“แม่งัด” วิกฤติ แห้งจนน่าห่วง ชม.-ลพ.หนัก ชลฯเปิดศูนย์ร้องเรียนน้ำแล้ง

0
301

สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ ตั้งศูนย์เฉพาะกิจแก้ไขปัญหาวิกฤติ ภัยแล้งรับฝนทิ้งช่วง คาดว่าจะแล้งหนัก ขณะที่น้ำสำรองในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเหลือเพียงน้อยนิด เผยการบริหารจัดการน้ำจะส่งให้การอุปโภค-บริโภคเป็นอันดับแรก ย้ำต้องไม่ให้ประชาชนทั้งเชียงใหม่และลำพูนขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ถัดมาเป็นน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศในลุ่มน้ำปิงตอนบน เร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร งดทำนาปรังเนื่องจากน้ำมีไม่พอ ล่าสุดเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาเรื่องน้ำตลอดลำน้ำแม่ปิงเชียงใหม่-ลำพูน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องจัดสรรน้ำ 2 จังหวัด

นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ (ผส.ชป.1) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า จากสถานการณ์ฝนเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนค่อนข้างน้อยต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมาก แทบจะเรียกได้ว่าเกือบต่ำที่สุดใกล้เคียงกับปี 2558 เมื่อฝนน้อยก็ส่งผลให้ปริมาณน้ำกักเก็บในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบนน้อยตามไปด้วย ขณะนี้แหล่งน้ำสำคัญของเชียงใหม่และลำพูนคือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ซึ่งจะต้องบริหารจัดการน้ำให้ใช้ได้ตลอดตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนพฤษภาคม 63 โดยเฉพาะน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค ณ ขณะนี้มีน้ำกักเก็บอยู่ราว 150 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุ โดยมีแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 ส่งให้ใช้ในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัด 45 ล้าน ลบ.ม. ส่งให้ใช้ในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิงพื้นที่เชียงใหม่และลำพูนราว 70 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปา 21 ล้าน ลบ.ม. น้ำสำหรับการเกษตร 48 ล้าน ลบ.ม. และน้ำเพื่อการท่องเที่ยวอีก 1 ล้าน ลบ.ม.

จากสถานการณ์ปริมาณน้ำที่น้อยมากได้มีดำเนินการโดยเริ่มตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ให้แก่ผู้ใช้น้ำทั้งในพื้นที่เชียงใหม่และลำพูน ซึ่งมีการประชุมรับฟังแผนแนวทางการใช้น้ำในช่วงแล้ง 2563 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา เพื่อให้ทราบถึงปริมาณน้ำที่มีอย่างจำกัด โดยการบริหารจัดการน้ำจะส่งน้ำให้การอุปโภค-บริโภคเป็นอันดับแรก จะไม่ให้ประชาชนทั้งเชียงใหม่และลำพูนขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ (น้ำประปา) ถัดมาเป็นน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศในลุ่มน้ำปิงตอนบน โดยจะจ่ายน้ำให้พื้นที่เชียงใหม่และลำพูนทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำปิงได้ใช้น้ำเป็นรอบเวร รวมทั้งสิ้น 25 รอบเวร ซึ่งเริ่มรอบแรกในวันที่ 9 ม.ค.63 นี้”

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวต่อว่า สำหรับการบริหารจัดการน้ำในปีนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง ปี 2562/63 โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งจุดรับเรื่องร้องเรียนไว้ทั้งสิ้น 6 แห่งตลอดลำน้ำปิง โดยศูนย์ฯ นี้จะมีหน้าที่รับเรื่องร้องเกี่ยวกับปัญหาเรื่องน้ำจากผู้ใช้น้ำในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งมีการเปิดศูนย์นี้ในวันที่ 8 ม.ค.63 ที่ประตูระบายฝายวังปาน ศูนย์ทั้ง 6 แห่งนี้จะอยู่ตามฝายและประตูระบายน้ำต่างๆ ที่อยู่ตลอดแม่น้ำปิง ซึ่งจะมีจุดตรวจวัดระดับน้ำและจะรายงานให้ ชป.1 ทราบเป็นประจำทุกวัน

“การจัดตั้งศูนย์ต่างๆ ตลอดแม่น้ำปิงเชื่อว่าจะทำให้การจัดการกับสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ในแต่ละศูนย์จะมีทั้งเจ้าหน้าที่และระดับหัวหน้างานที่สามารถช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้และพร้อมที่จะส่งเรื่องร้องเรียนข้อปัญหาต่างๆ มายังสำนักงานชลประทานที่ 1 ซึ่งเป็นศูนย์ใหญ่ในการจะสั่งการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น”

จากบทเรียนเมื่อปี 2558/59 ซึ่งสถานการณ์แย่กว่าปีนี้ โดยรวมก็จะใช้วิธีการเดียวกันในการจัดการ หากแตกต่างกันตรงที่ในปีนี้มีปริมาณน้ำหน้าฝายหรือประตูระบายน้ำเป็นเหมือนแหล่งน้ำต้นทุนที่จะช่วยบรรเทาได้ในบางช่วง ซึ่งได้มีการน้ำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำไปประจำไว้ในแต่ละฝายหรือประตูระบายน้ำเพื่อช่วยเหลือในพื้นที่นั้นๆ ได้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ดีกว่าเมื่อปี 2559 ที่แต่ละฝายตลอดทั้งแม่น้ำปิงมีน้ำกับเก็บไว้ส่วนหนึ่งราว 17 ล้าน ลบ.ม. น้ำส่วนนี้จะช่วยสำรองให้การประปาสูบไปใช้เพื่อการผลิตน้ำประปาได้ ซึ่งพอจะช่วยบรรเทาได้บ้างในบางสถานการณ์ในพื้นที่ โดยวันที่ 10 ม.ค.63 ได้เริ่มปล่อยน้ำจากเขื่อนแม่งัดฯ ลงมาเติมให้ฝายต่างๆ ตลอดทั้งแม่น้ำปิงเป็นรอบเวร ซึ่งจะปล่อยน้ำให้เต็มทุกฝ่ายตลอดแม่น้ำปิงและจะเปิดใช้พร้อมกันในทุกกิจกรรมในทุกวันจันทร์

ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำในแต่ละช่วงรอบเวรที่ปล่อยน้ำจากเขื่อนแม่งัดฯ จะมีการประชุมสรุปการใช้น้ำทุกกิจกรรมในทุกวันพุธ เพื่อประเมินสถานการณ์การใช้น้ำในแต่ละรอบเวร เพื่อประเมินว่าการบริหารจัดการมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด หากในช่วงใดมีฝนตกลงในพื้นที่ก็จะมีการพิจารณาลดการปล่อยน้ำมาให้พื้นที่ เช่นกันหากว่าเกิดปัญหาก็จะมีการแก้ไขปรับเปลี่ยนการใช้น้ำในรอบเวรถัดไป ซึ่งก็หมายความว่าในการบริหารจัดการน้ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในทุกสัปดาห์จนกว่าจะสิ้นสุด

ล่าสุดที่จังหวัดลำพูน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาเรื่องน้ำ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ แก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2562/63 (ในเขตจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน สำนักงานชลประทานที่ 1) โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 (เชียงใหม่) พร้อมด้วยนายอำเภอจอมทอง นายอำเภอดอยหล่อ นายอำเภอเมืองลำพูน นายอำเภอป่าซาง นายอำเภอบ้านโฮ่ง นายอำเภอเวียงหนองล่อง รวมถึง ปภ.จังหวัดลำพูน นายกเทศมนตรีในพื้นที่จังหวัดลำพูน ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาเรื่องน้ำ แห่งที่ 5 (ฝายวังปาน) จังหวัดลำพูน

การเปิดศูนย์ฯ ในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ให้ทุกฝ่ายได้ทราบถึงสถานการณ์น้ำ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำ แจ้งปัญหาความเดือดร้อน รวมทั้งสามารถขอคำปรึกษา ปัญหาเรื่องน้ำได้อย่างรวดเร็ว แก้ไขและป้องกันปัญหาความขัดแย้งเรื่องการใช้น้ำ โดยจะบริหารจัดการน้ำช่วงเดือน ม.ค. – พ.ย. 63 โดยศูนย์ฯ ทั้ง 6 แห่ง ที่สำนักงานชลประทานที่ 1 ได้จัดตั้งขึ้น เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2562/63 บรรลุผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์ฯ ที่ 1 ประตูระบายน้ำท่าวังตาล ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ , ศูนย์ฯ ที่ 2 ฝายแม่ปิงเก่า ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่, ศูนย์ฯ ที่ 3 ฝายหนองสลีก ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านเรือน อำเภอป่าซางจังหวัดลำพูน, ศูนย์ฯ ที่ 4 ประตูระบายน้ำดอยน้อย ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่, ศูนย์ฯ ที่ 5 ฝายวังปาน ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน และศูนย์ฯ ที่ 6 ประตูระบายน้ำแม่สอย ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งศูนย์ฯ ทั้งหมด 6 แห่งนี้ เริ่มตั้งแต่ต้นทางจังหวัดเชียงใหม่ ยาวมาตามเส้นทางลำน้ำแม่ปิง เรียกว่าดูแลตลอดลำน้ำแม่ปิงทั้งสายทั้งเชียงใหม่ – ลำพูน

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำน้ำจากแหล่งน้ำแห่งเดียวที่มีอยู่ คือน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มาบริหารจัดการ โดยในปีนี้ กรมชลประทานได้ตรวจสอบสถิติปริมาณน้ำฝนทั่วประเทศย้อนหลังในรอบ 60 ปี พบว่า ปี 2562 จัดเป็นปีที่แล้งที่สุดอันดับ 2 รองจากปี 2522 และแล้งกว่าปี 2558 ที่ผ่านมา แต่ในปี 2562 ปริมาณน้ำเก็บกักในเขื่อนแม่งัดฯ มีมากกว่าปี 2558 ดังนั้น ในฤดูแล้งปีนี้ ผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ควรจะบริหารจัดการน้ำ แบ่งปันน้ำ ประหยัดการใช้น้ำ ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เคยปฏิบัติในปี 2558 เพื่อให้ผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนผ่านพ้นวิกฤติไปได้