข้อบัญญัติของท้องถิ่นควบคุมการประกอบกิจการประเภทดังกล่าวและหากเกิดปัญหาฝุ่นละอองจากการเกี่ยวข้าวหรือนวดข้าวหรือเสียงดังจากการทำงานของรถเกี่ยวข้าวหรือนวดข้าวในระหว่างการประกอบกิจการนั้น อันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือผู้ที่ต้องประสบเหตุนั้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถใช้อำนาจตามมาตรา 27 หรือมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535ในการจัดการเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นได้ ทั้งนี้การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมต้องไม่เกินกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาต หนังสือรับรองการแจ้งและการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย พ.ศ.2559 ด้วย

            หรือกรณีการโอนและการแจ้งเลิกกิจการ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นในการพิจารณาออกใบอนุญาตดำเนินกิจการเก็บ ขน และกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยที่ดำเนินการเป็นธุรกิจหรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการตามมาตรา 19 การดำเนินกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามมาตรา 33 การจัดตั้งตลาด ตามมาตรา 34 การจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารที่มีพื้นที่เกินสองร้อยตารางเมตร ตามมาตรา 38 การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ ตามมาตรา 41 และพิจารณาออกหนังสือรับรองการแจ้งการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสะสมอาหารที่มีพื้นที่น้อยกว่าสองร้อยตารางเมตร ตามมาตรา 38 รวมทั้งรับแจ้งการโอนและเลิกการดำเนินกิจการจากผู้ประกอบการที่มีหนังสือรับรองการแจ้งตามมาตรา 51 สำหรับกรณีการโอนการดำเนินกิจการตามมาตรา19 มาตรา 33 มาตรา34 มาตรา38และมาตรา 41 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535ไม่ได้บัญญัติการโอนการดำเนินกิจการให้กับบุคคลอื่นไว้แต่อย่างใด เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงไม่มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาตให้โอนกิจการ ดังนั้นหากผู้ประกอบกิจการมีความประสงค์ที่จะโอนการดำเนินกิจการที่ได้รับอนุญาตให้กับบุคคลอื่นใด ผู้ประกอบกิจการต้องแจ้งเลิกกิจการกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนหรือรอจนกว่าใบอนุญาตจะสิ้นอายุ หลังจากนั้นผู้ที่ประสงค์จะรับช่วงในการดำเนินกิจการต่อจึงจะสามารถมายื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ โดยทางราชการส่วนท้องถิ่นจะต้องพิจารณาออกใบอนุญาตเช่นเดียวกับผู้มายื่นขอรับใบอนุญาตรายใหม่

            หรือกรณีการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กรณีการประกอบกิจการหลายประเภทในสถานที่เดียวกัน หลักการพิจารณากิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต้องพิจารณาถึงขอบเขตความหมายของกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2558และประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ฉบับที่2) พ.ศ.2560 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุขพ.ศ.2535 โดยมีหลักในการประกอบพิจารณา 2ส่วนคือ 1.พิจารณาจากคำหรือข้อความตามตัวบทกฎหมายโดยคณะกรรมการสาธารณสุขได้วางแนวทางไว้ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขเป็นกฏหมายอาญาที่มีบทกำหนดโทษปรับหรือจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นจึงต้องตีความตัวบทกฏหมายอย่างเคร่งครัด และ 2. พิจารณาจากลักษณะของกิจกรรมหรือการกระทำที่มีความเสี่ยงและอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงาน ลูกค้า ชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม ในกรณีที่มีการประกอบกิจการหลายประเภทในสถานที่หรือบริเวณเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเดียวกันหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นการประกอบกิจการที่ไม่เกี่ยวเนื่องกันหรือมีกระบวนการผลิตแยกส่วนกัน ซึ่งในกรณีเช่นนี้ต้องขออนุญาตหลายใบตามประเภทหรือชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางการค้า โดยการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ราชการส่วนท้องถิ่นควรคำนึงถึงความเป็นจริงของการประกอบกิจการแต่ละประเภทด้วยว่า กิจการประเภทใดจะก่อผลกระทบต่อชุมชนมากน้อยเพียงใด ซึ่งการกำหนดค่าธรรมเนียมในข้อบัญญัติท้องถิ่นควรคำนึงถึงประเภทและขนาดของกิจการรวมถึงรายได้จากการประกอบกิจการนั้นๆเพื่อความเหมาะสมและความยุติธรรมสำหรับผู้ประกอบกิจการ หรือในกรณีที่มีการประกอบกิจการหลายประเภทในบริเวณเดียวกันที่เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตหลายใบและมีผู้ประกอบกิจการรายเดียวกัน ราชการส่วนท้องถิ่นอาจกำหนดให้อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใบที่สองลดลงครึ่งหนึ่งก็ได้ ซึ่งต้องกำหนดรายละเอียดอัตราค่าธรรมเนียมไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นให้ชัดเจนด้วย

            อีกตัวอย่างกรณีสถานประกอบกิจการผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีตชั่วคราวที่ผลิตตามสัญญากับหน่วยงานรัฐ ถือว่าเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทใดที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าให้เป็นกิจการที่ต้องควบคุมในพื้นที่ของราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ผู้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทดังกล่าวจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาตก่อนประกอบกิจการ กรณีที่ผู้ประกอบกิจการเข้ามาเช่าที่ดินภายในพื้นที่รับผิดชอบของราชการส่วนท้องถิ่นก่อตั้งฐานการผลิตชั่วคราวเพื่อผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีตสำหรับใช้ในการก่อสร้างตามสัญญาที่ได้ทำกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งแม้ว่าการประกอบกิจการดังกล่าวจะไม่ได้มีการผลิตเพื่อจำหน่ายแอสฟัลท์ติกคอนกรีตโดยตรง แต่ผู้ประกอบกิจการได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากหน่วยงานรัฐคู่สัญญา โดยอาจอยู่ในรูปของค่าจ้างเหมาบริการ ดังนั้นจึงถือว่าเป็นการรประกอบกิจการเพื่อการค้า ผู้ประกอบการจึงต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภที่ 11(4) อย่างนี้เป็นต้น

            อย่างไรก็ตามสำหรับแนวทางการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกรณีควบคุมสถานที่จำหน่ายอาหาร มีแนวทาง 3 ด้านคือ 1.การยกร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของการประกอบกิจการ ซึ่งจะต้องนำข้อกำหนดจากกฏกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 ใส่เข้าไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นทั้งหมด หากจะใส่เพียงบางหมวดหรือบางข้อนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะจะเป็นการขัดหรือแย้งกับกฏกระทรวง 2.การยกร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นตามข้อ 1.1 โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสุขลักษณะของการประกอบกิจการซึ่งจะต้องนำข้อกำหนดจากกฏกระทรวงสุขลักษณะสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 ใส่เข้าไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นทั้งหมด แต่จะเพิ่มเป็นบทเฉพาะกาลไว้ในส่วนท้ายของข้อบัญญัติท้องถิ่นดังกล่าว เพื่อยกเว้นข้อกำหนดหลักเกณฑ์ข้อใดสำหรับประเภทของอาหารหรือตามลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร หรือตามวิธีการจำหน่ายการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นในลักษณะดังกล่าวนี้ไม่สามารถทำได้เพราะจะเป็นการขัดหรือแย้งกับกฏกระทรวง และ 3.การยกร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา40(1) กำหนดประเภทของสถานที่จำหน่ายอาหารตามประเภทของอาหารหรือตามลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการหรือตามวิธีการจำหน่ายแล้วกำหนดหลักเกณฑ์ตามกฏกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 เป็นบางข้อให้ตรงกับข้อเท็จจริงตามประเภทของอาหารหรือตามลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการหรือตามวิธีการจำหน่าย การออกข้อบัญญัติท้องถิ่นในลักษณะดังกล่าวนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะจะแป็นการขัดหรือแย้งกับกฏกระทรวง แต่ถ้าในกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุผลเป็นพิเศษเฉพาะท้องถิ่น ราชการส่วนท้องถิ่นอาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นขัดหรือแย้งกับที่กำหนดในกฏกระทรวงได้ แต่ต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสาธารณสุขและได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตามความในมาตรา 7 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535และที่แก้ไขเพิ่มเติมเสียก่อน

            ที่กล่าวมานี้เป็นแค่ตัวอย่างที่กรมอนามัยได้ชี้แจงแนวทางให้กับเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะปรับปรุงขบวนการการทำงานได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพกับองค์กร

                                                                        ชาติ ทุ่งเสี้ยว / รายงาน Chartv55@gmail.com

“”””””””””””””””””””””””””””””””

ข่าวข้นคนล้านนา

            “คนล้านนา” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ครบเครื่องเรื่องข่าวสารเพื่อคนเชียงใหม่และภาคเหนือ ฉบับประจำวันที่ 19-25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 “นายปังปอนด์” รับหน้าที่สะกิดข่าวสังคม “ข่าวข้นคนล้านนา”!!……ตอกย้ำกันอีกครั้ง 1 มกราคม ปีหน้ารัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี รณรงค์อย่างจริงจัง “ลดพลาสติก” โดยเฉพาะบรรดา ถุงพลาสติก ซึ่งเอกชนให้ความร่วมมืออย่างดี โดยเฉพาะ “ห้างสรรพสินค้าใหญ่”และร้านค้าโชห่วยทั้งหลายจะไม่มีถุงพลาสติกให้ ถ้าอยากได้ต้องจ่ายเงินค่าถุงเพิ่ม!!……..ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม วันนี้ ทั่วโลก!!ตระหนักถึงปัญหาพลาสติก ถ้าไม่เริ่มรณรงค์ป้องกันปัญหาวันนี้ วันหน้าโลกจะสาหัสสากรรจ์แค่ไหน คิดดูเถอะ “พลาสติก” จะย่อยสลายได้ก็หลายร้อยปี!!……..ประเด็นนี้แว่วๆมาว่า หลังรัฐบาลรณรงค์ ปลุกจิตสำนึกประชาชน 1 ปี ต่อไปก็จะมี “กฏหมาย”ออกมาบังคับใช้ในปี 2564 ห้ามใช้ถุงพลาสติก ให้ใช้วัสดุอื่นแทน ข่าวนี้เท็จจริงอย่างไร “นายปังปอนด์” ขอให้ชาวบ้านจับตาดูต่อไป!!…….ถือว่ามาถูกทาง ดร.นิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน จัดเทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูนช่วงประเพณียี่เป็งที่ผ่านมา ว่ากันว่าเงินสะพัดกว่า 400 ล้านบาท วางเป้าไว้ปีหน้าให้ยิ่งใหญ่จัดไปเลย “เทศกาลโคมล้านดวง” ด้วยคอนเซ็ป “วัฒนธรรมเชื่อมโลก”!!พบโคมไฟจากทั่วโลกมาอยู่ที่ลำพูนเมืองพันกว่าปี!!…….ปีหน้า 2563 คาดว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น ดังนั้นเพื่อความเตรียมพร้อมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มอบหมาย ปกรณ์ มหรรณพ กรรมการการเลือกตั้งและทีมงานเดินสายตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดในช่วงเวลานี้……..บัญชรนี้ “นายปังปอนด์” ขอแสดงความยินดีกับ อาคม สุวรรณกันทา ได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสมาพันธ์ SME ไทยภาคเหนือ แถมได้รับเกียรติบัตรกรรมการดีเด่นภูมิภาคจาก สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและประธานผู้ก่อตั้งสมาพันธ์ SME ไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา……..เสร็จจากงาน “เทศกาลโกม” ชุติพนธ์ (เฉลิม) สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด เตรียมงานต่อ “เทศกาลดอกไม้บาน” 14-16 กุมภาพันธ์ 2563 ณ หนองบัวพระเจ้าหลวง นี่แหละ คนของประชาชนโดยแท้จริง “นายปังปอนด์” ขอคารวะยกนิ้วให้!!สมัยหน้าแบเบอร์ครับพ้ม!!……..เอิ้นบอกกันล่วงหน้า 6 ธันวาคม 2562 ขอเชิญชวนศิษย์เก่าโรงเรียนบูรณศักดิ์วิทยา รุ่น 19 พบปะสังสรรค์รุ่น ณ เฮือนหลองข้าวของ พ่อเลี้ยงอินสน ใจกว้าง 40 กว่าปีไม่ได้พบกัน ดังนั้นเชิญเพื่อนๆรุ่นนี้มาย้อนรำลึกอดีต สนิท นาราช ประธานรุ่นฝากเชิญมา………เทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ที่ผ่านมาถือว่า “ประชาชน” ให้ความร่วมมือกรณีเรื่อง “โคมไฟ” จากสถิติที่เก็บได้ในพื้นที่ของการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ปี60เก็บได้ 108 ลูก ปี61เก็บได้ 114 ลูก และปี 62 เก็บได้ 32 ลูก ลดลงอย่างน่าภูมิใจ “นายปังปอนด์” สงสัยว่าที่เก็บได้เท่านี้คงจะเป็นฝีมือของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่………แจ้งจากพีอาร์สาวเซ็นทรัลฯ “น้ำหนาว” มนสิชา วงค์เรือน บอกว่าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ตอกย้ำความเป็นSport Community ที่ครบครันของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ , ส่งเสริมให้พนักงานและลูกค้าของศูนย์การค้าหันมาใส่ใจสุขภาพหลังเลิกงานรวมถึงเป็นการสร้าง Communityแห่งใหม่ของผู้ที่ชื่นชอบกีฬาวิ่งCentralFestival Chiangmai RUNNING TRACK แห่งนี้เปิดเป็นประจำทุกวัน เวลา 10.00น. –22.00น. บนพื้นที่ลานหน้าศูนย์การค้าฯแห่งนี้ กว่า 2,600ตารางเมตรซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมด้านกีฬาให้ทุกคนมาร่วมสนุกและแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ………เพื่อพัฒนาศักยภาพ เทศบาลตำบลสันผักหวาน อ.หางดง โดย ณรงค์ ปะมาละ นายกเทศมนตรี จัดโครงการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่ พนักงาน วันที่ 3 ธันวาคม 2562 ณ เทศบาลตำบลสันผักหวาน เชิญ พนธกร เอกสุธรรม จันทร์สุดา รุ่งเรืองวงศ์ จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่1 เชียงใหม่ มาให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ต่อด้วย กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ อปท. โดย นันทวิทย์ เงียวชัยภูมิ ข้าราชการบำนาญ………ปีนี้เป็นปีแรกที่ “จังหวัดเชียงใหม่” ได้รับคัดเลือกเข้ามาในหนังสือคู่มือมิชลินไกด์ ถึงแม้จะไม่มีร้านอาหารที่ได้ดาวจากมิชลิน แต่ก็ได้รับรางวัล “บิบ กูร์มองด์” (ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดีในราคาย่อมเยา คุ้มค่า) จำนวน 17 ร้านด้วยกัน “นายปังปอนด์” ขอปักหมุดบอกได้แก่ 1.ไก่ย่างเชิงดอย, 2.จินเจอร์ฟาร์มคิชเช่น, 3.ฮ้านถึงเจียงใหม่, 4.เฮือนสุนทรี, 5.เฮือนม่วนใจ๋, 6.ข้าวซอยแม่มณี, 7.ข้าวต้มย้ง (สาขา ถ.สุเทพ), 8.ครัวย่า, 9.คั่วไก่นิมมาน, 10.มีนา, 11.ณ จันตรา, 12.ราชารส, 13.เนื้อวัวรสเยี่ยม, 14.ครัวสายหยุดและหมอทราย, 15.ขนมจีนสันป่าข่อย, 16.ไก่ย่าง เอส พี และ 17.เดอะเฮ้าส์บายจินเจอร์ ใครอยากไปทานที่ไหนเลือกได้เลย!!……..ตบท้ายก่อนจากวันนี้ “เชียงใหม่” อากาศเริ่มหนาว ขอให้พี่น้องประชาชนรักษาสุขภาพร่างกายให้อบอุ่น พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดี!!

                                                                        นายปังปอนด์ Chartv55@gmail.com