“เปรมชัย” อ่วม! โดนคุกเพิ่ม เซ่นเสือดำ

0
513

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), นายยงค์ โดดเครือ, นางนที เรียมแสน และ นายธานี ทุมมาศ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4

ในความผิดฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืน , ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ โดยมีของกลางเป็นซากเสือดำ สัตว์ป่าหลายชนิด พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก กรณีที่เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ.61 ที่ผ่านมา

โดยก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 นายเปรมชัย 16 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ส่วน จำเลยที่ 2 จำคุก 13 เดือน จำเลยที่ 3 จำคุกจำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอรอลงอาญา มีกำหนด 2 ปี และจำเลยที่ 4 จำคุก 2 ปี 17 เดือน ต่อมาฝ่ายโจทก์และจำเลยอุทธรณ์คดี

ล่าสุดวันนี้ (12 ธ.ค.62) ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือเเล้วมีคำพิพากษา แก้เป็นว่าจำเลยทั้ง 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31 วรรคหนึ่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535มาตรา 19 วรรคหนึ่ง 47,55 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยที่ 1,2 เเละ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 16,36,47,53

พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ. ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิวรรคสองประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธมีดเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันแต่ให้ลงโทษฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเพียงฐานเดียว

จำเลยที่ 2 และ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7,72 วรรคสามประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และจำเลยที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 36,53 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 การกระทำของจำเลยทั้ง 4 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมอุทธรณ์เป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 1 ปี และปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 20,000 บาท ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกจำเลยทั้ง 4 คนละ 1 ปี

เมื่อรวมกับโทษจำคุกคนละ 3 เดือนของจำเลยที่ 2 และ4 ในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตโทษจำคุก 5 เดือนของจำเลยที่ 1,2 เเละ4 ในความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และโทษจำคุก 4 เดือนของจำเลยที่ 4 ในความผิดฐานพยายามล่าสัตว์ป่า (กระรอก) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว

คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 17 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 จำนวน 1 ปี 8 เดือน และปรับ 40,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 21 เดือนโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับให้จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดแก่ผู้ร้องนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ทั้งหมดยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวสู้คดีในชั้นฎีกา

Cr. แนวหน้า – ข่าวสด : ข้อมูลประกอบ..