เหนือลดวูบ10องศา อุตุฯฟันธงดอยติดลบแน่ หมอเตือนโรคหน้าหนาว

0
387

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศลั่น เตือนประชาชนรับมือภัยหนาวของจริง หลังความกดอากาศสูงมีกำลังแรงมาก แผ่ลงมาตั้งแต่วันจันทร์นี้ ชี้จะส่งผลให้อุณหภูมิบริเวณภาคเหนือตอนบนลดลงวูบ ถึงระดับ 5-10 องศาเซลเซียส คาดอุณหภูมิพื้นราบต่ำกว่า 16 องศาฯ ที่ถือว่าเป็นอุณหภูมิที่อยู่ในขั้นหนาวจัด ส่วนยอดดอยต่ำกว่า 10 และดอยอินทนนท์อาจลบ 0 องศา แนะประชาชนให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขออกมาเตือนหลายโรคที่มากับฤดูหนาว

นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเมื่อเวลา 05.00 น.ของเช้าวันที่ 1 ธันวาคม 2562 เรื่อง “อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-7 ธันวาคม 2562)” เป็นฉบับที่ 2 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 3-7 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวอุณหภูมิจะลดลง 5-10 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบอุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็น อุณหภูมิ จะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง (กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.)

สำหรับบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาว เมื่อคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 บนดอยปุยในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อ.เมืองเชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวไปกางเต็นท์พักแรมมากกว่าปกติ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุด อุณหภูมิเช้าวันอาทิตย์วัดได้ 16 องศาเซลเซียส ส่วนที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง มีนักท่องเที่ยวพักแรมจำนวนมาก พอรุ่งเช้าสัมผัสกับอุณหภูมิระดับ 12 องศาฯ จากนั้นได้ขึ้นไปชมแสงแรกดวงอาทิตย์ขึ้นที่กิ่วแม่ปาน ซึ่งอุณหภูมิต่ำสุดวันนี้ 5 องศาฯ บริเวณยอดดอยอินทนนท์ 7 องศาฯพบน้ำค้างแข็งบางจุด เจ้าหน้าที่อุทยานฯคาดหมายว่า หากลิ่มความกดอากาศสูงมีกำลังแรงระลอกใหม่แผ่ลงมา ทำให้อุณหภูมิพื้นราบลดลงถึง 10 องศาฯจริง ก็จะทำให้อุณหภูมิยอดดอยอินทนนท์ และกิ่วแม่ปานติดลบแน่นอน

ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ทำให้เชื้อโรคหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะเชื้อโรต้าไวรัส ซึ่งพบว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอุจจาระร่วงรุนแรงได้มากที่สุด สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 18 พฤศจิกายน 2562 พบผู้ป่วยจำนวน 942,095 ราย เสียชีวิต 7 ราย และพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเป็นกลุ่มก้อน จำนวน 4 เหตุการณ์ ซึ่งล่าสุดเกิดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยกลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุด คือ มากกว่า 65 ปี (ร้อยละ 13.69) รองลงมา คือ 15-24 ปี (ร้อยละ 11.98) และ 25-34 ปี (ร้อยละ 11.46) ตามลำดับ

โรคอุจจาระร่วงเป็นโรคติดต่อที่มีอาหารและน้ำเป็นสื่อ สามารถพบได้ในทุกฤดูกาลและทุกภาคของประเทศ โดยเชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านการรับประทานอาหาร และดื่มน้ำหรือน้ำแข็งที่ปนเปื้อน ซึ่งหลักๆแล้วมักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อโรต้าไวรัส (Rotavirus) และ โนโรไวรัส (Norovirus) เชื้อดังกล่าวจะพบได้ในช่วงอากาศเย็น และที่สำคัญผู้ป่วยที่เคยเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ และจะแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อน โดยหลังจากที่ได้รับเชื้อ ส่วนใหญ่จะมีอาการไข้ อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำอย่างรุนแรง ทำให้เสียน้ำและเกลือแร่ บางรายรักษาไม่ทันอาจช็อกและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนการรักษาคือการให้ยาตามอาการ เช่น ให้ยาแก้อาเจียน ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ทดแทนการสูญเสียน้ำจากการถ่ายอุจจาระและอาเจียน หลีกเลี่ยงการให้ยาฆ่าเชื้อ เด็กเล็กไม่ต้องหยุดนมแม่ ถ้าหากอาการรุนแรง เช่น มีไข้สูง ถ่ายเป็นมูกเลือด อาเจียน ซึมและเพลียมาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ขอให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย โดยยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ อาหารค้างมื้อต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทาน น้ำสำหรับชงนมต้องต้มให้สุก ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำหรือสัมผัสสิ่งสกปรก ควรใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกัน ดื่มน้ำ หรือน้ำแข็งที่สะอาด หมั่นทำความสะอาดของเล่นเด็กอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่มีอาการอุจจาระร่วง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422