ตลาดขุนชำนินรการ

0
1496

“ตลาดสมเพ็ชร” ตั้งอยู่ริมคูเมืองเชียงใหม่ด้านทิศตะวันออก มีอาคารในตลาด เขียนว่า “ตลาดชำนินรการ”สร้างความสงสัยให้แก่คนทั่วไปว่า ขุนชำนินรการ คือ ใคร เป็นเจ้าของตลาดหรืออย่างไร และเหตุใดชาวบ้านทั่วไปยังคงเรียกตลาดแห่งนี้ว่าตลาดสมเพ็ชร

ตลาดชำนินรการ

โอกาสดีได้แวะไปวัดล่ามช้าง ได้คุยกับพระอานนท์ เจ้าอาวาส เล่าว่าบุตรสาวคนหนึ่งของขุนชำนินรการเป็นศรัทธาวัดล่ามช้าง มาร่วมกิจกรรมกับทางวัดอยู่เสมอ ชื่อคุณป้าบุญเพียร จึงได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นคำตอบในเรื่องนี้

รองอำมาตย์เอก ขุนชำนินรการ ชิ้อเดิม คือ นายบุญปั๋น เซ้งบุญศรี (ภัทรางกูล)มีเชื้อสายจีน เกิดและมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด มีพี่น้องรวม 3 คน ขุนชำนิฯ เป็นคนโต น้อง 2 คน ชื่อ นายเหรียญ ภัทรางกูล และนางจ๋าว ภัทรางกูล

ขุนชำนิกรการ อาชีพรับราชการฝ่ายปกครอง เคยเป็นเสมียนที่อำเภอพร้าวต่อมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน , ย้ายมาเป็นนายอำเเภอพร้าวหลังจากนั้นเป็นนายอำเภองาว จังหวัดลำปาง , เป็นนายอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปางและกลับไปเกษียณอายุราชการที่ตำแหน่งนายอำเภองาว เมื่อปี พ.ศ.2480 ขณะอายุ 55 ปี

รองอำมาตย์เอก ขุนชำนินรการ

ขุนชำนินรการ แต่งงานกับแม่บัวคำ บุตรธิดา 6 คน คือ
1.นางจันทร์เพ็ญ ชำนินรการ
2.นายประพันธ์ ภัทรางกูล
3.นางบุญพูน สุขผล
4.นายบุญพิน ชำนินรการ
5.นางสุดา(บุญพวน) ขัตติยะ
6.นางบุญเพียร พิชัยศิริ

บ้านของขุนชำนินรการ อยู่ที่บริเวณตลาดสมเพ็ชรในปัจจุบัน เรียกว่าบ้านศรีภูมิ ก่อนที่จะมาเป็นตลาดบ้านของขุนชำนิฯ เป็นบ้านไม้สองชั้นกว้างใหญ่เด่นในย่านนี้ เนื้อที่ 1 ไร่

หลังเกษียณอายุแล้ว ประมาณอายุ 70 ปรจึงเริ่มทำตลาดในบริเวณบ้าน คุณบุญเพียร พิชัยศิริ บุตรสาวคนสุดท้อง อดีตอาชีพครู เล่าความเป็นมาว่า

“พ่อซื้อบ้านหลังนี้ขณะยังเป็นนายอำเภอพร้าว เมื่อย้ายไปเป็นนายอำเภองาวก็ซื้อบ้านหลังนี้ ให้เป็นที่อยู่ของแม่และลูกๆ ป้า (คุณบัญเพียร พิชัยศิริ)เกิดที่บ้านหลังนี้ บริเวณที่เป็นตลาดในปัจจุบัน สมัยก่อนเป็นบ้านไม้ใหญ่สองชั้นอยู่ติดถนน ต่อมาพ่อต้องการทำเป็นตลาด จึงรื้อชานบ้านและระเบียงออก เลื่อนไปด้านในของพื้นที่เพื่อให้มีพื้นที่ด้านหน้าติดถนนมากขึ้น พ่อเสียที่บ้านหลังนี้ต่อมา แม่รื้อบ้านและสร้างเป็นห้องแถวไม้ให้เช่าบริเวณด้านหลังรวม 5 ห้อง แม่กับพี่คนโตอยู่ 1 ห้อง ให้เช่า 4 ห้อง ในบริเวณที่ดินก็สร้างเป็นตลาด ทำโรงมีหลังคาเทพื้น ทำไม่นานตลาดก็ติดคนนิยมมาจับจ่ายซื้อของกัน

“ก่อนที่จะมีตลาดของบ้านเรา เดิมมีตลาดของเทศบาลอยู่ริมคูเมืองตรงหน้าบ้านเราพอดี บริเวณนั้นมีที่ว่างอยู่เล็กน้อย เทศบาลทำตลาดและสร้างห้องแถวแบบไม่ถาวรอยู่ติดคูเมือง สมัยนั้นกำแพงเมืองบริเวณนี้ไม่มีแล้วป้าจำได้ว่าสมัยเด็กอายุประมาณ 7 ขวบ ทหารญี่ปุ่นมาขุดกำแพงเมืองบรรทุกใส่รถไปถมทำสนามบิน ทันได้เห็น ไม่ทราบเหตุผลว่าเหตุใดต้องมาขุดบริเวณนี้แทนที่จะขุดกำแพงเมืองใกล้ๆ สนามบิน คนที่ขุดเป็นคนไทยมีญี่ปุ่นมาคุม คงว่าจ้างขุดบรรทุกใส่รถบรรทุกของญี่ปุ่นไป ทหารญี่ปุ่นเข้ามานั่งพักในบ้านเราด้วย ได้รู้จักญี่ปุ่น หัดพูดภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ กัน

“ห้องแถวเป็นของเทศบาล แบบชั้นเดียวหลังเล็กๆ สร้างไม่มั่นคง มีประมาณ 6-7 ห้อง ด้านเหนือสุดเป็นตลาด ระหว่างห้องแถวมีการสร้างส้วมสาธารณะไว้ แต่ไม่ค่อยสะอาดและมีการร้องเรียนเรื่องความสกปรกของส้วม

คุณบุญเพียร พิชัยศิริ

ต่อมาสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ คาดว่าคงมีนโยบายจัดบ้านเมืองให้เป็นระเบียบสวยงาม จึงมีการรื้อตลาดและห้องแถวออก กลุ่มแม่ค้าไม่มีที่ขายของเลยขอมาขายในรั้วบ้านของเรา พ่อจึงได้เปิดรั้วกลายเป็นตลาดนับแต่นั้น

“ตลาดใกล้เคียงสมัยนั้นมีตลาดมูลเมือง เป็นของพ่อเลี้ยงอุ่นเรือนยุกตบุตร บ้านอยู่ข้างวัดหนองคำ ถนนช้างม่อย มีที่ดินอยู่บริเวณข้างบ้านของเราจึงได้ทำตลาด จัดหาลิเกมาแสดงทุกคืนเพื่อดึงคน จนคนติด

“คนทั่วไปเรียกตลาดสมเพ็ชร ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวกับนายสมเพ็ชร สุกันศีลเลย แต่นายสมเพ็ชร มีปั๊มน้ำมันอยู่ใกล้ตลาด ทำให้คนทั่วไปเรียกตลาดนี้ว่า ตลาดสมเพ็ชร”

“ขุนชำนิฯ เป็นศรัทธาวัดล่ามช้าง เป็นประธานด้านการเงินของวัดล่ามช้างสมัยเจ้าอาวาสคือ ท่านสิงห์คำ ท่านสิงห์คำ เก่งทางโหราศาสตร์ มักมีคนมาให้ทำนายและสะเดาะเคราะห์อยู่เสมอ เป็นนักพัฒนาท่านได้สร้างวิหาร กุฏิ โบสถ์ โรงเรียนอนุศึกษาไว้ อีกทั้งตอนมรณภาพได้ทั้งเงินไว้สำหรับบูรณะวัดถึง 1 ล้าน 3 แสนบาท

ขุนชำนินรการ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.2505

(Cr.พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยเล่าไว้ ข้อมูล,รูปภาพ/พ.ต.อ.อนุ เนินหาด)