นายทุนเพียบ! กลืนม่อนแจ่ม

0
384

สืบเนื่องจากเมื่อห้วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และ กอ.รมน. บูรณาการภายใต้ศูนย์พิทักษ์ป่า ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้านและแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวมทั้งตรวจสอบการถือครองที่ดินของรีสอร์ทในพื้นที่ดังกล่าวนั้น

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่ร่วมประชุมกับผู้ประกอบการที่ครอบครองทำประโยชน์ทั้งหมด โดยผู้ที่ครอบครองทั้งหมดอยู่ในแปลงจัดสรรที่ดินตามโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าของกรมป่าไม้ จำนวน 53 คน

การตรวจสอบพบมีสิทธิอยู่ทำกิน 38 ราย มีสิทธิอยู่อาศัยทำกินแต่ทำเกินพื้นที่ 12 ราย ไม่มีสิทธิทำกินและอยู่อาศัย 3 ราย เนื่องจากมีการเปลี่ยนมือผู้ครอบครองทำประโยชน์เป็นบุคคลจากท้องที่อื่น และไม่มีรายชื่อในโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ม่อนแสนสิริจันทรา, ม่อนดอยลอยฟ้า และบ้านท่าจันทร์ รวมเนื้อที่ทั้ง 3 แปลง 8 ไร่เศษ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบคัดกรองในกรณีผู้มีสิทธิอยู่อาศัยทำกินแต่ทำเกินพื้นที่ 12 ราย พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจให้ผู้ครอบครองแปลงที่ดินทราบวัตถุของการดำเนินการปฎิบัติการเข้าตรวจสอบ และจัดระเบียบในครั้งนี้

โดยห้ามให้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยเด็ดขาด หากมีการก่อสร้างใหม่ จะจับกุมและดำเนินคดีและหมดสิทธิ์ในที่ดินที่ทางรัฐจะจัดสรรให้ทำกิน โดยจัดทำป้ายติดประกาศให้ผู้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินแต่ละรายทราบ

ให้คัดกรองบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติในแปลงที่ดิน 50 กว่าราย เช่น คนจากต่างถิ่น นายทุน ซึ่งจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้ดำเนินคดีไปแล้ว 4 ราย รวมทั้งตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติรายอื่นที่เข้ามาครอบครองทำประโยชน์ที่ดินในเขตดอยม่อนแจ่มโดยไม่มีสิทธิครอบครอง และจะแจ้งความดำเนินคดีทุกราย

สำหรับกลุ่มประชาชนที่ทำกินและเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเขตแปลงที่ดินทั้ง 50 แปลง หากตรวจสอบพบว่ามีก่อสร้างออกนอกแปลง ให้รื้อถอนออกไปภายใน 15 วันหลังจากเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบ

ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้เสนอที่ประชุมให้มีการตั้งจุดตรวจสอบการขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเข้าพื้นที่ เพื่อป้องกันการก่อสร้างเพิ่มเติม โดยจะตั้งจุดตรวจสอบที่บริเวณหน้าโครงการหลวงหนองหอย และเสนอให้มีการย้ายจุดที่ทิ้งขยะใหม่

อย่างไรก็ตาม การขยายผลตรวจสอบรีสอร์ทเป้าหมาย 2 แห่ง พบว่าอาจมีกลุ่มทุนชาวต่างชาติเข้าครอบครองที่ดินในเขตดอยม่อนแจ่ม โดยเจ้าของกิจการเป็นกลุ่มทุนต่างชาติร่วมกับคนไทย ในนามบริษัทแห่งหนึ่ง ได้ทำเกินพื้นที่จากเอกสารสิทธิ์ที่ดิน 3-2-45 ไร่ ซึ่งเข้าข่ายจะต้องถูกดำเนินคดีทันที และอีกรีสอร์ทหนึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้ครอบครองมาจากกรุงเทพฯ และทั้ง 2 รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ของดอยม่อนแจ่ม คณะเจ้าหน้าที่จึงจะขยายผลดำเนินการตรวจสอบเพื่อทำบันทึกและจะนำเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนต่อไป

ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน กอ.รมน. องค์กรฝ่ายปกครองท้องถิ่น เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ดอยม่อนแจ่ม อีกครั้ง

นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ดอยม่อนแจ่มทั้งหมดพบว่ามีผู้ประกอบการรีสอร์ท บ้านพักจำนวน 64 ราย มี 7 รายที่มีการเปลี่ยนมือ โดยเปลี่ยนมือเป็นนักธุรกิจไทย 4 รายและนักธุรกิจชาวต่างชาติ 3 ราย เราก็ดำเนินคดีตามกฏหมายทันที และจะต้องมีการรื้อถอนภายใน 60 วัน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ประกอบการ 8 รายที่มีการสร้างเต็นท์ที่พักที่ผิดรูปแบบ และอีก 11 รายที่มีการบุกรุกล้ำไปในพื้นที่ที่ได้รับ ซึ่งกลุ่มนี้เราก็เข้าไปทำความเข้าใจและให้รื้อถอนและฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาเหมือนเดิม โดยเราตั้งกรอบว่าภายในเดือนมกราคม จะแล้วเสร็จในเรื่องการจับกุมดำเนินคดี และภายในเดือนมีนาคม จะแล้วเสร็จในเรื่องการรื้อถอนในกลุ่มพวกที่บุกรุก

โดยกลุ่มที่ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งความจับกุมดำเนินดคีมีจำนวน 7 ราย ได้แก่ ม่อนใจโฮมสเตย์ ตรวยยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก 1 งาน 82 ตารางวา บ้านท่าจันทร์ ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก 1 ไร่ 2 งาน 85 ตารางวา ม่อนดอยลอยฟ้า ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก 1 ไร่ 2 งาน 84 ตารางวา ม่อนจ้อ ตรวจยึดพื้นที่บุกรุก 1 งาน 82 ตารางวา บ้านม่อนม่วน ตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุก 11 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา ไร่นาย ตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุก 5 ไร่ 1 งาน 82 ตารางวา และม่อนแสนสิริจันทรา ตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุก 4 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา ส่วนที่เหลืออื่นๆ กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ และจะมีการดำเนินคดีอีกหลายราย