“สืบเนื่อง กันภัย” นางสาวถิ่นไทยงาม ปี พ.ศ.๒๔๙๘

0
3645

คนเมืองเชียงใหม่ที่มีอายุ ๕๐-๖๐ ปี ขึ้นไป มักจะมีความรู้สึกผูกพันกับสาวงามที่ชนะการประกวดนางสาวเชียงใหม่และนางสาวถิ่นไทยงาม ส่วนใหญ่มักจำชื่อ จำหน้าตาได้ และมีประสบการณ์ในการแวะเวียนไปดูหน้าตากัน ซึ่งต่างกับในสมัยปัจจุบันที่มักไม่รู้จักว่านางสาวเชียงใหม่ปีที่ผ่านมาชื่ออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร

สอบถามคนรุ่นก่อนมักจะรู้จักกับคุณนวลสวาท ลังการ์พินธุ์ สาวงามแห่งอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน นางสาวถิ่นไทยงาม ปี พ.ศ.๒๔๙๖ มักรู้จักคุณสุชีลา ศรีสมบูรณ์ สาวงามแห่งเมืองลำพูน มักรู้จัก คุณอัมพร บุรารักษ์ คุณสุมิตรา กัญชนะ

รวมทั้งรู้จักสาวงามเจ้าของตำแหน่งนางสาวถิ่นไทยงามอีกคนหนึ่ง คือ คุณสืบเนื่อง กันภัย นางสาวถิ่นไทยงาม ปี พ.ศ.๒๔๙๘ (มีการตัดสินต้นปี พ.ศ.๒๔๙๙)

คุณสืบเนื่อง กันภัย ปัจจุบันใช้นามสกุล เตชะกำพุช เล่าว่า ค่านิยมคนสมัยช่วงก่อนและหลังปี พ.ศ.๒๕๐๐ เล็กน้อย มักให้ความสำคัญกับนางงามมาก หากใครได้รับตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่หรือนางสาวถิ่นไทยงามจะได้รับความสนใจจากผู้คนมาก และไม่เฉพาะชาวเชียงใหม่เท่านั้น ต่างจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพฯ ก็สนใจ วันที่ประกาศผลจะมีนักข่าวจากกรุงเทพฯ มาถ่ายภาพ สัมภาษณ์เพื่อนำไปลงข่าวหนังสือพิมพ์ที่กรุงเทพฯ ด้วย

“พี่ได้รับตำแหน่งนางสาวถิ่นไทยงามปี พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อเนื่องกับต้นปี พ.ศ.๒๔๙๙ มีการจัดประกวดที่งานฤดูหนาวปลายปีที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ ปีนั้นนางสาวเชียงใหม่และนางสาวถิ่นไทยงามประกวดร่วมกัน แต่ตัดสินนางสาวถิ่นไทยงามก่อน และคืนต่อมาก็ตัดสินนางสาวเชียงใหม่ รุ่นเดียวกันที่ได้รับเลือกรองนางสาวถิ่นไทยงาม คือ คุณสมทรง แสงอาวุธ ต่อมาแต่งงานกับประธานศาลฎีกา ชื่อ คุณภิญโญ ธีรนิติ ส่วนนางสาวเชียงใหม่ คือ คุณพรรนิภา นันทิยา ร้านพรหมชนะ ส่งเข้าประกวด”

คุณสืบเนื่อง กันภัย นั้น เกิดปี พ.ศ.๒๔๘๐ เป็นบุตรสาวของ ส.ต.ต.แนบ และ แม่สายหยุด กันภัย ฝ่ายแม่มีเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือสืบทอดมาจากเจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่๓ คือ เจ้าคำฝั้น มีบ้านอยู่ย่านหลังโรงพักกองเมืองเชียงใหม่ คุณสืบเนื่องเป็นบุตรคนที่สามในจำนวน ๕ คน เข้าเรียนระดับประถมที่โรงเรียนพุทธโสภณ และเข้าศึกษาต่อระดับมัธยมที่โรงเรียนการช่างสตรีเชียงใหม่ ปัจจุบันอยู่ที่บริเวณวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ใกล้โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

“เพื่อนรุ่นเดียวกันที่เป็นที่รู้จักของคนเชียงใหม่ คือ สมจิตร มณีวรรณ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น มานี มณีวรรณ เรียนชั้นเดียวกัน สมจิตรอยู่กับแม่ที่บ้านพวกแต้ม คือ ตรงข้ามสำนักพิมพ์ไทยนิวส์ ถนนสามล้าน ส่วนพ่อขายกาแฟอยู่ถนนช้างคลาน หน้าโรงเรียนศรีเวียงในสมัยก่อน หน้าตาสวยเป็นที่รู้จักกันทั่วไป สมัยเป็นเด็ก สมจิตรเคยชวนพี่และเพื่อนๆนักเรียนเข้าดูหนังฟรีที่โรงหนังศรีเวียง คาดว่าพ่อของสมจิตร คงรู้จักผู้จัดการโรงหนัง จำได้ว่าหนังเรื่อง แม่น้ำวิปโยค เรียนจบแล้วก็แยกย้ายกันไป สมจิตรไปเป็นทหารหญิงอยู่ค่ายกาวิละ ต่อมาไปร้องเพลงอยู่ที่ไนท์คลับในกรุงเทพฯ และแต่งงานกับคุณนริศ ทรัพย์ประภา เพื่อนอีกคนหนึ่งที่หน้าตาดี คือ จุไรรัตน์ แสนศิริพันธุ์ ตอนหลังแต่งงานกับหมอโสรัจ อีกคนหนึ่ง คือ เดือนฉาย กันภัย เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพี่ แต่งงานกับคุณประเสริฐ รัติวณิช”

คุณสืบเนื่อง หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการช่างสตรีเชียงใหม่แล้วไปอยู่กับพ่อแม่ที่ตำบลสะลวง อำเภอแม่แต่ง ระหว่างนั้นนายอำเภอแม่แตง คือ นายมีนา คำทาและศึกษาอำเภอ มาขอให้เข้าร่วมประกวดในนามอำเภอแม่แตง จึงเข้าร่วมประกวด
“ตอนนั้นพี่ไม่คิดจะเข้าประกวด ใจอยากเป็นครู อยู่ระหว่างรอสอบครู อีกทางหนึ่งคือ ขอเข้าทำงานธนาคารออมสิน เมื่อทางราชการมาขอร้องพ่อแม่ก็ตกลงให้เข้าประกวด มีการเตรียมตัวกันไม่นาน ผู้ที่เป็นเทรนเนอร์เหมือนเทรนเนอร์นักมวย คือ คุณอวยศิลป์ วงศ์สาธร ผู้นี้มีร้านอยู่ใต้ถุนโรงหนังสุริวงศ์ คุณอวยศิลป์ มีบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ทั้งนางงามและนักกีฬาหลายคน อย่างคุณสุชีลา ก็เคยไปอยู่บ้านคุณอวยศิลป์ เมื่อเข้าประกวดก็ได้รับเลือกเป็นนางสาวถิ่นไทยงาม หลังจากได้รับตำแหน่งในคืนนั้นเองนักข่าวมาถ่ายภาพและสัมภาษณ์เพื่อไปลงหนังสือพิมพ์ คำถามก็ตลกมาก คือ มักถามคำถามพื้นๆว่า ชอบกินอะไร ทำนองว่ากินอะไรถึงได้สวย รุ่งขึ้นก็พาดหัวข่าวเลยว่า นางสาวถิ่นไทยงามชอบกินนั่นกินนี้ ผู้คนสนใจกัน คำถามอื่นๆก็ไม่ถามกัน ซึ่งต่างจากนางงามสมัยนี้มาก”

หลังจากได้รับตำแหน่งแล้ว คุณสืบเนื่อง กลับอยู่กับพ่อแม่ที่ตำบลสะเมิง อำเภอแม่แตง ปรากฎว่าได้รับความสนใจอย่างมาก จนต้องย้ายมาอยู่กับญาติที่ขายของใกล้ศาลากลางจังหวัดในตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อทำหน้าที่ได้คล่องตัวยิ่งขึ้น
“ตอนกลับไปอยู่บ้านได้ไม่นาน ทางจังหวัดแจ้งว่าทางสุลต่านมาเลเซียจะมาเชียงใหม่และจะชมนางสาวถิ่นไทยงาม เลยต้องย้ายมาอยู่กับญาติที่ขายของอยู่ห้องแถวหน้าวัดดวงดี ใกล้ศาลากลางจังหวัด ชื่อร้านอุทัย มีผู้แนะนำให้เอาผ้ามาขายเพื่อเป็นผลพลอยได้จากการที่มีผู้มาดูตัว ตอนที่สุลต่านมาเลเซียมาดูนั้นรถมากันเยอะ เข้ามาซื้อของ ซื้อผ้าจนหยิบแทบไม่ทัน

“เป็นเรื่องแปลกมากในสมัยนั้น คนมาดูนางงามกันเหมือนมาดูของแปลก เช้าขึ้นก็ต้องแต่งตัวสวยเพื่อให้คนมาดู ค่ำก็มีงานเลี้ยงต้องไปร่วม รถยนต์พี่ก็ไม่มี สมัยนั้นได้อาศัยคุณจินดา สุกัณศีล ช่วยเป็นธุระขับรถมารับมาส่ง คราวที่กษัตริย์เดนมาร์กมาเยือนเชียงใหม่ ต้องขึ้นไปที่พระตำหนักภูพิงค์เพื่อร่วมโต๊ะเสวยด้วย เป็นแบบขันโตก หากสมัยนั้นคงไม่แตกต่างจากที่คนแวะมาดูหมีแพนด้ากัน ใครมาเชียงใหม่ก็ต้องมาดูหมีแพนด้า สมัยก่อนก็ต้องแวะมาดูนางงาม เป็นของแปลก”

การได้เป็นนางสาวถิ่นไทยงาม ผลประโยชน์ที่ได้รับ คุณสืบเนื่อง บอกว่าไปร่วมงานแต่ละครั้งไม่ได้รับเงินเลย ซึ่งต่างจากในปัจจุบัน นางงามสมัยนั้นจึงมักประจำอยู่ตามร้านขายสินค้าพื้นเมืองเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาในร้าน มีรายได้จากเงินเดือน ส่วนคุณสืบเนื่องใช้วิธีรับผ้าฝ้ายพื้นเมืองมาขายที่ร้าน
“แปลกที่สมัยนั้นไม่ได้รับเงินเมื่อไปร่วมงานต่างๆ ตอนประกวดชนะได้เงินรางวัล ๑ หมื่นบาท รวมทั้งการมาขอถ่ายรูปเพื่อไปลงโฆษณาก็ไม่เคยได้รับเงินตอบแทน เช่น ยาสตรีเพ็ญภาคย์ถ่ายรูปไปลงหนังสือโฆษณาสินค้าก็ไม่เคยได้รับค่าตอบแทน มีบริษัทเสื้อแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ มาขอให้ใส่เสื้อของบริษัทถ่ายรูปในโฆษณาก็ไม่ได้รับเงิน ได้เสื้อมาตัวเดียว สมัยนั้นไม่มีเรื่องผลประโยชน์ด้านธุรกิจเลย หลังจากได้รับตำแหน่งใหม่ๆ คุณประสาน สุขุม สามีของป้า ทำธุรกิจภาพยนตร์อยู่ที่กรุงเทพฯ ชวนไปแสดงภาพยนตร์โดยเป็นนางเอก สมัยนั้นคนเห่อนางงามกัน แม่ไม่ได้ผ่านฝึกการแสดงมาเลย นางงามอีกคนหนึ่งที่ไปแสดงภาพยนตร์ คือ คุณนวลสวาท แสดงเรื่อง กังวานไพร ส่วนพี่แสดงเรื่อง สวรรค์มืด พระเอกคือ คุณสุเทพ วงศ์กำแพง เป็นภาพยนตร์เพลง แปลกอยู่เหมือนกัน เพลงก็ไม่เคยได้หัดร้อง ไปถึงก็แสดงเลยทั้งๆที่เป็นคนขี้อาย ได้ค่าแสดงมา ๓ หมื่นบาท

“เพื่อให้มีรายได้บ้าง เลยต้องนำผ้าพื้นมืองมาวางขายที่ร้าน ขายดีมาก แต่ละวันคนมาเข้าร้านเยอะ จนบางคนบ่นว่ามองไม่เห็นนางงามเพราะคนห้อมล้อมรุมดูกัน คนที่มาดูมีหลายรูปแบบ ส่วนหนึ่งมาดูธรรมดาให้เห็นว่านางงามหน้าตาเป็นอย่างไร ส่วนหนึ่งมาจีบอยากได้เป็นคู่ครอง คนหนึ่งเป็นทหารใหญ่ของประเทศพม่า ชื่อว่า อู่โกโก ไม่มียศ เป็นตำแหน่งที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม จบจากประเทศอังกฤษ เป็นด็อกเตอร์ มาเชียงใหม่พักที่ในค่ายกาวิละ เคยมาที่ร้าน ต่อมาเชิญไปทานข้าวในค่ายกาวิละ หลังจากนั้นก็มาหาที่ร้านบ่อย การพูดคุยต้องใช้ล่ามเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง ตอนหลังที่กลับไปอยู่ที่ตำบลสะลวง อู่โกโกก็ยังตามไปที่บ้าน ชวนไปเที่ยวพม่าเพื่อไปดูครอบครัวของเขาและขอแต่งงาน ตอนหลังก็ห่างๆกันไป”

คุณสืบเนื่อง กันภัย ต่อมาแต่งงานกับนายแพทย์สุเทพ เตชะกำพุช อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลชลประทาน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ต่อมามาประจำที่เขื่อนภูมิพลสมัยที่เริ่มสร้างเขื่อนใหม่ๆ ระหว่างนั้นได้แวะมากับคณะและพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ จนหลังปี พ.ศ.๒๕๒๒ ย้ายมาอยูที่เชียงใหม่ พักอาศัยอยู่บ้านข้างสมาคมวายเอ็มซีเอ ย่านสันติธรรม

Cr.พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยเล่าไว้ (สังคมเมืองเชียงใหม่ ๒๙)