กล้าสตรอว์เบอร์รีคุณภาพ เชิงการค้า ในไทย

0
471

การพัฒนาระบบการผลิตกล้าสตรอว์เบอร์รีปลอดโรคเชิงการค้า
รองศาสตร์จารย์ ดร. เกวลิน คุณาศักดากุล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรอุมา เรืองวงษ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดรุณี นาพรหม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ปัจจุบัน การผลิตสตรอว์เบอร์รีในประเทศไทยได้รับความสนใจจากเกษตรกรมากขึ้น ด้วยมีความต้องการด้านการตลาดของสตรอว์เบอร์รีมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีการนำเข้าผลสตรอว์เบอร์รีสดจากหลายประเทศถึง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ตันต่อปี คิดเป็น มูลค่ากว่า ๑๕๐ ล้านบาท พื้นที่การปลูกสตรอว์เบอร์รีของประเทศไทยจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ในปี ๒๕๖๐ มีพื้นที่ปลูกรวมทั้งสิ้น ใน ๑๐ อำเภอ ๕,๔๓๙ ไร่ โดยอำเภอสะเมิงมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด ๓,๕๔๐ ไร่ และยังพบว่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย อำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มมีความนิยมปลูกสตรอว์เบอร์รีมาขึ้นเช่นกัน แต่เมื่อพิจารณาด้านคุณภาพและปริมาณของผลผลิต พบว่าเกษตรกรยังไม่พึงพอใจ สาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งเกิดจากการใช้ต้นพันธุ์หรือต้นไหลที่ไม่ได้คุณภาพมีการสะสมเชื้อสาเหตุโรคภายในต้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้พืชอ่อนแอและจำเป็นต้องใช้สารเคมีทางการเกษตรมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อความปลอดภัยของผลผลิต การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนต้นพันธุ์ปลอดโรคโดยนำองค์ความรู้ด้านการผลิตต้นแม่พันธุ์สตรอว์เบอร์รีปลอดโรคด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการจัดทำระบบการผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรคในโรงเรือนที่ทันสมัยมีมาตรฐานด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเพิ่มศักยภาพการผลิตสตรอว์เบอร์รีของเกษตรกรไทยได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน แม้การผลิตสตรอว์เบอร์รีจะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ระบบการผลิตกล้าสตรอว์เบอร์รีรับรองคุณภาพเชิงการค้าในประเทศไทยยังไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรมทั้งด้านพันธุ์และการปลอดโรค ขณะที่ในต่างประเทศ เช่น California Department of Food and Agriculture; CDFA รายงานว่า การผลิตสตรอว์เบอร์รีขงรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งผลิตสตรอว์เบอร์รีมากกว่าร้อยละ ๘๐ ของสหรัฐอเมริกา ในรูปผลสดและสำหรับเข้าโรงงาน มีการใช้กล้าสตรอว์เบอร์รีรับรองคุณภาพ (Clean planting stocks) ในพื้นที่ ๕,๐๐๐ ไร่ ส่งผลให้มีประสิทธิภาพการผลิตสูงมากกว่าบางรัฐ ถึง ๔ เท่า โดยมีผลผลิตเฉลี่ย ๘.๙ ตัน/ไร่ ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ ๕.๔ ตัน/ไร่ และมีการส่งออกกล้าสตรอว์เบอร์รีรับรองคุณภาพร้อยละ ๑๒ ไปยัง แคนนาดา ญี่ปุ่น อังกฤษ ฮ่องกง และ แมกซิโก ดังนั้นการพัฒนาระบบการผลิตไหลปลอดโรคเชิงการค้า โดยการผลิตกล้าสตรอว์เบอร์รีรับรองคุณภาพในสภาพโรงเรือนที่สามารถจัดการระบบการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความจำเป็นต่อการผลิตสตรอว์เบอร์รีเชิงการค้าของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมีขั้นตอนโดยสรุปดังนี้ ๑) ผลิตต้นแม่พันธุ์ปลอดโรค G0 ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเจริญบริเวณยอด และผ่านการตรวจวินิจฉัยการปลอดเชื้อสาเหตุฌรคพืช ๒) นำต้นไหลรุ่นที่ ๑ หรือ G1 (first generation plant) ไปเพาะปลูกเพื่อผลิตต้นไหลในรุ่นถัดไป โดยยังคงเพาะปลูกและดูแลภายใต้โรงเรือนควบคุมอุณหภูมิและกันแมลง เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแมลงพาหะ ๓) นำต้นไหลรุ่นที่ ๒ หรือ G2 (Foundation Plant) ไปเพาะปลูกเพื่อผลิตต้นไหลในรุ่นถัดไป โดยยังคงเพาะปลูกและดูแลภายใต้โรงเรือนควบคุมอุณหภูมิและกันแมลง ต้นไหลรุ่นนี้สามารถนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น สุ่มเป็นตัวอย่างสำหรับการตรวจสอบเชื้อสาเหตุโรคที่เข้าอาศัยแฝงอยู่ภายในต้น หรือนำไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ ๔) นำต้นไหลรุ่นที่ ๓ หรือ G3 (Registered Plants) ไปเพาะปลูกเพื่อผลิตต้นไหลรุ่นที่ ๔ หรือ G4 โดยยังคงเพาะปลูกและดูแลภายใต้โรงเรือนควบคุมอุณหภูมิและกันแมลง ๕) ต้นไหลรุ่นที่ ๔ หรือ G4 (Certified Plants) เป็นต้นไหลรุ่นที่ผ่านการรับรองคุณภาพ โดยมีการสุ่มตรวจวินิจฉัยเชื้อสาเหตุโรคด้วยเทคนิค ELISA และ PCR สามารถใช้เป็นต้นไหลคุณภาพและเป็นรุ่นที่เหมาะสมที่สุดต่อการนำไปเพาะปลูกในเชิงการค้า ซึ่งจะให้ผลิตสูงกว่าการใช้ต้นไหน G0-G3 และโดยทั่วไปต้นไหลรุ่นที่ ๔ ต้องผ่านสภาพอุณหภูมิต่ำเพื่อการกระตุ้นตาดอกก่อนนำไปเพาะปลูก