สืบสานงานศิลป์ “ดินเผาลำพูน” ณ สวนไม้ไทยบ้านพ่อเลี้ยงหมื่น

0
1679

“สวนไม้ไทยบ้านพ่อเลี้ยงหมื่น” ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2525 ครอบคลุมพื้นที่ดินดำน้ำชุ่มมากกว่า 500 ไร่ ณ เลขที่ 137/1 หมู่ 6 ตำบลริมปิง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ผู้เป็นเจ้าของและบริหารจัดการคือ คุณสุทธิพงษ์ ใหม่วัน หรือ “พ่อเลี้ยงแดง” (ส่วนคำว่า “พ่อเลี้ยงหมื่น” นั้นเป็นชื่อปู่ของคุณสุทธิพงษ์) ในฐานะ “สล่า” ทำหน้าที่สืบสานงานปั้นดินเผาตามอย่างสมัยหริภุญไชยในทุกรายละเอียด

นับแต่เครื่องปั้นดินเผา หม้อ ไห กระถางดอกไม้ โคมไฟ อิฐมอญ ที่นำไปใช้ในการก่อสร้างประดับตกแต่งผนังกำแพง ถือเป็นอิฐมอญที่มีคุณภาพดีกว่าอิฐมอญที่จำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป เนื่องจากเนื้อแน่นมีน้ำหนักมาก คุณภาพแกร่งคงทน ใช้เวลาเผานานกว่าอิฐทั่วไป นอกจากนี้ยังมีงานผลิตสินค้าของที่ระลึกชิ้นไม่ใหญ่เกินไปนักในลักษณะ Antique หรือ Souvenir สำหรับขายนักท่องเที่ยวโดยมีโชว์รูมอยู่ที่ร้านบ้านพ่อเลี้ยงหมื่น ประตูเชียงใหม่ ใกล้วัดพันแหวน ในอำเภอเมืองเชียงใหม่

งานประติมากรรมดินเผาชิ้นใหญ่รูปเทพปกรณัมของศาสนาฮินดู ประยุกต์ให้งดงามเพื่อนำไปติดตั้งในสวนตามรีสอร์ท โรงแรม สำนักงาน หรือบ้านพักอาศัยของคหบดี ทั้งในและนอกประทศ ก็เป็นงานประติมากรรมดินเผาอีกประเภทหนึ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปกับงานผลิตสินค้าที่ระลึก เนื่องจากเป็นงานที่มีผู้สนใจสั่งทำด้วยการออกแบบเฉพาะให้เข้ากับภูมิทัศน์ของแต่ละสถานที่ งานทุกชิ้นคุณสุทธิพงษ์จะทำหน้าที่ออกแบบและกำกับดูแลความงามด้านสรีระ สัดส่วน เครื่องทรง ภูษาภรณ์ สีหน้า อารมณ์ และการจัดวางองค์ประกอบในทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน

ราว 10 กว่าปีที่ผ่านมา คุณสุทธิพงษ์ ใหม่วัน ได้ค้นพบซากพระเจดีย์องค์หนึ่งฝังอยู่ใต้ดินในบริเวณสวนไม้ไทยบ้านพ่อเลี้ยงหมื่นแห่งนี้ จึงมีดำริที่จะจัดสร้างพระเจดีย์ขึ้นองค์หนึ่งด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมโบราณตามอย่างสมัยหริภุญไชย โดยออกแบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมดมิได้จำลองสถูปองค์ใดองค์หนึ่งในยุคนั้นมาเป็นต้นแบบเป็นการเฉพาะ แต่ทว่าได้ศึกษาลวดลายประดับตกแต่งของงานประติมากรรมดินเผาสมัยหริภุญไชยจากทุกประเภทเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องประดับสถูปองค์ใหม่นี้

อาทิ ลวดลายจากฐานพระพุทธรูปดินเผาที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ลวดลายพันธุ์พฤกษาของกรอบซุ้มจระนำ ลายกลีบบัวประดับบัลลังก์ ลายมงกุฎเทริดขนนก และเครื่องทรงพระพุทธรูปขยายสัดส่วนจากพระพิมพ์ดินเผารุ่นต่างๆ เช่น พระสาม พระสิบสอง พระเลี่ยง พระสิบแปด พระกล้วย พระกวาง เป็นต้น นำลวดลายแต่ละพิมพ์ทรงนั้นมาจัดวางองค์ประกอบใหม่เพื่อใช้ตกแต่งกรอบซุ้มจระนำสำหรับเจดีย์ที่ตั้งใจสร้างขึ้น และใช่เพียงแต่จะนำลวดลายศิลปะหริภุญไชยมาใช้ใหม่เท่านั้น ในด้านกรรมวิธีก็เช่นกันได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ใหม่ด้วย

สวนไม้ไทยบ้านพ่อเลี้ยงหมื่น จึงมีคุณค่ายิ่งในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมการปั้นดินเผาแหล่งใหญ่และสำคัญยิ่งในภาคเหนือ ขอขอบคุณคุณสุทธิพงษ์ ใหม่วัน ผู้ค้นพบอัจฉริยภาพของศิลปินหรือนายช่างสมัยหริภุญไชยเมื่อพันกว่าปีก่อน ว่ามีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในระดับสูงมากเพียงไร และนำมาถ่ายทอดเผยแพร่ให้พวกเราได้รู้จักได้ชื่นชม จนได้สัมผัสกับหัวใจหรือจิตวิญญาณที่แท้จริงของศิลปะสมัยหริภุญไชยคือประติมากรรมดินเผานั่นเอง

เมื่อได้ไปเยี่ยมเยือนสวนไม้ไทยบ้านพ่อเลี้ยงหมื่น เราจะได้พบกับสวนประติมากรรมดินเผา ทั้งลอยตัว นูนสูง และนูนต่ำที่จำลองรูปโบราณวัตถุหินทรายในอดีตมาเป็นต้นแบบ ประติมากรรมเหล่านี้ใช้เป็นฉากหลังประกอบสวนน้ำพุและสระน้ำ

ทั้งหมดเป็นผลงานการปั้นดินเผาของคุณสุทธิพงษ์ ใหม่วัน หรือ “พ่อเลี้ยงแดง” และคณะช่างปั้นลูกศิษย์ที่ทุกคนมิได้มีพื้นฐานศึกษาเล่าเรียนมาจากคณะจิตรกรรมหรือวิจิตรศิลป์แต่อย่างใดเลย ทุกคนล้วนแต่มีใจรัก มาฝึกหัดปั้นงานโดยไม่ต้องขึ้นโครงร่างสเก็ตซ์ภาพแบบแนว Academy กับพ่อเลี้ยงแดงแบบสดๆ ใจถึงใจ ด้วยอาศัยประสบการณ์ การทดลอง ความเชื่อมั่น และพรสวรรค์

ผลงานประติมากรรมดินเผาชิ้นสำคัญที่ฝากไว้ในสถานที่สาธารณะเมืองลำพูนได้แก่ ฉากหลังรูปซุ้มโคปุระและภาพเล่าเรื่องปูมเมืองลำพูน 8 ฉากประกอบอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ที่กาดหนองดอก รูปปั้นพระฤษีวาสุเทพผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างนครหริภุญไชย ติดตั้งอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ฟากตรงข้ามกับวัดพระคงฤษี

สำหรับจุดท่องเที่ยวเยี่ยมชมในสวนไม้ไทยบ้านพ่อเลี้ยงหมื่นแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหรือ 5 โซน ได้แก่

ส่วนที่ 1 ลานศิลปะขอม (Khmer Forum) ตั้งอยู่ตอนหน้าสุด เป็นส่วนต้อนรับผู้มาเยือน มีการจำลองประติมากรรมเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ของศิลปะเขมรมาทำ โดยเปลี่ยนวัสดุจากหินทรายมาเป็นดินเผาอย่างน่าทึ่ง ภายในสวนตกแต่งเป็นสวนหย่อม เช่น รูปเขาพระสุเมรุ นาคแผ่พังพาน กลุ่มฤษีดัดตน สัตว์หิมพานต์ พระพรหมสี่หน้า รูปพระศิวะอุ้มนางอุมาเทวี (พระอรรธนารีศวร) เป็นต้น

ส่วนที่ 2 ลานศิลปะศรีวิชัย (Java Forum) จำลองศาสนสถาน “จันทิเมนดุต” “จันทิปรัมบะนัม” ศิลปะชวายุคทองมาสร้าง ตกแต่งด้วยรูปหน้ากาล ท้าวกุเวร พระโพธิสัตว์วัชรปาณิ รายล้อมรอบสระน้ำหรือบาราย ส่วนนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงาน

ส่วนที่ 3 ส่วนของโรงงานประติมากรรมดินเผา ประกอบด้วย โรงโม่ดิน โรงปั้นดิน โรงปั้นหม้อไห เตามังกร 4 เตา โรงผลิตอิฐเผา และโรงขัดพ่นตกแต่งผิวดินเผาให้ดูเหมือนของเก่า รวมถึงบ่อน้ำที่ใช้หมักดินเผาให้เกิดคราบเชื้อราความเก่า

ส่วนที่ 4 สวนพันธุ์ไม้หายากจากทั่วประเทศไทย รวบรวมพรรณไม้จากวรรณคดีไทยโบราณที่หาดูได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะไม้บอนไซที่ใกล้สูญพันธุ์ บางพันธุ์ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดพันธุ์ไม้หายาก และยังมีไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้ดอกและไม้ประดับ

ส่วนที่ 5 ลานศิลปะหริภุญไชยล้านนา (Lanna Forum) ซึ่งเป็นส่วนขยายจากชวาฟอรั่มออกมา เป็นส่วนที่ดำเนินการก่อสร้างเจดีย์ ซึ่งนำโครงสร้างของเจดีย์รูปแบบหริภุญไชยดั้งเดิมมาประยุกต์ โดยก่อฐานล่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมมีประติมากรรมดินเผาช้างค้ำล้อมรอบ เหนือขึ้นไปเป็นชั้นของฐานสิงห์แบกรองรับส่วนครรภธาตุ โดยนายสุทธิพงษ์ ใหม่วัน เป็นผู้ออกแบบด้วยตนเอง

สวนไม้ไทยบ้านพ่อเลี้ยงหมื่นถือว่าเป็นองค์กรภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและการบริการการศึกษา-วัฒนธรรมให้แก่จังหวัดลำพูนในรอบทศวรรษที่ผ่านมาอย่างเข้มแข็ง ปัจจุบันมีห้องสำหรับการประชุมสัมมนา ห้องสมุดค้นคว้า ฯลฯ

ทุกวันนี้คุณสุทธิพงษ์ ใหม่วัน หรือ “พ่อเลี้ยงแดง” ทุ่มเทความคิดและเวลาให้กับงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่จะเป็นตัวแทนศิลปกรรมดินเผาล้วนๆ ด้วยลวดลายแบบหริภุญไชยที่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่บนแผ่นดินลำพูน

ผมมีความสุขมาก ที่ในแต่ละวัน ได้ขลุกอยู่กับงานพุทธศิลป์สมัยหริภุญไชย ยิ่งลงลึกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดำดิ่ง สัมผัสได้ว่าเสน่ห์ของดินเผาลำพูน มีความแตกต่างไม่เหมือนกับสกุลช่างอื่น ผมได้ค้นพบความลับเรื่องหนึ่งว่าดินเหนียวริมแม่น้ำปิงแห่งนี้มีคุณภาพเยี่ยมยอด สมแล้วที่ในอดีตเมืองลำพูนเคยเป็นศูนย์กลางการทำพระพิมพ์ดินเผาที่สวยที่สุดในสุวรรณภูมิ เช่น พระรอด พระคง พระเลี่ยง พระลือ ฯลฯ

คุณสุทธิพงษ์ทำการพิสูจน์ทฤษฎีดังกล่าวด้วยการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เขาได้นำเนื้อดินจากแหล่งที่ถูกระบุว่ามีคุณภาพดีในระดับเกรดเอจากทั่วประเทศไม่ว่าดินด่านเกวียน ดินเกาะยอ ดินราชบุรี ฯลฯ มาทำการนวด ปั้น ผึ่ง และเผาแล้วเป็นเวลาหลายสิบปี จนได้ข้อสรุปว่า

เนื้อดินที่เมืองลำพูนนี้มีคุณลักษณะเฉพาะ เหมาะสมนำมาปั้นเป็นงานศิลปกรรมดินเผาอย่างวิเศษสุดยิ่งกว่าแหล่งใดๆ ด้วยเหตุผลสี่ประการหลักๆ คือ ความง่ายขณะขุดดิน ความยืดหยุ่นขณะปั้น ความรุ่มรวยทางด้านเทคนิค ความงดงามหลากสีสันหลังจากเผา”

ข้อแรก ความง่ายขณะขุดดิน ขยายความได้ว่า เนื้อดินเหนียวของที่ราบลุ่มน้ำปิงต่อเชื่อมกับลำน้ำกวงบริเวณ ตำบลต้นธง ตำบลริมปิงแถบนี้ เกิดจากตะกอนถมทับของแร่ธาตุหลายหมื่นหลายพันปี เมื่อแม่น้ำปิงเกิดการเปลี่ยนเส้นทางเดินสายใหม่ ได้ทิ้งให้ร่องน้ำสายเดิมถมตื้นกลายเป็นแผ่นดิน ดินเหนียวที่ขุดลึกลงไปในชั้นดินประมาณสามเมตรจนถึงไม่เกินห้าเมตรนั้น จึงเป็นดินเหนียวสีดำอมน้ำตาลที่ตกผลึกมีเม็ดแร่ปะปนอยู่หลายชนิดโดยเฉพาะแร่ไมก้า แต่มีเนื้อทรายแทรกอยู่บ้างในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนัก การแยกเนื้อดินเหนียวบริสุทธิ์ออกจากกากทรายเนื้อหยาบ ขั้นแรกสุดจำเป็นต้องโม่ดิน ซึ่งดินปนทรายเหล่านี้ก็มิได้นำไปทิ้งทำลาย สามารถทำประโยชน์ด้วยการใช้เป็นแกนขึ้นรูปด้านในได้ ส่วนเนื้อดินละเอียดนั้นหลังจากตากลมทิ้งให้แห้งไล่ความชื้นออกไปเกือบหมาดสนิทก็สามารถนำไปปั้นได้เลย ไม่ต้องมีส่วนผสมของวัสดุธาตุใดๆ เพิ่มเติม

ข้อที่สอง ความยืดหยุ่นขณะปั้น หมายความว่าดินลำพูนหรือดินแถบริมปิงกลุ่มนี้เนื้อนุ่มเหนียวอยู่ตลอดเวลา เมื่อนำมาปั้นงานประติมากรรมชิ้นใหญ่สูงราวสามเมตรขึ้นไป พ่อเลี้ยงแดงอธิบายว่าก้อนดินที่อยู่ตอนบนนั้นไม่เคยกดน้ำหนักลงทับดินด้านล่างให้เกิดการแตกกระจายเลย ผิดกับเนื้อดินแหล่งอื่นๆ ที่ต้องประสบกับความยากลำบาก หากจะต้องปั้นประติมากรรมชิ้นใหญ่ ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการกดทับของน้ำหนักดินจากข้างบนลงสู่ข้างล่างได้เลย

อีกประการหนึ่งของความยืดหยุ่นในเนื้อดินขณะปั้นก็คือ หากเป็นงานชิ้นใหญ่ที่ขึ้นรูปแล้วช่างยังแกะลวดลายตกแต่งไม่เสร็จภายในระยะเวลา 2-3วัน กล่าวคือเป็นงานที่ค่อนข้างอลังการ ต้องใช้เวลาประดิดประดอยเป็นสัปดาห์หรือหลายสัปดาห์ ที่นี่ช่างจะไม่พบกับอุปสรรคในเรื่องดินรีบแข็งตัวเร็วจนเกิดความกระด้าง ทุกครั้งเมื่อจะแกะสลักลวดลายต้องเสียเวลานำดินมานวดใหม่หรือต้องฉีดพรมน้ำใหม่เสมอ

ปัญหานี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับดินที่สวนไม้ไทยฯ เหตุเพราะคุณภาพดินที่ลำพูนสามารถอุ้มไอน้ำให้ทรงตัวอยู่ได้นานนับเดือน แม้นว่าช่างยังเก็บรายละเอียดในส่วนปลีกย่อยไม่เสร็จ เนื่องจากเป็นงานปั้นที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และใช้ความประณีตสูง จึงไม่อาจรีบร้อนทำได้ ช่างจะไม่พบกับปัญหาเรื่องเนื้อดินแห้งแข็งตัวอย่างเด็ดขาด ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับช่างปั้นทีเดียว เพราะไม่จำเป็นต้องเร่งงาน หากเนื้อดินแข็งตัวเร็ว ก็จะบีบคั้นให้ช่างต้องรีบทำงานหยาบเกินไป

จุดเด่นอีกสองข้อของเนื้อดินลำพูน ขอเก็บไว้ขยายความในตอนต่อไป