ไทยเดินหน้าพัฒนา เขตเศรษฐกิจฯ ชร.

0
228

ไทยวาดฝัน สานต่อโปรเจกต์ พัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดเชียงราย มุ่งปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ โฟกัสประเด็นการค้าชายแดน ดึงภาครัฐเอกชนร่วมระดมสมอง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่โรงแรมแม่โขงเดลต้า อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุมพิจารณารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดเชียงราย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการพิจารณาข้อกฎหมายสู่การแก้ไขปัญหาภายใต้บทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาในส่วนภูมิภาคของจังหวัดเชียงราย โดยมีนายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วย นางสาวผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย และประธานหอการค้าอำเภอแม่สาย ดร.อนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชนภาคประชาสังคมร่วมให้ข้อมูลการพัฒนาพื้นที่ในอำเภอแม่สาย

พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายในครั้งนี้ เพื่อติดตามการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นการค้าชายแดน ซึ่งจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่ พบว่าอำเภอแม่สาย มีความเหมาะสมและมีศักยภาพในด้านการเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนและการขนส่งของ GMS เขตส่งเสริมการลงทุนและการค้าชายแดน และเป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และบริการ อย่างไรก็ตามควรมีการทำ MOU ด้านเศรษฐกิจ การค้าชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นเขต พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สายตามนโยบายของรัฐบาล

ด้าน นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย ได้กล่าวถึงปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับปัญหาการจัดหาที่ดินของรัฐเพื่อใช้ประโยชน์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 (อำเภอแม่สาย – เชียงราย) ของพื้นที่ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายว่า มีการใช้ที่ดินราชพัสดุในการดูแลขององค์การยาสูบเป็นพื้นที่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อราษฎรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกยาสูบ จำนวนประมาณ 100 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่เช่าที่ดินจากองค์การยาสูบเพื่อปลูกยาสูบในพื้นที่ 870 ไร่ มาตั้งแต่ปี 2515 จึงขอเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษที่แนวความคิดฐานเดิม คือ การลงทุนโดยใช้ที่ดินของรัฐ มาเป็นการนำเสนอการบริหารจัดการโดยภาคเอกชน ซึ่งเดิมรัฐบาลมีแผนดำเนินการใช้ที่ดินของโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ที่ตำบลโป่งผา พื้นที่จำนวน 728 ไร่ มาดำเนินการแต่ยังไม่ได้รับอนุมัติจากโรงงานยาสูบ ดังนั้น อำเภอแม่สายจึงเสนอแนวคิดที่ให้ภาคเอกชนมาเสนอพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการในเขตนิคมอุตสาหกรรม และให้รัฐเป็นผู้สนับสนุนด้านการลงทุน (BOI) และด้านสาธารณูปโภคและให้ดำเนินการตั้งแต่พื้นที่ด้านเวียงหอม (เทศบาลตำบลแม่สายมิตรภาพ) ตำบลแม่สาย จุดผ่อนปรนบ้านท่าดินดำจุดผ่อนปรนบ้านปางห้า(เขตองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะช้าง) ตำบลเกาะช้างพื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ ตามแนวขอบแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก พร้อมเสนอให้รัฐบาลกลางมอบอำนาจการบริหารจัดการมีอำนาจในการตัดสินใจ บริหารในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษให้คณะกรรมการบริหารและผู้จัดการบริหารเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษแม่สาย – เชียงแสนและเชียงของ เพื่อให้เกิดผลอย่างรวดเร็วในการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการจัดทำสถานีขนส่งมวลชนชายแดน โดยการนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะทำงานและให้ผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาการจัดทำสถานีขนส่งผ่านแดนเพื่อเชื่อมต่อระบบการขนส่งอำเภอแม่สายไปยังเมืองสิบสองปันนา เมืองหลวงน้ำทา เมืองหลวงพระบาง เมืองเชียงตุง เมืองตองยี เมืองมัณทะเลย์ และภูมิภาคตอนเหนือที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน สอดคล้องกับการพัฒนาในพื้นที่แยกถนนเพื่อการสัญจร ถนนเพื่อการขนส่งสินค้า และถนนเพื่อการท่องเที่ยว ขณะที่ด้านการพัฒนาเชิงการค้า/การลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยการพัฒนาความสัมพันธ์เพื่อเพิ่มปริมาณการค้าการค้าผ่านแดน (ผ่านทางด้านศุลกากร) และการค้าชายแดน (สินค้าที่ขายผ่านแมคโคร โลตัส ห้างสรรพสินค้าในพื้นที่) เพื่อให้เพิ่มปริมาณการค้าให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

โอกาสนี้ พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ปัญหาการจัดหาที่ดินของรัฐเพื่อใช้ประโยชน์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงปัญหาการจัดหาพื้นที่สำหรับนักลงทุนยังคงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอำเภอแม่สาย ให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งคณะกรรมการจะนำไปหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาภายใต้บทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป

จากนั้น พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการบริหารจัดการของด่านแม่สาย และศึกษาสภาพเศรษฐกิจบริเวณด่านแม่สาย พร้อมทั้งพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนในพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับ