ผู้ก่อการร้ายลวงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และคณะไปฆ่าทารุณ

0
1834

ผู้ก่อการร้าย ลวงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายและหัวหน้าฝ่ายข่าวทหารบกไปล้อมยิงจนเสียชีวิต

เป็นความรุนแรงของสถานการณ์ปัญหาผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในยุคนั้น ซึ่งเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของภาคราชการ ความสูญเสียครั้งนั้นส่งผลให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นและมีการปรับวิธีการในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายให้มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น

หนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ 24 กันยายน 2513 พาดหัวข่าว

“ผู้ก่อการร้ายรุมฆ่า ผวก. และ ผกก.เชียงราย กับพันเอกฝ่ายข่าวทหารบก ตอบแทนความบริสุทธิ์ใจและเจตนาดีของ ผวก.เชียงราย อย่างโหดร้าย”

มีรายละเอียด

“เมื่อวันที่ 20 เดือนนี้(กันยายน) เวลาประมาณ 11.00น. นายประหยัด สมานมิตร ผวจ.เชียงราย, พตอ.ศรีเดช ภูมิประหมัน ผกก.ภ.จว.เชียงราย, พอ.จำเนียร มีสง่า ผู้ช่วยหัวหน้ากองการข่าวกองทัพภาคที่ 3, นายสมบูรณ์ พรหมเมศร์ นายอำเภอเชียงแสน และ ร.ต.อ.อำนวย แพชรยัง ผบ.กอง.สภ.อ.เชียงแสน ได้เดินทางไปรับตัวผู้ก่อการร้ายชั้นรองหัวหน้าพร้อมครอบครัวรวม 4 คนในบริเวฯป่าบ้านห้วยชน้ำกว๊าน ต.บ้านแแซว อ.เชียงแสน โดยมีนายสงัดสิทธิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านไร่ ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน เป็นผู้นำทางและเป็นคนสำคัญในการติดต่อกับฝ่ายผู้ก่อการร้ายที่จะเข้ามอบตัว

ผู้ว่าราชการจังหวัดกับคณะเดินทางไปโดยปราศจากอาวุธใดๆ ติดตัว โดยยอมปลดอาวุธเพื่อให้เป็นไปตามข้อแม้หรือข้อตกลงของพวกผู้ก่อการร้าย อีกทั้งห้ามมิให้มีกำลังตำรวจทหารคอยคุ้มครอง เพียงมีกำลังตำรวจประมาณ 4-5 คน ซึ่งอยู่ในการอำนวยการของ ร.ต.อ.อำนวย เพชรยัง เดินตามหลังไปห่างๆ นอกจากนี้มีกำลังหน่วยพลร่มหน่วยกล้าตาย ส่วนหนึ่งเตรียมพร้อมอยู่ที่ฐานหรือที่สนามเฮลิปคอปเตอร์ที่ผู้ว่าฯกับคณะลงเท่านั้น

ก่อนที่ผู้ว่าฯ กับคณะจะออกเดินทางจากฐานก็ได้ให้นายสงัด สิทธิ ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นผู้นำทางเป็นผู้เดินล่วงหน้าไปติดต่อกับพวกผู้ก่อการร้ายที่จะกลับใจมอบตัวให้เดินทางมามอบตัวที่ฐานหรือที่บ้านนายปั๋น ชาวเย้าบ้านห้วยกว๊านแต่ต่อมานายสงัด เดินทางกลับมาบอกว่าผู้ก่อการร้ายไม่ยอมมามอบตัวเกรงเจ้าหน้าที่จะยิงทิ้ง ขอให้ผู้ว่าฯกับคณะเดินทางไปรับตัวตกลงตามที่ผู้ก่อการร้ายเสนอ แต่เมื่อเดินทางออกฐานไปประมาณ 200 เมตร ได้ถูกผู้ก่อการร้ายประมาณ 20 คนที่ซุ่มอยู่ตามไหล่เขาข้างทางใช้อาวุธปืนอาก้าระดมยิงมายังผู้ว่าฯประหยัด สมานมิตร, พตอ.ศรีเดช ภูมิประหมัน กับพวก เป็นการซุ่มโจมตีอย่างเหี้ยมโหดและไม่ทันที่ผู้ว่าฯกับคณะจะได้ทันระมัดระวัง ยังส่งผลให้ผู้ว่าฯกับคณะถึงแก่ความตายในบริเวณที่เกิดเหตุประกอบด้วยนายประหยัด สมานมิตร, พตอ.ศรีเดช ภูมิประหมันและพอ.จำเนียร มีสง่า

หลังจากระดมยิงแล้ว กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้หลบหนีไป รตอ.อำนวย เพชรยัง ซึ่งคุ้มกันมาห่างๆ ได้นำกำลังไล่ติดตามกลุ่มผู้ก่อการร้ายและวิทยุขอกำลังจากหน่วยทหารพลร่ม หลังจากนั้นได้นำร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสามไปยังจังหวัดเชียงราย ทำพิธีรดน้ำศพอย่างมีเกียรติและตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดเจ็ดยอด ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย”

หนังสือพิมพ์คนเมือง ฉบับวันที่ 30 กันยายน 2513 ลงข่าวต่อเนื่องว่า

“ตำรวจตามล่าผู้ก่อการร้ายฆ่า ผวก.กับคณะสุดเหวี่ยง จับตัวสายผู้ติดต่อหลอก ผวก.ได้ สอบเค้นความจริง”

“ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์อันร้ายแรง กรณีนายประหยัด สมานมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พตอ.ศรีเดช ภูมิประหมัน ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พอ.จำเนียร มีสง่า เสนาธิการฝ่ายข่าวกองทัพภาคที่ 3 ถูกผู้ก่อการร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 กย. ว่า ก่อนที่นายประหยัด สมานมิตร กับคณะจะเดินทางไปติดต่อกับของผู้ก่อการร้ายนั้น เมื่อวันที่ 15 กย. ราษฎรบ้านแซว ตำบลแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายสองคนชื่อ นายจั๋น แสงแก้วและนายแสน ไม่ทราบนามสกุล ได้เดินทางเข้าพบนายประหยัด สมานมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ศาลากลางจังหวัด อ้างว่านายนิพนธ์ มาตรี ชาวจังหวัดมหาสารคาม อดีตครูใหญ่โรงเรียนบ้านป่าคา ตำบลแซว อ.เชียงแสน ซึ่งหนีราชการไปเป็นผู้ก่อการร้ายอยู่ในป่าเมื่อราว 2 ปีก่อน ได้ใช้ให้มาติดต่อเจรจาขอเข้ามอบตัว

รายละเอียดเกี่ยวกับตัวนายนิพนธ์ มาตรี มีอยู่ว่าได้หลบหนีราชการเข้าไปเป็นผู้ก่อการร้ายอยู่ในป่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2511 หลังจากนายชูสง่า ไชยพันธ์ เมื่อครั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ปัจจุบันเป็นรองอธิบดีกรมการปกครอง กับนายสมบูรณ์ พรหมเมศร์ นายอำเภอเชียงแสน กับพวกเข้าล้อมจับนายบุญธรรม ท้าวธงชัย ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้ายในขณะนั้น นายบุญธรรม เป็นชาวจังหวัดมหาสารคามเช่นเดียวกับนายนิพนธ์ เคยเป็นครูอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่นานถึง 20 ปี หลังจากถูกย้ายไปเป็นครูที่อำเภอเชียงแสนได้ 3 เดือนนายบุญธรรมก็หลบหนีราชการไปเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้ายอยู่ในป่า ในการล้อมจับกุมของเจ้าหน้าที่คราวนั้น ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งห่างจากจุดที่เกิดเหตุครั้งหลังราว 6 กม. นายบุญธรรมถูกเจ้าหน้าที่ยิงตาย

พอนายบุญธรรมถูกเจ้าหน้าที่ยิงตาย นายนิพนธ์ ซึ่งอาจรู้ตัวว่าถูกเจ้าหน้าที่เพ่งเล็งเพราะฝักใฝ่อยู่กับพวกผู้ก่อการร้าย ก็หลบหนีราชการไปเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้ายแทนนายบุญธรรมตั้งแต่วันนั้น นายนิพนธ์กับพวกตั้งฐานปฏิบัติการอยู่บนดอยหลวง อำเภอเชียงแสน ซึ่งเป็นป่าเขามีเขตติดต่อกับอำเภอเชียงของยาวเหยียดเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ข้ามดอยหลวงไปอีกด้านหนึ่งเป็นเขตของราชอาณจักรลาว ในการส่งตัวแทนเข้าเจรจากับนายประหยัด สมานมิตรผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายนิพนธ์อ้างว่าได้เข้ามอบตัวต่อทางราชการพร้อมกับนายสุบิน มาตรี น้องชาย ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายประจำอยู่ที่ฐานปฏิบัติการแห่งเดียวกัน

ก่อนเข้ามอบตัวนายนิพนธ์ กับนายสุบิน ได้ตั้งเงื่อนไขให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ปฏิบัติตามรวม 7 ข้อ คือ

1.ผู้ที่จะไปรับตัวต้องเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีผู้ว่าราชการจังหวัดนายอำเภอเชียงแสนกับพวก ระหว่าง 3-5 คน

2.ต้องปลดอาวุธทุกคนและให้ความปลอดภัยแก่พวกเขา

3.วันเวลาและจุดนัดหมายฝ่ายผู้ก่อการร้ายจะเป็นผู้กำหนดเอง

4.ผู้ที่จะเดินทางไปรับต้องส่งรูปถ่ายไปให้ฝ่ายผู้ก่อการร้ายก่อน

5.จะต้องไม่เอาโทษใดๆ แก่ผู้ก่อการร้ายที่เข้ามอบตัวทั้งสิ้น

6.จะต้องหาที่ทำกินให้

และ7.ในวันที่คณะเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปรับมอบตัว จะต้องประกาศให้ฝ่ายผู้ก่อการร้ายทราบ ทางสถานีวิทยุเชียงราย ซึ่งนายประหยัด สมานมิตรได้ตอบตกลง

เมื่อวันที่ 18 กย. นายประหยัด ได้ตั้งให้นายสมบูรณ์ พรหมเมศร์นายอำเภอเชียงแสน ส่งรูปถ่ายของคณะเจ้าหน้าที่ที่จะเดินทางไปให้แก่ฝ่ายผู้ก่อการร้าย โดยผ่านทางนายสงัด สุทธิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านไร่ จำบลแซว นายสงัด ได้เดินทางขึ้นไปพบนายนิพนธ์ บนดอยหลวงในวันเดียวกัน รุ่งขึ้นวันที่ 19 กย. นายสงัด ได้เดินทางกลับลงมาบอกนายสมบูรณ์ว่า นายนิพนธ์กับนายสุบินยินดีเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่พร้อมกันนั้นนายนิพนธ์ ได้ขอเพิ่มจำนวนผู้ก่อการร้ายที่จะเข้ามอบตัวอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน ผู้ก่อการร้ายสองคนหลังเป็นน้องสาวกับน้องชายของนายนิพนธ์ อีกคนหนึ่งยังไม่ทราบนามทั้งสองคน

นายประหยัด ยอมรับเงื่อนไขของนายนิพนธ์ด้วยความยินดี พร้อมกับสั่งให้นายสงัด ผู้ใหญ่บ้านเดินทางกลับไปพบกับนายนิพนธ์ กำหนัดวันเวลาและสถานที่มอบตัว นายสงัดได้กลับขึ้นไปที่บ้านปูปั๋นเพื่อพบกับนายนิพนธ์ แตานายนิพนธ์ไม่ยอมออกมาพบ ส่งตัวแทนมาแจ้งว่า นายนิพนธ์กำลังนอนป่วยเพราะการผ่าตัดไส้ติ่ง พร้อมกับนัดให้นายสงัด ไปพบกันที่บ้านดอยเย้าเกาเจ๊า แต่เมื่อนายสงัดเดินทางไปถึง นายนิพนธ์ไม่ยอมออกมาพบอีก นายสุบิน น้องชายซึ่งอยู่ในชุดเขียวแบบทหาร หน้าอกปักด้วยด้ายสีแดง อักษรย่อ ท.ป.ท. หรือกองทัพปลดเอกแห่งประเทศไทย มาพบแทน คืนนั้นนายสงัดกับนายสุบิน นอนด้วยกันที่บ้านนายเล่าพ่าน

ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 08.00น. เครื่องบินเฮลิปคอปเตอร์ ก็ได้นำนายประหยัด สมานมิตร กับคณะมี พตอ.ศรีเดช ภูมิประหมัน พอ.จำเนียร มีสง่า นายสมบูรณ์ พรหมเมศร์ และรตอ.อำรวย เพชรยะง ไปลงที่ลานซึ่งถูกถางเตรียมไว้ ครู่ต่อมานายสงัด ได้ลงมาพบกับคณะเจ้าหน้าที่ บอกว่าฝ่ายผู้ก่อการร้ายพร้อมแล้ว นายประหยัด สั่งให้นายสงัดกลับไปบอกให้นายนิพนธ์ว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็พร้อมแล้วเช่นเดียวกัน…”

Cr.เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เชียงใหม่ พ.ศ2513(สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม25) / พ.ต.อ.อนุ เนินหาด