โรงแรมไชยณรงค์ โรงแรมราชวงศ์ และโรงแรมกำธร

0
923

ธุรกิจโรงแรม นั้น คนเก่าๆ เล่าว่าเกิดขึ้นหลังจากรถไฟจากกรุงเทพฯ มาถึงเมืองเชียงใหม่แล้วไม่นาน

รถไฟเดิมนั้นมาถึงแค่จังหวัดลําปาง ต่อมามีการตัดทางรถไฟผ่านถ้ำ ขุนตาลมาถึงเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2464

เมื่อรถไฟมาถึงเมืองเชียงใหม่ ทําให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายประการ ประการสําคัญ คือ ด้านการขนส่งที่รวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีการขนส่งสินค้าทาง เรือเปลี่ยนมาเป็นขนส่งทางรถไฟ ส่งผลให้ย่านการค้าเปลี่ยนจากย่านวัดเกตการาม เป็นย่านถนนเจริญเมือง โดยเฉพาะย่านสันป่าข่อยที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟเชียงใหม่

นอกจากนี้ด้านการเดินทางของผู้คนทั้งจากกรุงเทพฯและจังหวัดอื่น มีการ เดินทางมายังเมืองเชียงใหม่มากยิ่งขึ้น

ยุคนี้เองที่เริ่มต้นมีการลงทุนด้าน “โรงแรม” เพื่อรองรับความต้องการด้าน ที่พักของผู้คน

โรงแรมยุคแรกๆ ของเมืองเชียงใหม่ น่าจะเป็นโรงแรมรถไฟที่อยู่ตรงข้าม กับสถานีรถไฟ ยุคต่อมามีการปรับปรุงหลายครั้ง จนเลิกกิจการไปในที่สุด

โรงแรมเก่ารุ่นต่อมา หลายคนเห็นว่าน่าจะเป็นโรงแรมไท้เผ็ง อาคารปูน กิ่งไม้ที่ถนนวิชยานนท์ ตรงข้ามกับโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่สมัยที่เรียก ว่า “สุขศาลา” พื้นที่บริเวณนี้เป็นของตระกูล “กิติบุตร” แบ่งให้เช่ามีประมาณ 5 ห้อง ผู้เช่าทําโรงแรมเป็นคนจีนจากกรุงเทพฯ ต่อมาสัญญาเช่าหมดก็เลิกกิจการไป ปัจจุบันเป็นบริเวณห้างสรรพสินค้าวรวัฒน์

ผู้เข้าพักโรงแรมเหล่านี้มักเป็นพ่อค้าจากต่างจังหวัดหรือต่างอําเภอที่มา ค้าขายในเมืองเชียงใหม่ ดังเช่นพ่อค้าจากอําเภอพร้าวรายหนึ่งที่นําสุกรนับสิบตัว ใส่แพไม้ล่องมาขึ้นที่บริเวณหน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ก็มักเข้าพักที่โรงแรมไท้เผ็ง แห่งนี้ ด้านล่างเป็นร้านอาหารและมีที่ทําขนมปัง

กิจการโรงแรมมักอยู่ใกล้กับย่านตลาด โดยเฉพาะตลาดต้นลําไยและตลาด วโรรส

บริเวณตลาดต้นลําไย มีโรงแรมตลาดต้นลําไย อยู่ในซอยเข้าตลาดข้าง ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในปัจจุบัน เลิกกิจการเมื่อเกิดเพลิงไหม้ใหญ่ในปี พ.ศ.2511

ถัดไปไม่ไกลที่ย่านถนนช้างม่อย มีโรงแรมหลายโรงแรม

หากมาจากต้นถนนช้างม่อยด้านคูเมือง พ้นสะพานข้ามคลองแม่ข่ามา ด้านขวามือเป็นโรงแรมไชยณรงค์ ถัดมาเป็นโรงแรมกําธร ด้านตรงข้ามกับโรงแรม กําธร เป็นโรงแรมราชวงศ์

แต่ละโรงแรมล้วนมีประวัติความเป็นมา และทําให้รู้จักตระกูลเก่าของ เมืองเชียงใหม่ในอดีตได้

“โรงแรมไชยณรงค์” เจ้าของ คือ เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ อดีต ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นพี่ชายของเจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่

เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ เป็นบุตรของ พ.ต.อ.เจ้าไชยสงคราม (สมพมิตร ณ เชียงใหม่) กับแม่คําใส พ.ต.อ.เจ้าไชยสงคราม (สมพมิตร ณ เชียงใหม่) นี้เดิม เป็นองครักษ์ของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ต่อมาเป็นองครักษ์ของเจ้าแก้วนวรัฐ และ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี เคยเป็นผู้กํากับการตํารวจภูธรจังหวัดเชียงราย ในช่วงที่ รัชกาลที่ 7 เสด็จประพาสเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2469 พ.ต.อ.เจ้าไชยสงคราม ทําหน้าที่ที่สําคัญอย่างยิ่ง คือ ควบคุมขบวนช้างในขบวนเสด็จและเป็นควาญช้าง พระที่นั่งอีกด้วย

พ.ต.อ.เจ้าไชยสงคราม(สมพมิตร ณ เชียงใหม่) มีบุตรรวม 4 คน คือ

ธุรกิจโรงแรม นั้น คนเก่าๆ เล่าว่าเกิดขึ้นหลังจากรถไฟจากกรุงเทพฯ มาถึงเมืองเชียงใหม่แล้วไม่นาน

รถไฟเดิมนั้นมาถึงแค่จังหวัดลําปาง ต่อมามีการตัดทางรถไฟผ่านถ้ำ ขุนตาลมาถึงเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2464

เมื่อรถไฟมาถึงเมืองเชียงใหม่ ทําให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายประการ ประการสําคัญ คือ ด้านการขนส่งที่รวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีการขนส่งสินค้าทาง เรือเปลี่ยนมาเป็นขนส่งทางรถไฟ ส่งผลให้ย่านการค้าเปลี่ยนจากย่านวัดเกตการาม เป็นย่านถนนเจริญเมือง โดยเฉพาะย่านสันป่าข่อยที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟเชียงใหม่

นอกจากนี้ด้านการเดินทางของผู้คนทั้งจากกรุงเทพฯและจังหวัดอื่น มีการ เดินทางมายังเมืองเชียงใหม่มากยิ่งขึ้น

ยุคนี้เองที่เริ่มต้นมีการลงทุนด้าน “โรงแรม” เพื่อรองรับความต้องการด้าน ที่พักของผู้คน

โรงแรมยุคแรกๆ ของเมืองเชียงใหม่ น่าจะเป็นโรงแรมรถไฟที่อยู่ตรงข้าม กับสถานีรถไฟ ยุคต่อมามีการปรับปรุงหลายครั้ง จนเลิกกิจการไปในที่สุด

โรงแรมเก่ารุ่นต่อมา หลายคนเห็นว่าน่าจะเป็นโรงแรมไท้เผ็ง อาคารปูน กิ่งไม้ที่ถนนวิชยานนท์ ตรงข้ามกับโรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่สมัยที่เรียก ว่า “สุขศาลา” พื้นที่บริเวณนี้เป็นของตระกูล “กิติบุตร” แบ่งให้เช่ามีประมาณ 5 ห้อง ผู้เช่าทําโรงแรมเป็นคนจีนจากกรุงเทพฯ ต่อมาสัญญาเช่าหมดก็เลิกกิจการไป ปัจจุบันเป็นบริเวณห้างสรรพสินค้าวรวัฒน์

ผู้เข้าพักโรงแรมเหล่านี้มักเป็นพ่อค้าจากต่างจังหวัดหรือต่างอําเภอที่มา ค้าขายในเมืองเชียงใหม่ ดังเช่นพ่อค้าจากอําเภอพร้าวรายหนึ่งที่นําสุกรนับสิบตัว ใส่แพไม้ล่องมาขึ้นที่บริเวณหน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ก็มักเข้าพักที่โรงแรมไท้เผ็ง แห่งนี้ ด้านล่างเป็นร้านอาหารและมีที่ทําขนมปัง

กิจการโรงแรมมักอยู่ใกล้กับย่านตลาด โดยเฉพาะตลาดต้นลําไยและตลาด วโรรส

บริเวณตลาดต้นลําไย มีโรงแรมตลาดต้นลําไย อยู่ในซอยเข้าตลาดข้าง ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในปัจจุบัน เลิกกิจการเมื่อเกิดเพลิงไหม้ใหญ่ในปี พ.ศ.2511

ถัดไปไม่ไกลที่ย่านถนนช้างม่อย มีโรงแรมหลายโรงแรม

หากมาจากต้นถนนช้างม่อยด้านคูเมือง พ้นสะพานข้ามคลองแม่ข่ามา ด้านขวามือเป็นโรงแรมไชยณรงค์ ถัดมาเป็นโรงแรมกําธร ด้านตรงข้ามกับโรงแรม กําธร เป็นโรงแรมราชวงศ์

แต่ละโรงแรมล้วนมีประวัติความเป็นมา และทําให้รู้จักตระกูลเก่าของ เมืองเชียงใหม่ในอดีตได้

“โรงแรมไชยณรงค์” เจ้าของ คือ เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ อดีต ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นพี่ชายของเจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่

เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ เป็นบุตรของ พ.ต.อ.เจ้าไชยสงคราม (สมพมิตร ณ เชียงใหม่) กับแม่คําใส พ.ต.อ.เจ้าไชยสงคราม (สมพมิตร ณ เชียงใหม่) นี้เดิม เป็นองครักษ์ของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ต่อมาเป็นองครักษ์ของเจ้าแก้วนวรัฐ และ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี เคยเป็นผู้กํากับการตํารวจภูธรจังหวัดเชียงราย ในช่วงที่ รัชกาลที่ 7 เสด็จประพาสเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2469 พ.ต.อ.เจ้าไชยสงคราม ทําหน้าที่ที่สําคัญอย่างยิ่ง คือ ควบคุมขบวนช้างในขบวนเสด็จและเป็นควาญช้าง พระที่นั่งอีกด้วย

พ.ต.อ.เจ้าไชยสงคราม(สมพมิตร ณ เชียงใหม่) มีบุตรรวม 4 คน คือ

1.เจ้าไชยมงคล ณ เชียงใหม่

2.เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่

3.เจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่

4.เจ้าไชยชนะ ณ เชียงใหม่

เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ ศึกษาที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ที่ถนน ห้วยแก้ว ต่อมาเมื่อโรงเรียนเลิกกิจการได้ย้ายไปเรียนโรงเรียนเซ็นต์คาเบรียลที่กรุงเทพฯโดยได้รับพระราชทานทุนจากรัชกาลที่ 7 พักที่บ้านของเจ้าเทพ บูรณพิมพ์ หลังจากนั้นสอบเข้าเรียนแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนได้แค่ปี 2 เปลี่ยนมาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จบมาแล้วเริ่มทําร้านอาหารที่มุมอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ ชื่อ ร้านไชยณรงค์ เมื่อเลิกกิจการจึงกลับมาอยู่เชียงใหม่

ด้านครอบครัวสมรสกับแม่อินเถา ศิริพันธ์ บุตรสาวของนายอินสนและ แม่คําแปง ศิริพันธ์ ตระกูลเดิมอยู่บ้านฮ่อม พี่สาวของแม่อินเถา คือนายเซฟ ศิริพันธ์ อดีตเทศมนตรีเมืองเชียงใหม่หลายสมัย เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ ได้ สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่(ส.ส.) สังกัดพรรคของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม และได้รับเลือกเป็น ส.ส.เชียงใหม่ (เจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่ สัมภาษณ์)

เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ในปี พ.ศ.2495 ได้รับ เลือกร่วมกับนายพิรุณ อินทราวุธ , นายสงวน ศิริสว่างและนายเมธ รัตนประสิทธิ์ หลังจากได้รับเลือกเป็น ส.ส.แล้วจึงลงทุนสร้างโรงแรมในบริเวณบ้านของแม่อินเถา ศิริพันธุ์ ซึ่งมีบริเวณกว้าง โรงแรมไชยณรงค์ถือว่าทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น ชั้นล่าง เป็นห้องอาหารและมีวงดนตรีบรรเลง ต่อมากิจการไม่ประสบความสําเร็จจึงเลิก กิจการและขายให้กับตระกูล “ศักดาทร” ในเครือบริษัทนิยมพานิชและสหพานิชปัจจุบันเป็นร้านสหพานิช

ถัดมาไม่ไกลคือ “โรงแรมกําธร” เป็นอาคารไม้สองชั้น ชั้นบนแบ่งเป็น ห้องพัก ชั้นล่างเป็นห้องอาหาร

เจ้าของ คือ นายกิมไล แซ่ลิ้ม ต่อมาสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม บังคับ ให้ชาวจีนเปลี่ยนชื่อและนามสกุล จึงเปลี่ยนชื่อเป็น นายกําธร นิมานันท์ โดยเป็น บุตรของนายเซ่งโหก แซ่ลิ้มและแม่เฒ่าวันดี มีพี่น้อง 5 คน คือ นางเป๋า (แต่งงาน กับนายกอ แซโต๋ว บุตรธิดา 2 คน คือ นางบัวตองและนายทวีศิลป์) นายบุญมี , นายกิมจิ๋ว นายกิมมูน และนายกิมไล(กําธร)

นายกําธร ก่อนหน้านี้เคยมีร้านขายกระจกอยู่ที่ตลาดต้นลําไย ต่อมาย้าย ไปขายหน้าวัดอุปคุต หลังจากนั้นมาซื้อที่และสร้างบ้านอยู่ถนนช้างม่อยแห่งนี้และ เปิดเป็นร้ายขายปืน ชื่อ ร้าน “ปืนกําธร” เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2484 ร้านปืนถูกสั่งปิดขณะนั้นมีพ่อค้าชาวญี่ปุ่นมาขอเช่าร้านขายของจึงให้เช่า ย้ายครอบครัวมาเช่าบ้านอยู่ถนนราชวงศ์ หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้มาเช่าทําโรงแรม ใช้ชื่อว่า โรงแรมกําธร ส่วนนายกําธรและครอบครัวไปปลูกบ้านอยู่ด้านหลังสถานกงสุลอเมริกา นายกําธรแต่งงานกับนางเงกเน้ย แซ่โต๋ว มีลูกสาวคือ นางนิภา นิมานันท์(นางนิภา แต่งงานกับนายทวีศิลป์ ตุวานนท์ บุตร ชายคนหนึ่ง คือ ดร.นิพนธ์ ตุวานนท์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่)

ช่วงที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ตัดถนนจากข้างวัดแสนฝางตรงมาทะลุ ถนนช้างม่อยและราชวงศ์ ได้เวนคืนบริเวณโรงแรมกําธรไป (นางชิวเฮียง โจลานันท์, สัมภาษณ์)

เยื้องกับโรมแรมกําธร มีโรงแรมไม้สองชั้นอีกแห่งหนึ่ง คือ “โรงแรมราช วงศ์” ชั้นล่างของโรงแรมราชวงค์มีร้านขายลาดหน้าที่ได้ชื่อว่าอร่อยเป็นที่รู้จักกันดี

เจ้าของโรงแรมราชวงศ์ คือ นายบุญรัตน์ ภรรยาชื่อ นางบัวจันทร์ สุจนิล นายบุญรัตน์ เคยทํางานกับญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมามาซื้อบ้านและ ทําเป็นโรงแรมบริหารเอง ส่วนนางบัวจันทร์ ประกอบอาชีพทําสวนและค้าขายพืชไร่ ระยะหลังไม่ประสบความสําเร็จจึงขายโรงแรมต่อไป ต่อมาร้านมิตรประสานได้ กรรมสิทธิ์สร้างเป็นตึกแถว 5 ห้องค้าขายจนถึงปี พ.ศ.2528 ขายต่อให้นายสมชาย รีวีระกุล ทําร้านขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ชื่อร้านนครพิงค์เซ็นเตอร์.

เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ ศึกษาที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ที่ถนน ห้วยแก้ว ต่อมาเมื่อโรงเรียนเลิกกิจการได้ย้ายไปเรียนโรงเรียนเซ็นต์คาเบรียลที่กรุงเทพฯโดยได้รับพระราชทานทุนจากรัชกาลที่ 7 พักที่บ้านของเจ้าเทพ บูรณพิมพ์ หลังจากนั้นสอบเข้าเรียนแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนได้แค่ปี 2 เปลี่ยนมาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จบมาแล้วเริ่มทําร้านอาหารที่มุมอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ ชื่อ ร้านไชยณรงค์ เมื่อเลิกกิจการจึงกลับมาอยู่เชียงใหม่ ด้านครอบครัวสมรสกับแม่อินเถา ศิริพันธ์ บุตรสาวของนายอินสนและ แม่คําแปง ศิริพันธ์ ตระกูลเดิมอยู่บ้านฮ่อม พี่สาวของแม่อินเถา คือนายเซฟ ศิริพันธ์ อดีตเทศมนตรีเมืองเชียงใหม่หลายสมัย เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ ได้ สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่(ส.ส.) สังกัดพรรคของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม และได้รับเลือกเป็น ส.ส.เชียงใหม่ (เจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่ สัมภาษณ์) เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ในปี พ.ศ.2495 ได้รับ เลือกร่วมกับนายพิรุณ อินทราวุธ , นายสงวน ศิริสว่างและนายเมธ รัตนประสิทธิ์ หลังจากได้รับเลือกเป็น ส.ส.แล้วจึงลงทุนสร้างโรงแรมในบริเวณบ้านของแม่อินเถา ศิริพันธุ์ ซึ่งมีบริเวณกว้าง โรงแรมไชยณรงค์ถือว่าทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น ชั้นล่าง เป็นห้องอาหารและมีวงดนตรีบรรเลง ต่อมากิจการไม่ประสบความสําเร็จจึงเลิก กิจการและขายให้กับตระกูล “ศักดาทร” ในเครือบริษัทนิยมพานิชและสหพานิช ปัจจุบันเป็นร้านสหพานิช ถัดมาไม่ไกลคือ “โรงแรมกําธร” เป็นอาคารไม้สองชั้น ชั้นบนแบ่งเป็น ห้องพัก ชั้นล่างเป็นห้องอาหาร เจ้าของ คือ นายกิมไล แซ่ลิ้ม ต่อมาสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม บังคับ ให้ชาวจีนเปลี่ยนชื่อและนามสกุล จึงเปลี่ยนชื่อเป็น นายกําธร นิมานันท์ โดยเป็น บุตรของนายเซ่งโหก แซ่ลิ้มและแม่เฒ่าวันดี มีพี่น้อง 5 คน คือ นางเป๋า (แต่งงาน กับนายกอ แซโต๋ว บุตรธิดา 2 คน คือ นางบัวตองและนายทวีศิลป์) นายบุญมี , นายกิมจิ๋ว นายกิมมูน และนายกิมไล(กําธร) นายกําธร ก่อนหน้านี้เคยมีร้านขายกระจกอยู่ที่ตลาดต้นลําไย ต่อมาย้าย ไปขายหน้าวัดอุปคุต หลังจากนั้นมาซื้อที่และสร้างบ้านอยู่ถนนช้างม่อยแห่งนี้และ เปิดเป็นร้ายขายปืน ชื่อ ร้าน “ปืนกําธร” เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2484 ร้านปืนถูกสั่งปิดขณะนั้นมีพ่อค้าชาวญี่ปุ่นมาขอเช่าร้านขายของจึงให้เช่า ย้ายครอบครัวมาเช่าบ้านอยู่ถนนราชวงศ์ หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้มาเช่าทําโรงแรม ใช้ชื่อว่า โรงแรมกําธร ส่วนนายกําธรและครอบครัวไปปลูกบ้านอยู่ด้านหลังสถานกงสุลอเมริกา นายกําธรแต่งงานกับนางเงกเน้ย แซ่โต๋ว มีลูกสาวคือ นางนิภา นิมานันท์(นางนิภา แต่งงานกับนายทวีศิลป์ ตุวานนท์ บุตร ชายคนหนึ่ง คือ ดร.นิพนธ์ ตุวานนท์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ช่วงที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ตัดถนนจากข้างวัดแสนฝางตรงมาทะลุ ถนนช้างม่อยและราชวงศ์ ได้เวนคืนบริเวณโรงแรมกําธรไป (นางชิวเฮียง โจลานันท์, สัมภาษณ์) เยื้องกับโรมแรมกําธร มีโรงแรมไม้สองชั้นอีกแห่งหนึ่ง คือ “โรงแรมราช วงศ์” ชั้นล่างของโรงแรมราชวงค์มีร้านขายลาดหน้าที่ได้ชื่อว่าอร่อยเป็นที่รู้จักกันดี เจ้าของโรงแรมราชวงศ์ คือ นายบุญรัตน์ ภรรยาชื่อ นางบัวจันทร์ สุจนิล นายบุญรัตน์ เคยทํางานกับญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมามาซื้อบ้านและ ทําเป็นโรงแรมบริหารเอง ส่วนนางบัวจันทร์ ประกอบอาชีพทําสวนและค้าขายพืชไร่ ระยะหลังไม่ประสบความสําเร็จจึงขายโรงแรมต่อไป ต่อมาร้านมิตรประสานได้ กรรมสิทธิ์สร้างเป็นตึกแถว 5 ห้องค้าขายจนถึงปี พ.ศ.2528 ขายต่อให้นายสมชาย รีวีระกุล ทําร้านขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ชื่อร้านนครพิงค์เซ็นเตอร์.