ตัดแล้วช่อแรก กัญชาแม่โจ้

0
1579

วันนี้ 15 ม.ค.63 ณ สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาร่วมพิธีตัดช่อดอกกัญชาช่อแรกภายในโรงเรือนอัจฉริยะของศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

ตามที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีความร่วมมือกับหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข คือ กรมการแพทย์และองค์การเภสัชกรรมใน “โครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาทางการแพทย์ 12,000 ต้น ในระบบเกษตรอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม” โดยได้เริ่มปลูกตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ในโรงเรือนอัจฉริยะ Smart Farming ระบบ IOT ขนาดเนื้อที่ 3,040 ตารางเมตร ปลูกระยะชิดได้จำนวน 12,000 ต้น เป็นกัญชาสายพันธุ์อิสระ 01 ซึ่งได้รับเมล็ดพันธุ์จากกรมการแพทย์ ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดและใช้นวัตกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จาก IFOAM และ USDA ทั้งวัสดุเพาะและวัสดุปลูกอินทรีย์ การให้น้ำและสารอาหารอินทรีย์ที่มีสารอาหารหลักที่พืชต้องการ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปรแตสเซียม ( N,P,K ) การควบคุมอุณหภูมิ  ความชื้นและแสง รวมทั้งการกำจัดศัตรูพืชโดยแมลงกำจัดศัตรูพืช เช่น ตัวห้ำ ตัวเบียน และมวนพิฆาต ใช้สารจุลินทรีย์กำจัดโรคพืชจากงานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถึง 13 ชนิด

นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคการจัดการความเครียดของพืช เพราะกัญชาเป็นพืชที่มีความไวต่อความเครียด เช่น ขาดน้ำ ขาดอาหารที่จำเป็นและช่วงความยาวแสง จากประมาณการเบื้องต้น

กัญชา 12,000 ต้น จะให้ผลผลิตจากต้นเพศเมียเพียง 6,000 ต้น ที่เหลือจะเป็นเพศผู้ซึ่งไม่ให้ผลผลิตดอกกัญชา แต่จากเทคนิคการจัดการความเครียดทำให้ได้ต้นเพศเมียมากถึงเกือบ 7,500 ต้น และเนื่องจากเป็นการปลูกในช่วงฤดูหนาวจึงต้องใช้เทคนิคการควบคุมแสงและอาหารไม่ให้กัญชาออกดอกเร็วในขณะที่ต้นไม่สมบูรณ์เต็มที่ ขณะนี้ต้นกัญชามีความสมบูรณ์เต็มที่ ออกดอกประมาณ 8 ช่อต่อ 1 ต้น พร้อมให้เก็บเกี่ยวในวันนี้จำนวนหนึ่ง ซึ่งช่อดอกจะมีความยาวประมาณ 1.2 เมตร ที่เหลือจะทยอยเก็บเกี่ยวจนหมดสิ้นราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 คาดว่าจะได้ผลผลิตดอกกัญชาสดประมาณ 10,000 กิโลกรัม หรือ 10 ตัน เป็นกัญชาแห้งประมาณ 1,000 กิโลกรัม ส่งมอบให้กรมการแพทย์และองค์การเภสัชกรรม โดย 400 กิโลกรัม กรมการแพทย์จะส่งให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สกัดสารประกอบตำรับยากัญชาแผนไทย สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ที่ได้รับผลข้างเคียงและดื้อยาจากการรักษาโดยเคมีบำบัดและรังสีบำบัด ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์การแพทย์แผนไทยร่วมสมัยร่วมรักษาโรคมะเร็ง ตำรับยาที่ใช้จะเป็นชนิดหยอดใต้ลิ้นและเหน็บทวาร ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดล  จะทำการศึกษาผลข้างเคียงด้วย ส่วนอีก 600 กิโลกรัมจะส่งมอบให้องค์การเภสัชกรรมนำไปสกัดสาร CBD และ THC เพื่อกระจายไปตามโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรักษาผู้ป่วยเฉพาะโรค เฉพาะทาง เฉพาะคน ต่อไป

เนื่องจากนโยบายปลูกกัญชาเสรีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุข และทีมนักวิชาการร่วมกันพิจารณา ศึกษาและพัฒนาระบบ การป้องกันควบคุมตรวจสอบ และติดตามพืชเสพติด กัญชาหรือกัญชง ที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกโดยถูกต้องตามกฎหมายไม่ให้รั่วไหลออกไปนอกระบบ และป้องกันควบคุมตรวจสอบไม่ให้กัญชาและกัญชงนอกระบบแอบแฝงหรือปลอมปนเข้ามาอยู่ในระบบได้ ทีมงานพิจารณาศึกษาฯ จึงได้นำระบบ RFID ( Radio Frequency Identification ) มาใช้ในการป้องกันควบคุมและตรวจสอบพืชเสพติด โดยระบบนี้สามารถเก็บข้อมูลที่เป็นอัตลักษณ์ของต้นกัญชาที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกโดยถูกต้องตามกฎหมายเป็นรายต้น ซึ่งระบบสามารถติดตามตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มเพาะปลูกไปจนถึงการแปรรูป ระบบ RFID ใช้ได้ทั้งภาคอุตสาหกรรม ลงไปจนถึงภาคครัวเรือน และเป็นเทคโนโลยีราคาถูก และในอนาคตสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกระทรวงสาธารณสุข จะได้ร่วมกันกำหนดแนวทางในการพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลประวัติบุคคล เพื่อนำมาใช้ในการคัดกรอง พิจารณาออกใบอนุญาตให้ผู้สมควรได้รับอนุญาต ให้เข้าถึงกระบวนการปลูก วิจัย สกัด ผลิตได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยังได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพืชเสพติดให้ปลูกกัญชาสายพันธุ์ต่างประเทศร่วมกับสายพันธุ์ไทยอื่นนอกโรงเรือน Out door ในระบบเกษตรอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม เพื่อทดสอบความสามารถในการอยู่รอดของสายพันธ์กัญชาที่มีสารสำคัญทางการแพทย์ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการปลูกกัญชาสายพันธุ์ไทยที่มีสาร CBD และ THC ในระดับใกล้เคียงกัน ในระบบเกษตรอินทรีย์ ระดับอุตสาหกรรม กัญชาสายพันธุ์อิสระ 01 ที่มีความปลอดภัยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและลาปลายน้ำ อันจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะรักรักษาผู้ป่วยเฉพาะโรคเฉพาะทางของไทย