พ่อเลี้ยงน้อยสม สมุทรนาวี คหบดีย่านกาดหลวง

0
771

พ่อเลี้ยงน้อยสม สมุทรนาวี
คหบดีย่านกาดหลวง

พ่อเลี้ยงน้อยสม สมุทรนาวี (เสื้อขาว มีหนวด โพกศีรษะ ทางซ้ายของภาพ) ในพิธีถวายช้างเผือก ของบริษัทบอเนียว ลูกช้างที่จะถวายเดินนำขบวนช้าง

ย่านกาดหลวง หรือตลาดวโรรส หากมาจากทางถนนช้างม่อยเมื่อเลยแยกศรีนครพิงค์มา ฝั่งขวา(ทิศใต้)ของถนนช้างม่อยเรื่อยไปจนก่อนถึงปากตรอกข่วงเมรุ บริเวณนี้เคยเป็นบ้านของพ่อเลี้ยงน้อยสม สมุทรนาวี

พ่อเลี้ยงน้อยสม สมุทรนาวี หรือที่เรียกว่า “หม่องน้อยสม” ได้ชื่อว่าเป็นคหบดีมีทรัพย์ คราวเมื่อทางราชการขอรับบริจาคเงินเพื่อสร้างที่ทำการสุขาภิบาล และสร้าง โรงพยาบาล เมื่อปี พ.ศ.2467 พ่อเลี้ยงน้อยสมได้บริจาคเงินช่วยเหลือสาธารณะประโยชน์ครั้งนั้นในลำดับที่ 29 เป็นเงิน 50 บาท

พ่อเลี้ยงน้อยสม มีเชื้อสายพม่า บุตรของนายยูนินและเจ้าคำฟู ณ ลำปาง

นายยูนิน บิดาของพ่อเลี้ยงน้อยสม อพยพมาจากพม่ามาอยู่ที่เมืองลำพูน ทำงานเป็นช่างทองให้กับเจ้าหลวงลำพูน มีความขยันและซื่อสัตย์จนเป็นที่เชื่อถือเจ้าหลวงลำพูนจึงยกหลานสาว คือ เจ้าคำฟู ให้เป็นภรรยา

นายยูนิน และเจ้าคำฟู มีบุตริดารวม 2 คน คือ แม่เลี้ยงฟองคำ (สกุลวิมลรัตน์) และพ่อเลี้ยงน้อยสม สมุทรนาวี

แม่เลี้ยงฟองคำ พี่สาวของพ่อเลี่ยงน้อยสม โยกย้ายจากเมืองลำพูนมาอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ประกอบทำอาชีพไม้สัก ต่อมาพ่อเลี้ยงน้อยสมจึงย้ายมาอยู่เมืองเชียงใหม่ช่วยเหลือพี่สาวทำธุรกิจไม้ เมื่อมีความสามารถเพียงพอแล้ว พ่อเลี้ยงน้อยสมจึงแยกมาประกอบธุรกิจไม้ด้วยตัวเอง

พ่อเลี้ยงน้อยสม ประกอบอาชีพทำไม้สัก เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทบอร์เนียวโดยเป็นผู้ดูแลช้างให้ลากไม้ทั้งหมดนอกจากนี้เป็นที่ปรึกษาด้านการทำไม้ให้กับเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 และ 8 คือ เจ้าอินทวิชยานนท์และเจ้าอิทวโรรสสุริยวงศ์

งานใหญ่คราวหนึ่งของพ่อเลี้ยงน้อยสม คือ กรณีบริษัทบอเนียวกัมปาณี ได้ถวายช้างเผือกแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 คราวประพาสเมืองเชียงใหม่และเมืองทางภาคเหนือ

พ่อเลี้ยงน้อยสมได้ปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยที่ใกล้ตลาดวโรรส ถนนช้างม่อย ปัจจุบันคือบริเวณตึกแถวตรงกันข้ามธนาคารกรุงเทพฯ เดิมเป็นบ้านไม้สักหลังใหญ่พักอาศัยอยู่หลายคนด้วยกัน

ด้านครอบครัว พ่อเลี้ยงน้อยสม สมุทรนาวี มีภรรยา 2 คน คือ แม่เลี้ยงบุญปั๋น บุตรธิดา 2 คน คือ นายจันทร์ สมุทรนาวี (แต่งงานกับนางแต้ม ไม่มีบุตรธิดาจึงนำหลาน มาเลี้ยงดู) และนางแสงคำ พุทธโกษา(แต่งงานกับนายทุนลิน พุทธโกษา บุตรธิดา 8 คน คนหนึ่งคือ นางพัทรา พงษ์ชนะ มีบุตรสาว คือ นางอ่อมศรี สิทธิชัย-ผู้ให้ข้อมูล)

ต่อมาพ่อเลี้ยงน้อยสมมีภรรยา ชื่อ นางรุน บุตรธิดา 1 คน คือ นางน้อย สำลีทอง (แต่งงานกับนายเทียม สำลีทอง บุตรชายคนหนึ่ง คือ นายมนตรี สำลีทอง ทำงานหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

พ่อเลี้ยงน้อยสม สมุทรนาวี เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.2476 รุ่นลูกแยกย้ายกันไปอยู่กรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ บริเวณบ้านเดิมของพ่อเลี้ยงน้อยสมได้ก่อสร้างเป็นตึกแถวและแบ่งกรรมสิทธิ์ในรุ่นลูกหลาน

ผู้ที่รับเหมาสร้างตึกแถวคือ เถ้าแก่โอ๊ว เนื้อที่ 1 ไร่เศษ สร้างตึกแถวได้ 10 ห้องเศษ โดยมีทำสัญญาให้เถ้าแก่โอ๊วเช่า 10 ปี จ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน หลังจากนั้นกรรมสิทธิ์ตกเป็นเจ้าของที่ดิน คือ รุ่นลูกของพ่อเลี้ยงน้อยสม ซึ่งได้แก่ นายจันทร์ และนางแสงคำ ต่อมาเนื่องจากรุ่นลูกหลานมักประกอบอาชีพรับราชการและพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงมีการแบ่งกรรมสิทธิ์ตึกแถวและบางคนได้ขายเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ไป.

(ข้อมูลจากคุณอ่อนศรี สิทธิชัย อายุ 77 ปี รุ่นหลาน แต่งงานกับอาจารย์ ยรรยง สิทธิชัย อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้)

cr.พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยเล่าไว้ (สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม 29)