กุญแจยัดซาลาเปาแหกห้องขังหนี #โรงพักแม่ปิง

0
563

โรงพักแม่ปิง ปัจจุบัน คือ ศูนย์งานจราจร ตำรวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่ในอดีตเคยเป็นสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาคดีอันธพาลระยะยาว

ต้นปี พ.ศ. 2513 มีข่าวผู้ต้องหาหลบหนีจากห้องขัง ลงข่าวในหนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ 20 มกราคม 2513

ซาลาเปายัดไส้กุญแจห้องขัง ผู้ต้องหาหนีไปเกือบเกลี้ยงโรงพัก

เจ้าหน้าที่ตำรวจแม่ปิงหลับยาม อันธพาลระยะยาวใช้ลูกกุญแจผี สอดไส้ซาลาเปา เปิดกุญแจห้องขังหนีเกือบเกลี้ยงห้องขัง ตำรวจจับได้ 1 อีก 8 คน หนีรอดไปได้

เมื่อเวลา 4 น.เศษ ของวันที่ 17 เดือนนี้(มกราคม) ขณะที่ สตต.กุย(นามสกุลข้อความไม่ชัดเจน) ปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจยามอยู่ สภ.แม่ปิง อยู่นั้นได้ยินเสียงผู้ต้องหาวิ่งลงจากโรงพัก จึงไล่ตามจับได้ ปรากฏว่าชื่อ นายอินทร์ มัณฑะเล เป็นผู้ต้องหาฆ่าผู้ใหญ่บ้าน

จากนั้น เจ้าหน้าที่คำรวจ อันมี จ.ส.ต.สุริยะ โล่เพชร นายร้อยเวร ส.ต.อ.โสภณ แปงแก้ว สิบเวร และ ส.ต.ต.กุย จึงได้ตรวจดูในห้องขัง

ปรากฏว่าผู้ต้องหาข้อหาต่าง ๆ ซึ่งถูกขังเป็นอันธพาลระยะยาวไก้หลบหนีไป 7 คน คือ นายเพชร โสภี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ และนายน้อง วงศ์วิรัตน์ นายจันทร์ สีทอง นายคำ วงศา นายอินสนธิ์ นิวาสานนท์ นายถวิล ตั๋นวรรณ นายคำมูล สมณา และนายแสวง สายต้อม ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์

จากการติดตามข่าวได้ความว่า เดิมผู้ต้องหาในห้องขังทั้งหมดมี 15 คน แต่มีผู้ต้องหาที่จะได้รับพิจรณาปลดปล่อย 9 คน ถูกจับได้ในขณะกำลังหนี 1 คน ส่วนอีกคน นอนหลับเพลิน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามผู้ต้องหาที่จำได้ ได้ความว่าผู้ที่วางแผนเปิดห้องขังหลบหนีครั้งนี้ได้แก่ นายเพชร โสภี โดยมีนายน้อง วงศ์วิรัตน์ และนายจันทร์ สีทอง สมคบร่วมคิดด้วย โดยวาดรูปกุญแจผสมในรูปการ์ตูนในแผ่นกระดาษ เขียนจดหมายให้ผู้หญิงคนหนึ่งมีอาชีพเป็นโสเภณีอยู่ที่จังหวัดลำพูน และเป็นเมียของนายเพชร แล้วนำไปให้ช่างทำลูกกุญแจให้

ก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน ผู้หญิงคนนั้นได้ฝากซาลาเปาให้คนขับสามล้อนำไปให้นายเพชร ที่ห้องขัง โดยมีกุญแจผีซุกซ่อนอยู่ในขนมซาลาเปา 4 ดอก ซึ่งผู้ต้องหาใช้เปิดกุญแจห้องขังทั้ง 2 ชั้น หลบหนีไปดีงกล่าว

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดตามจับผู้ต้องหาที่หลบหนีไปอย่างกวดขันต่อไปแล้ว

มีข่าวเพิ่มเติมในหนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ 30 มกราคม 2513 ระดมตำรวจล่าผู้ต้องขังแหกกรง

กรณีผู้ต้องขังอันธพาลระยะยาว ซึ่งถูกขังไว้ที่ สภ.แม่ปิงเชียงใหม่ พากันแหกห้องขังหลบหนีไป 8 คน จับได้ 1 คน

ร.ต.อ.สุทร บางท่าไม้ หัวหน้า สภ.แม่ปิง แจ้งว่า ขณะนี้ได้สั่งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ยศ จ.ส.ต.ลงมาถึงพลตำรวจ ออกติดตามจับกุมตัวผู้ต้องขังทั้งหมดส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกับผู้หญิง และตัวสามล้ออย่างไรบ้าง รตอ.สุนทร กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่ได้ทำการจับกุมแต่อย่างไร เพราะรอจับผู้ต้องหาที่เป็นตัวการแหกห้องขังได้เสียก่อน เพื่อเป็นพยานหลักฐานที่แน่นอน แล้วจะทำการจับกุมทั้งสองคนนั้นต่อไป

เสียดายที่ไม่มีข่าวต่อเนื่องในเรื่องนี้ว่ามีผลติดตามจับกุมได้กี่คน

สถานการณ์ด้านอาชญากรรม มีอาชญากรรมรุนแรงหลายด้าน โดยเฉพาะการลักรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น จนอธิบดีกรมตำรวจสั่งการกำชับกานปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทั่วประเทศ

กำชับตำรวจให้เข้มแข็งในหน้าที่ กวดขัน ตร.รีดไถ คุมบ่อนและเรี่ยไรให้ปราบโจรลักรถกับแหล่งซื้อ 3 จว.

ในการประชุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ชั้น อกผ. ที่กรมตำรวจปทุมวันพระนครเมื่อเร็ว ๆ นี้ พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดีกรมตำรวจเป็นประธานมีเรื่องที่น่าสนใจ คือ

เรื่องโจรผู้ร้ายซึ่งมีข่าวในหน้าร้านหนังสือพิมพ์และข่าววิทยุทั่วไปว่ามีการปล้น ฆ่า ชิงทรัพย์ และปล้นรถโดยสารอย่างอุกอาจหลายราย และในต่างจังหวัดยังมีการลักรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เป็นเรื่องที่ชาวบ้านหวาดหวั่นอยู่มากมีอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่เกิดจากความบกพร่องของฝ่ายตำรวจที่ไม่เคร่งครัดต่อหน้าที่ขาดการเอาใจใส่ละเลยเพิกเฉยต่อหน้าที่

สาเหตุที่เกิดอาชญากรรมรายใหญ่ ๆ เนื่องจากความอดอยากยากจน เพราะอยากรวยเร็ว เพราะเกิดจากการคลาดแตลนความรู้ในด้านการศึกษาอบรม หรือหางานทำไม่ได้ หรืออาจเพราะความเกียจคร้านไม่อยากทำงาน เพราะศิลธรรมเสื่อมทรามลงไป ฯลฯ

ต่อไปให้ปชผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ให้วางแผนป้องกันประสานงานกันในท้องที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการโจรกรรมของเหล่าร้าย

อีกเรื่องหนึ่ง คือ กรณีที่กล่าวกันว่ามีตำรวจคุมบ่อนการพนันก็ดีหรือมีเอี่ยวหรือคุมสลากกินรวบ การรีดไถก็ดี ประพฤติผิดทุจริตก็ดีหรือมีส่วนรู้เห็นเป็นใจคนร้าย ก็ให้ผู้บังคับบัญชาจัดการสืบสวน และลงโทษสถานหนักทุกราย

เรื่องต่อไป คือ การจัดงานหรือการทำบุญต่าง ๆ ของตำรวจ ก็อย่าให้ไปเที่ยวเรี่ยไร หรือออกการ์ดเชิญเพื่อเอาเงินหรือเอาของขวัญจากคนทั่วไป ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เต็มใจหรือชอบพอกับตัวแต่อย่างใด

เกี่ยวกับเรื่องอาวุธปืนเถื่อนที่มีผู้ลักลอบซื้อขาย มีทั้งปืนสั้นปืนยาว ลูกระเบิดมือ ล้วนแต่เป็นอาวุธร้ายแรงเพราะนัเป็นภัยต่อประชาชนผู้สุจริตทั้งนี้รวมทั้งแหล่งผลิตปืนเถื่อนด้วย ให้ตำรวจปราบปรามให้เข้มแข็ง

เรื่องสุดท้าย คือ เรื่องการลักรถยนต์ จักรยานยนต์ โดยเฉพาะแหล่งลักรถ ให้กับตำรวจท้องที่ ปราบปรามให้จงหนัก เช่น เขต 5 ทางเชียงใหม่ ลำปาง และป่าซางกับอีกบางจังหวัดซึ่งมีอยู่. (นสพ.คนเมือง,25 ม.ค.2513)

เกี่ยวกับอาชญากรรมเรื่องการลักรถ ในเชียงใหม่มีบทความ ที่เกี่ยวข้องชี้ให้เห็นถึงปัญหาในขณะนั้น

เป็นบทบรรณาธิการ หน้า 3 หนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ 30 มกราคม 2513

วิวัฒนาการขอโจรจักรยานยนต์

ปัจจุบันโจรจักรยานยนต์มีความกำแหงหาญ ทำการโจรกรรมกันดาษดื่น สร้างความวิตกกังวลให้แก่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะสัญจรไปมาไม่น้อยเพราะพวกโจรจักรยานยนต์มิวิธีการทำการโจรกรรมไม่ซ้ำแบบเดิม มีการพัฒนาการวิธีโจรกรรมหลายอย่างต่าง ๆ กัน

แต่ก่อน ผู้ร้ายจะลักรถก็มักทำการโจรกรรมในเวลาที่เจ้าของเผลอ เช่น จอดไว้ในบ้านแล้วนอนหลับเพลิน เก็บไว้ไม่ดี ผู้ร้ายงัดแงะเข้าไปโขมมยเอาหรือเจ้าของจอดไส้โดยประมาท ไม่ใส่กุญแจ ไม่มีใครอยู่เฝ้ารักษา

วิธีการของผู้ร้ายหัวขโมยหาได้มีเพียงแค่นั้นไม่ ได้วิวัฒนาการขึ้นเรื่อย ๆ โดยต่อมาใช้วิธีการซึ่งหน้า โดยดักจี้ ดักปล้น ทำร้ายเจ้าทรัพย์ด้วยการใช้ไม้ดักทุบตีบ้าง ใช้ปืนยิงบ้าง หรือไม่ก็ขึงเส้นลวด แล้วชิงรถจักรยานยนต์ไปดื้อ ๆ ซึ่งเป็นข่าวทั้งทางวิทยุและหนังสือพิมพ์ อันเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้ว

เดี๋ยวนี้ยิ่งก้าวหน้ากว่าที่กล่าวนี้ คือ พวกโจรจักรยานยนต์ใช้รถสี่ล้อเครื่องเป็นพาหนะ มีพรรคพวกสมคบรวมกันหลายคน โดยขับรถยนต์สี่ล้อเล็กปาดหน้ารถจักรยานยนต์ให้ล้มลง แล้วทำการจี้ปล้นหรือฉกชิง บางรายก็ขู่เจ้าของให้กลัวหรือทำร้ายร่างกายเจ้าของแล้วเอารถหลบหนีไป

นอกจากนี้ พวกโจรจักรยานยนต์ยังใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะไปทำกานฉกชิงวิ่งราวทรัพย์ของผู้อื่น เช่น ฉกสร้อยคอ หรือกระเป๋าของคุณผู้หญิง และของนักทัศนาจรชาวต่างประเทศดังเป็นข่าวอยู่สเมอ ๆ ซึ่งเป็นการนำความเสื่อมเสียมาสู่ท้องถิ่นเป็นอย่างมาก และมีเสียเฉพาะท้องถิ่นส่วนน้อยเท่านั้นหาแต่เสียชื่อทั้งประเทศเพราะยักทัศนาจรที่ถูกโจรฉกชิงวิ่งราวทรัพย์จะต้องนำไปเล่าสู่กันฟังหรือเขียนประจาน ความชั่วช้าเลวทรามของบรรดาโจรในเมืองไทยลงในหน้าหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ

เมื่อมีโจรจักรยานยนต์ผยอง ทำโจรกรรมอย่างอุกอาจ เย้ยกฎหมาย และเจ้าหน้าที่อย่างไม่เกรงกลัวอย่างนี้ สถิติการจับกุมก็มีจำนวนเปอร์เซ็นต์น้อยเหลือเกิน ทั้งที่เครื่องมืออุปกรณ์การปราบปรามมีมากขึ้น

เราหวังว่าตำรวจเชียงใหม่จะทำงานได้ผลกว่าเดิม.

cr.เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เชียงใหม่ พ.ศ. 2513 (สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม 25) พ.ต.อ.อนุ เนินหาด