เด็กไทยเล่นเกมออนไลน์สูง เสี่ยงมีพฤติกรรมรุนแรง

0
339

จากผลสำรวจวิจัย ในหัวข้อ สถานการณ์การเล่นเกมออนไลน์ของเด็กไทย ประจำปี 2562 สำรวจกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 และปวช. ปวส. จำนวน 3,056 คน ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนกันยายน – ตุลาคม 2562 พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 89 หรือ 2,730 คน เคยเล่นเกมออนไลน์ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 64 มีอัตราการเล่นเกมออนไลน์เฉลี่ 3-5 ชั่วโมงต่อวัน และร้อยละ 8 เล่นเกมต่อเนื่องนานกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน

ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้เด็กเล่นเกมออนไลน์ ส่วนใหญ่จากการชักจูงโดยเพื่อน รองลงมาได้เห็นข้อมูลจากสื่ออนไลน์ รวมทั้งมีความเข้าใจว่า E-SPORT เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้เด็กเข้าใจผิดว่าเกมออนไลน์ทุกประเภทเป็นกีฬา ทั้งนี้ในความเป็นจริงต้องมีการสร้างความเข้าใจ และจัดประเภทของเกมออนไลน์ให้ถูกต้อง แบ่งอายุของการเข้าถึงเกมแต่ละประเภท

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเด็กแต่ละวัยอย่างเหมาะสม ป้องกันไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อของการตลาดของเกมออนไลน์ ซึ่งผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่าเด็กร้อยละ 30 มีการใช้จ่ายผ่านเกมออนไลน์มากกว่า 500 บาทต่อเดือน และบางส่วนยังใช้เกมออนไลน์เล่นพนันขันต่อด้วย มีค่าใช้จ่ายกว่า 1,000 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ในการเล่นเกมออนไลน์ ยังมีความสุ่มเสี่ยงให้เด็กมีแนวโน้มแสดงความรุนแรงขึ้น จากภาษา และพฤติกรรมแสดงออก โดยหากไม่มีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อตัวเด็ก และครอบครัวได้ อีกทั้งครอบครัวยังมีบทบาทที่จะช่วยให้เด็กห่างจากเกม หรือใช้เวลาอย่างเหมาะสม

ดังนั้นเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องรู้เท่าทัน โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นจากภัยออนไลน์ จะต้องหาทางร่วมกันแก้ไข ทั้งการกำหนดนโยบาย การวางกรอบในการรับมือแก้ไขอย่างถูกต้อง มีการนำกฎหมายเข้ามาใช้ในการป้องกันและแก้ปัญหา สร้างบทลงโทษของผู้ที่ทำให้เกิดปัญหา

โดยเฉพาะการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ สิ่งสำคัญต้องเสริมสร้างความรู้เท่าทันเทคโนโลยี สร้างพฤติกรรมที่ถูกต้อง ต่อต้านการแสดงออกที่รุนแรง และปรับตัวให้ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่เสมอ ซึ่งจะทำให้การรับมือและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ