เลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ไปเป็นส.ค. 63

0
786

  กระทรวงมหาดไทยประกาศเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 เริ่มสิงหาคม 2563 โดยให้เหตุผลในการเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ว่า เกิดจากความล่าช้าในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ทราบถึงหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนครบถ้วน แม้ในสภาพความเป็นจริงปัญหาส่วนหนึ่งมาจากความไม่พร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เตรียมการไม่เพียงพอ ทั้งที่กว่า พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ จะผ่านสภาประกาศบังคับใช้เป็นทางการ กินเวลาไม่น้อยกว่า 1-2 ปี แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการสำรวจ จัดทำบัญชี การประเมินภาษี จากโฉนดที่ดินทั่วประเทศกว่า 32 ล้านแปลง บวกกับอาคาร สิ่งปลูกสร้างอีกมหาศาลให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ต้องอาศัยทั้งเวลา เงินงบประมาณ กำลังคนเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ แทนกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 และภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบใหม่นี้ จะช่วยลดการถือครองที่ดินเพื่อเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้จัดเก็บภาษี โดยมีรัฐบาลเป็นผู้ดูแล ซึ่งหากมีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้จริง ก็จะเป็นการเพิ่มรายได้นำไปใช้พัฒนาท้องถิ่นต่อไป คาดการณ์ว่า การเก็บภาษีแบบใหม่จะทำให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาท

โดย พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 แบ่งประเภทที่ดินที่ต้องเสียภาษีไว้ 4 ประเภท คือ1. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ทำการเกษตร  2. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย 3. ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากข้อ 1และ2 เช่น ใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือด้านอุตสาหกรรม   4. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์