ปล้นร้านทองโอ้วจินเฮง ปี 2525

0
1294

ว่ากันว่า หากจะกล่าวถึงความเหี้ยมโหดร้ายของโจรผู้ร้ายแล้วผู้คนทางภาคเหนือจิตใจไม่เหี้ยมอำมหิตเหมือนโจรทางภาคอื่น มีข้อมูลว่า ตั้งแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 อาชญากรรมมีแนวโน้มสูงขึ้น ถึงขนาดทางกรมตำรวจต้องใช้กองกำลังเข้าปราบปรามกันเลยทีเดียว คนร้ายมีอาวุธทันสมัยกว่าแต่ก่อน เพราะเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ก็ทิ้งอาวุธไว้จำนวนมาก อาวุธเหล่านี้ถูกซื้อขายเปลี่ยนมือ จนไปถึงมือของโจรผู้ร้าย นอกจากนี้อาวุธบางส่วนถูกซื้อเข้ามาโดยฝ่ายสัมพันธมิตรและกลุ่มเสรีไทย

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2490 เป็นต้นมา ขณะที่ภาคเหนือมีการค้าฝิ่นโดยกลุ่มจีนฮ่อ แต่ภาคกลาง ปัญหาอาชญากรรมสูงจากเสือร้ายต่างๆ ดังเช่น เสือไบ เสือมเหศวร เสือชิต บ้านกอไผ่ เสือเหรียด แห่งเขาสามร้อยยอด เสือผาด นครปฐม เสือใช้ ราชบุรีที่คอยดักปล้นเรือโยงสินค้าและเรือโดยสาร เสือหนอม เสือแก้ว จังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มโจรเหล่านี้มีชุมโจรขนาดใหญ่ หลบซ่อนอยู่ตามป่าเขาและที่กันดาร ยากที่เจ้าหน้าที่จะเข้าปราบปรามได้ง่าย ด้านภาคเหนือมักเป็นกลุ่มโจรชาวเขาที่ดักปล้นรถโดยสารประจำทางสายต่างๆ เช่น เส้นทางพร้าว, เชียงดาว, เส้นทางอำเภอปาย, แม่ฮ่องสอน เป็นต้น

ดังวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2509 เวลาประมาณ 10 นาฬิกา คนร้ายชาวเขารวม 3 คน อาวุธครบมือ คนหนึ่งใช้ปืนเอ็ม.3 คนหนึ่งใช้ปืนสะเตน คนหนึ่งใช้ปืนพก 2 กระบอก ใช้ไม้ขวางถนนทำให้รถโดยสารพร้าว-เชียงใหม่ แบบคอกหมู มีนายวิชัย วัฒนปรีชางกูลเป็นผู้ขับขี่ต้องหยุดรถ และคนร้ายได้บังคับคนโดยสาร 5-6 คนลงจากรถนอนคว่ำกับพื้นและตรวจค้นทรัพย์สินเป็นเงินสดรวม 6 พันบาทเศษ และทรัพย์สินอื่นอีกส่วนหนึ่ง และหลบหนีเข้าป่าข้างทางไป จึงนำความแจ้ง พ.ต.ต.วิชัย กลับเจริญ ผบ.กองสภ.อ.เชียงดาว

ต้นปี พ.ศ.2525 กลุ่มโจรมูเซอร์ 17 คนดักปล้นรถโดยสารและรถอื่นเส้นทางเชียงดาว-ฝาง ประมาณ 10 คัน ค้นยึดทรัพย์สินจากผู้โดยสารและเจ้าของรถไปได้จำนวนมาก และหลบหนีเข้าป่าทางหมู่บ้านหัวฝาย เขตติดต่อ อ.เชียงดาวกับ อ.พร้าว ซึ่งค่อมา พ.ต.อ.เกษม ศุขพงษ์ ผกก.เชียงใหม่,พ.ต.ท.นาวิน สิงหผลิน รองผกก.เชียงใหม่ พร้อมกำลัง นปพ.ออกติดตามม ภายหลังติดตามจับกุมตัวได้เกือบหมด นอกจากนี้ยังมีโจรปบ้นตามอำเภอนอกๆ ลักษณะใกล้เคียงกับชุมโจรภาคกลาง แต่ไม่มาก

การปล้นครั้งใหญ่ของเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีอยู่หลายคดีแต่คดีหนึ่งที่ชาวเชียงใหม่จดจำได้ดี คือ คนร้ายจากภาคใต้เข้าปล้นร้านทอวโอ้วจินเฮง ตลาดเทศบาล เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2525 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา กลุ่มคนร้ายเป็นคนจากภาคใต้ บางคนจากประเทศมาเลเซีย

คนร้ายเป็นชายรวม 6 คน มีอาวุธครบมือ บุกเข้าปล้นร้านทอง โอ้วจินเฮงตราเสือ ตลาดนวรัฐ ถนนวิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ขณะนายยงยุทธ โอวัชรินทร์ อายุ 57 ปีเจ้าของร้านนั่งขายทองอยู่ในร้าน มีนางสุนีย์ โอวัชรินทร์ ภรรยาและนายสุวัฒน์ พรจิรานุวัตร ลูกจ้าง คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจี้นายสิงห์คำ อุธิโมงค์ อายุ 32 ปี อาชีพขับรถสี่ล้อรับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู6 ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน บังคับใช้นำรถยนต์สี่ล้อรับจ้าง จอดส่งหน้าร้านโอ้วจินเฮง หลังจากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธจี้ จ.ส.ต.บุญนพ แสงเดช ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่ และบังคับให้คนในร้านไปรวมกันที่มุมร้าน ใช้ปืนจี้บังคับคนร้ายที่เหลือช่วยกันกวาดเอาทองในร้านไปรวม 9 ถาด ราคาประมาณ 10 ล้านาบาทแต่คนร้ายได้ถูกนายทนงศักดิ์ โอวัชรินทร์ บุตรชายเจ้าของร้านที่เดินจากหลังร้านมาประสบเหตุการณ์เข้าพอดี

จึงเดินเข้าไปในห้องนอนชั้นบนนำอาวุธปืนลูกซองติดมือมา และใช้ปืนลูกซองยาว 5 นัดยิงคนร้ายตายคาที่ 1 คน ชื่อนายประสาท ไข่นุ่ม อายุ 28 ปีอยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 4 ต.นาเวียงเพรช จ.ตรังและอีกคนหนึ่งทราบชื่อต่อมาว่า นายแคว้น ซื่อจิ้น ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อนลากขึ้นรถสี่ล้อของนายสิงห์คำฯ คนร้ายคนหนึ่ง เป็นคนขับ ขับหลบหนีเลี้ยงซ้ายไปทางสะพานนครพิงค์ ขณะเดียวกัน นายยงยุทธฯ เจ้าของร้านรีบฌทรศัพท์แจ้งให้ ร.ต.ท.วีรวุฒิ รายงานให้ พ.ต.อ.เกษม ศุขพงษ์ ผู้กำกับฯ เชียงใหม่ สั่งการให้ตำรวจสกัดจับคนร้ายเมื่อขับรถไปทางสะพานนครพิงค์ ได้ยิงปืนมาด้านหลังเพื่อมิให้ใครติดตามพร้อมกันนั้นได้นำทองบางส่วนโปรยลงตามถนนเพื่อให้ชาวบ้านที่กำลังแตกตื่นอยู่นั้น หันไปสนใจทองที่ตกอยู่แทนการติดตามพวกตน

เมื่อขับรถไปถึงหน้าสถานกงสุลอเมริกา คนร้ายได้ไล่นางสิงห์คำ เจ้าของรถลงจากรถ บอกว่าเวลา 7 โมงวันพรุ่งนี้ให้ไปรับรถที่หน้าตลาดต้นลำใย จะนำมาจอดไว้ให้ จากนั้นคนร้ายได้ขับรถไปตามถนนชัยศรีภูมิ เข้าถนนมูลเมืองหน้าวัดล่ามช้าง แต่รถเกิดตกร่องน้ำ ที่ถนนราชวิถี ซอย 2 หลังตลาดสมเพรชทำให้ถาดทองรูปประพรรณกระเด็นตกเกลื่อนถนนและร่องน้ำ คนร้ายรีบลงจากรถไปเก็บทองเท่าที่จะเก็บได้แล้ว วิ่งไปขึ้นรถยนต์เก๋งสีน้ำตาล ซึ่งขับตามหลังมาพอดี จี้บังคับเอารถหลบหนีต่อ มีผู้เก็บทองที่คนร้ายทำตกไว้ บางส่วนนำมาคืนร้านทองโอ้วจินเฮง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่า มีผู้พบคนถูกยิงบาดเจ็บที่ถนนสายเชียงใหม่-หางดง ใกล้บังกะโลสุขนิรันดร์ จึงรุดไปดู พบคนร้ายที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ชื่อ นายแคว้น ซื่อจิ้น อายุ 31 ปี เป็นชาวจีนฮ่อ อดีตทหารกองพล93 ถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองของนายทนงศักดิ์ฯ เข้าที่ศรีษะด้านหลังกระสุนทะลุตาซ้ายและที่ด้านหลัง จึงนำตัวรักษาที่รพ.มหาราช นายแคว้นฯบอกว่าถูกเพื่อนร่วมแก๊งค์หักหลัง ถีบลงจากรถเก๋งขณะหลบหนี ไม่นานนายแคว้นฯ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ถึงแก่ความตาย

ส่วนคนร้ายที่เหลือพากันหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนศพคนร้ายคนแรกที่ถูกยิงที่ร้านทองโอ้วจินเฮง คือ นายประสาท ไข่นุ่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ค้นพบภาพถ่ายของนายประสาทถ่ายคู่กับแฟนสาวอยู่ที่บ้านหมู่ 3 ต.บ้านสันป่าไหน่ ต.แม่งอน อ.ฝาง มีชื่อที่อยู่เขียนไว้ด้านหลัง จึงเชิญตัวมาสอบสวน ได้ความว่าฝ่ายหญิงเคยไปทำงานที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลาเมื่อ 7 เดือนที่แล้ว ได้รู้จักกับนายประสาทที่นั่นถึงขั้นชอบคอกัน นายประสาท เคยมาหาที่บ้านเพื่อสู่ขอ แต่พ่อแม่ไม่ยินยอมเนื่องจากไม่มีฝ่ายผู้ใหญ่มาด้วยหลังจากนั้นก็เลิกติดต่อกันจนทราบว่านายประสาทถูกยิงตายดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจสมัยนั้น ประกอบด้วย พล.ต.ท.เดช ขัตพันธ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.จุมพล แสงโชติ ผช.ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.เผด็จ วรบุตร ผบก.ภ.7, พล.ต.อ.สุพรรณ ปองทอง รอง ผบก.ภ.7, พ.ต.อ.เกษม ศุขพงษ์ ผกก.เชียงใหม่ตั้งศุนย์บัญชาการที่สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ ล่าตัวคนร้าย ขณะนั้น มีพ.ต.อ.อร่าม จันทร์เพ็ญ เป็นรองผกก.เชียงใหม่ พ.ต.ท.ประยุทธ ชูทับทิม เป็นสวญ. สภ.อ.เมืองเชียงใหม่, พ.ต.ต.ม.ล.ไกรสีห์ ศรีธวัช เป็น สวส.หัวหน้าหน่วยสายฟ้า

โจรกลุ่มนี้ไปถูกตะครุบตัวได้ที่ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา จากการประสานงานของตำรวจเชียงใหม่กับตำรวจหาดใหญ่ จนในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2525 พ.ต.ท.ไรโรจน์ ธนิกุบ สวญ.สภ.อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สืบทราบว่าคนร้ายที่ปล้นร้านทองคนหนึ่ง คือ นายพร ยงค์ประเดิม ชาวจังหวัดตรัง หลบหนีมาพักอยู่ห้องพักโรงแรมมณเฑียร ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 อ.หาดใหญ่ จึงเข้าตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายในห้องพัก แต่พบทองหนักประมาณ 5 ก.ก. ถูกฝากไว้ที่ตู้นิรภัยของโรงแรมดังกล่าว ทุกเส้นมีประทับตรารูปเสือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของร้านทองโอ้วจินเฮง

และต่อมาจับกุมตัวนายพรฯ ได้ที่โรงแรมฮอลิเดย์ ตรวจค้นห้องพักพบเงินสดอีก 2 ล้าน 1 แสนบาทในกระเป๋าเจมส์บอนด์ นายพรฯ รับว่า ได้ร่วมกับพวกปล้นทองและนำไปขายที่รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย นำเงินมาฝากไว้ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาหาดใหญ่ เพิ่งจะเบิกมาเพื่อหลบหนีต่อก่อนถูกจับกุม

และต่อมาได้ซุ่มจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 1 คน ชื่อนายอาซุย แซ่ลิ้ม ชาวมาเลเซีย ใช้ชื่อไทยว่า นายล่อง นาคเป้า จึงแจ้งมาทางจังหวัดเชียงใหม่และ พ.ต.อ.เกษม ศุขพงษ์ ผกก.เชียงใหม่และ พ.ต.ต.ชาญ บุญแรม สวป.สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ นำเจ้าของร้านทองโอ้วจินเฮงเดินทางไปดูตัวและรับของกลางคืน จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้้เป็นแก๊งค์โจรปล้นจากฮ่องกง มาเก๊า และมาเลเซีย เป็นโจรระดีบเซียนพนัน นักค้ายาเสพติด และดาวปล้นที่หลบหนีมาทำมาหากินในเมืองประมาณ 20 ปีแล้ว ทั้งหมดใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอมที่ออกที่จังหวัดตรัง และการว่าหลังจากปล้นแล้วแยกย้ายกันไปบ้าง หลบหนีกลับทางรถโดยสาร บ้างไปทางรถไฟ และนัดพบกันที่หาดใหญ่ดังกล่าว. (ข้อมูลจาก นสพ.ไทยนิวส์ฉบับ 13-15,18,19,22,23 มิภุนายน 2525)

Cr.สะป๊ะเรื่อง ตะวา, พ.ต.ท.อนุ เนินหาด/ข้อมูล